ภารกิจกู้ศรัทธา! โค้ชจุ่น เผยปรัชญาพายู19 ล่าแชมป์ที่เวียดนาม

อนุรักษ์ ศรีเกิด หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชุดยู-19 เผยปรัชญาพาทีมชาติไทยยู-19 ป้องกันแชมป์อาเซียนที่เวียดนาม พร้อมหวังกู้ศรัทธาจากแฟนบอล  

“โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชุด ยู-19 เปิดเผยปรัชญาการทำทีมช้างศึก ยู-19 พร้อมทั้งยังเผยว่าต้องการป้องกันแชมป์จ้าวอาเซียนที่เวียดนามไว้ให้ได้เพื่อเป็นการกู้ศรัทธาจากแฟนบอล

โค้ชจุ่นเผยว่าเขาเป็นกุนซือที่ให้ความสำคัญกับเรื่องเวลามาก เนื่องจากเชื่อว่าหากทีมมีความรับผิดชอบก็จะสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น อีกทั้งทีมงานทุกคนจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูกทีมด้วย

“จริงๆ จุดสำคัญมันอยู่ที่เรื่องความรับผิดชอบ ยังเห็นได้ชัดว่าพวกเขาต้องการคนชี้นำแนวทางให้ ก็เหมือนวัยรุ่นคนหนึ่งที่ชอบลองผิดลองถูก เราเลยต้องเป็นแนวทางที่ดี และตัวอย่างที่ดีให้เขาด้วย โดยเฉพาะเรื่องเวลา ที่ผมพยายามเน้นมากที่สุด เพราะเมื่อไหร่ที่ควบคุมเรื่องเวลาได้ ทั้งการลงซ้อม การแบ่งแรง การพักผ่อน ทุกอย่างมันจะทำให้เราทำงานง่ายขึ้น” โค้ชจุ่นกล่าว

”เรื่องการอยู่ร่วมกัน ผมจะคุยกับน้องๆตลอดเวลา ว่าทุกคนต้องมีสปิริตที่จะใช้เวลาอยู่ด้วยกันนับจากนี้  คอยสอนว่าโตไปเขาจะเป็นคนที่มีรายได้ที่สูงขึ้นแน่นอนกับอาชีพนักฟุตบอล แต่เราต้องพัฒนาตัวเองตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งทุกคนก็เปิดรับในสิ่งที่เราบอก นี่คือสิ่งดีๆที่ผมยอมรับกับการเติบโตของเขา ทุกอย่างมันเลยทำได้ง่ายขึ้น”

“กับเด็กน้องๆ ตัวเราก็เปรียบเหมือนพี่เหมือนพ่อ ด้วยวัยของพวกเขาก็เหมือนลูกเรา เลยคิดว่าการสอนหรือเรื่องอื่นๆ ต้องรู้วิธี เช่นการจะดุจะว่าอะไรเขา เราต้องรู้ว่าสถานการณ์ตรงไหน เวลาไหนที่เหมาะกับสิ่งที่จะทำ เวลาปลอบต้องปลอบอย่างไร เพราะหากทำถูกวิธี และถูกเวลา ทุกอย่างมันง่ายขึ้น ซึ่งจะต่างกับนักฟุตบอลอาชีพระดับสโมสรทั่วไป เพราะวิถีฟุตบอลอาชีพคือทุกคนแข่งขันกันทำหน้าที่ของตัวเอง รักหน้าที่ตัวเองเป็นหลัก การเปิดใจให้กันเลยต่างกันออกไป”

สำหรับโค้ชจุ่นนั้น เพิ่งจะเข้ามาสานงานต่อจาก “โค้ชหนุ่ย” เฉลิมวุฒิ สง่าพล อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนที่นำทีมช้างศึกยู-19 ไปแข่งขันฟุตบอลรายการ ''อินวิเตชั่น คัพ 2016' เมื่อไม่นานมานี้ ทว่ากลับทำผลงานได้น่าผิดหวัง คว้าเพียงอันดับ 3 ของทัวร์นาเมนต์

“ครั้งแรกที่ผมเข้ามา บอกเลยว่าพี่หนุ่ยเขาเป็นคนดี รักเด็ก เป็นคนง่ายๆ เด็กเลยอาจมองว่าอยู่แบบสบายๆ เมื่อมุมมองเด็กคิดว่าสบายมากไป ผมเลยเน้นเรื่องการจัดการเป็นหลักก่อนอย่างแรก เพราะว่าเมื่อไหร่ที่เราดูแลเขาดี เขาก็จะทำผลงานได้ดี จึงคุยกับผู้จัดการทีมว่าขอที่พักดีๆ สนามซ้อมดีๆ รวมถึงอาหารการกินที่มีคุณภาพ หรืออาหารเสริมต่างๆ การเดินทางที่สะดวก และนักกายภาพที่เก่ง เพื่อเราจะได้คอยดูแลเขาอย่างเต็มที่” โค้ชจุ่นพูดถึงกรณีกระแสข่าวก่อนหน้านี้

“ตลอดเวลา 10 วันกับการเก็บตัว ผมอยู่กับเด็กตลอด โดยตั้งกฎว่า หากเด็กยังไม่ได้กินข้าวเราก็จะไม่กินเหมือนกัน และก็ให้เด็กได้กิน โดยที่เราจะไม่ไปตักอาหารก่อน เรื่องการแต่งกายก็ต้องแต่งให้ดีเป็นตัวอย่างให้เด็ก ผมเชื่อว่าการแบ่งเวลาจะช่วยอะไรหลายๆอย่าง เช่นในสนาม 90 นาที ถ้าเขาแบ่งเวลาได้ก็จะรู้ว่าความสามารถรวมถึงพละกำลังจะทำได้ขนาดไหน ซึ่งจะทำให้รูปแบบการเล่นง่ายขึ้น”

ขณะที่ด้านการทำทีมนั้น โค้ชจุ่นเผยว่าจะใช้วิธีการให้สต๊าฟโค้ชคอยตามประกบนักเตะแต่ละคน และแนะนำว่ายังต้องแก้เรื่องอะไรบ้าง อีกทั้งจะมีการปรับพฤติกรรมของนักเตะบางรายเพื่อให้เล่นตามระบบมากขึ้นอีกด้วย

“ในส่วนของทฤษฎี ผมจะชี้ให้เห็นว่าพี่ที่เก่งๆแต่ละตำแหน่ง เขาเล่นกันอย่างไร เราต้องใช้แทคติกยังไง ต้องการคนยังไงก็แนะนำไป เด็กก็เริ่มเรียนรู้ว่าจะเป็นใครในอนาคต หรือจะเล่นตำแหน่งที่ชัดเจน และอะไรที่เขายังขาดอยู่หรือมีสิ่งที่ดีอยู่แล้ว หากขาดเราก็จะเติมให้เขา เรามีโปรแกรมเฉพาะคนด้วย เพราะผมโชคดีที่มีทีมงานที่ดี ซึ่งทุกคนเคยติดทีมชาติมาแล้ว เด็กทุกคนเลยให้ความเคารพ ผมก็แจงว่าตำแหน่งไหนยังขาดอะไร ทีมงานที่รับผิดชอบส่วนนั้นก็เข้าไปเติมเราจะจี้ทุกวันใน 10 มื้อที่อยู่ด้วยกัน”

“พฤติกรรมในสนามก็ต้องเปลี่ยนเช่นการเล่นตามใจตัวเอง อย่างสรรเสิญ ที่ชอบเตะบอลยาว ผมก็พูดตรงๆว่าเรามีของดี ถ้าปล่อยเยอะคุณภาพมันก็ด้อยลงไปไม่เกิดประโยชน์ เด็กดูชอบตรงนี้ที่มีคนเห็นถึงความผิดพลาด และเรียกมาคุยส่วนตัวแล้วก็ค่อยแก้ไป อาจจะไม่ดีทั้งหมด เพราะเวลาที่มีมันน้อยไป”

“ความเปลี่ยนแปลงหลังเข้ามา จากเกมที่อุ่นเครื่องไปหลังนำ 3 ลูกพี่ก็พอใจในชุดแรก แต่ชุดสองที่เปลี่ยนลงไปยังมองว่าเด็กยังไม่เข้าใจในการเล่นของพี่ แต่สำรองที่ลงไปก็ใช้ได้ ก็ต้องปรับไปเรื่อยๆ  เพราะที่เราไปเวียดนามจะแข่งวันเว้นวันก็ต้องหมุนเวียนไป”

สำหรับเป้าหมายในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน ยู-19 ที่ใกล้จะถึงนี้ โค้ชจุ่นก็ตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องเป็นแชมป์เท่านั้นแม้ว่าทุกเกมเป็นถือเป็นเกมที่หนักเหมือนกันหมด

“ไปเวียดนามรู้ว่าเราต้องเป็นแชมป์ แต่ต้องแลกด้วยความอดทน แต่ละเกมที่จะออกมาสวยงามม 5-6 ลูก คงไม่มีทาง อาจจะชนะเฉียดฉิว แต่เราต้องเอาตัวรอดให้ได้ แค่นี้พอ ซึ่งเราจะไม่กดดันทั้งสองฝ่าย เกมไหนที่หนักที่สุด ต้องมองว่าเจอใครก็ยากทั้งนั้น พม่าเราก็แพ้เขามา ออสเตรเลียด้วย อินโดนีเซียก็ยังไม่เคยเห็น ส่วนลาวก็ชนะเขาแค่ 2-1 ทุกทีมในสายเลยดูหินทั้งนั้น” นายใหญ่ทัพช้างศึก ยู-19 ทิ้งท้าย

Topics