พาทิศ ศุภะพงษ์ โฆษกส.บอล : ฟุตบอลโลก 2026 คือโกลเด้น เจเนเรชั่น ของเรา

โฆษกสมาคมฯ ร่วมงานสัมมนาวิชาการ “ฟุตบอลไทย 4.0 มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน สู่เวทีโลก”

วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2559 เวลา 14.00 น. ณ เวทีในโรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพลกซ์ ชั้น 5 ศูนย์การค้า สยามพารากอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา ร่วมกับ นักศึกษาปริญญาโท MBA การจัดการฟุตบอลอาชีพ รุ่น 2 และผู้สนับสนุนภาคเอกชน จัดสัมมนาวิชาการ “ฟุตบอลไทย 4.0 มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน สู่เวทีโลก”

ภายในงานได้รับเกียรติ คุณ พาทิศ ศุภะพงษ์ โฆษกสมาคมฯ และรองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศฯ พร้อมด้วย , ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน อดีตโค้ชทีมชาติไทย และโฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ชัยโชค พุ่มพวง อดีตคณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ, คุณ อรรณพ สิงห์โตทอง รองประธานสโมสรชลบุรี เอฟซี โดยมี คุณ ณัฐรดา ก่อสุวรรณ เป็นผู้ดำเนินงาน

ขณะที่ ประเด็นหลักของการสัมมนาครั้งนี้คือการนำเสนอแผนพัฒนาฟุตบอลไทยของ พาทิศ ศุภะพงษ์ ตัวแทนจากสมาคมกีฬาฟุตบอล ที่มองว่าการพัฒนานั้นต้องเรียงลำดับจาก มั่งคั่งมั่นคงไปสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน

โฆษกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ อธิบายว่าความมั่งคั่งคือการที่สมาคมฯต้องสร้างบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ ให้เพียงพอ ต่อการทำงาน มี งบประมาณสนับสนุน เทคโนโลยีที่สอดคล้องกับแผนงาน มีสาธารณูปโภค ที่พร้อมรองรับการทำงาน

“ในด้านความสามารถของนักกีฬานั้น ฝ่ายเทคนิคโดยคุณวิทยา เลาหกุล กำลังสร้างระบบการเล่นที่เรียกว่า “Thailand Way” คือการผสมผสานรูปแบบการเล่นต่างๆให้เหมาะสมกับคนไทย โดยมีหัวใจสำคัญคือความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ การเล่นที่คิดเร็ว ทำเร็ว ดุดัน”

“ใน 3 ปีหลังจากนี้ผลงานของทีมชาติชุดเยาวชนจะถือเป็นพระเอกของสมาคมฯ ที่เราจะให้ความสำคัญอย่างมาก ชุด U16 ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะวางเป้าหมายไปฟุตบอลโลก 2026 ถือเป็นโกลเด้น เจเนอเรชั่นของเรา ที่เราจะต้องใส่การเล่นแบบ Thailand Way เข้าไป”

“ส่วนในเรื่องของงบประมาณนั้น สมาคมฯจะใช้สิทธิ์ในการขอสนับสนุนจากฟีฟ่าครบในทุกๆด้านทั้งการสร้างสนามหญ้าเทียมปีละ 1 สนาม การอบรมผู้ตัดสินที่เริ่มไปแล้วตั้งแต่ปีนี้ รวมไปถึงการสร้างฐานข้อมูลแบบออนไลน์ และแนวทางนี้เรายังนำมาใช้ในการสนุบสนุนสโมสรที่ได้มีการประกาศไปแล้วในงานเปิดตัวโรดแมป 3 ปี คือให้แต่ละสโมสรส่งแผนการพัฒนาสาธารณูปโภคเพื่อรับงบสนับสนุน”

ส่วนการไปสู่ระดับโลกนั้น โฆษกสมาคมฯ มองว่าต้องไปควบคู่กันทั้งผลงานในระดับทีมชาติและสโมสรในรายการสำคัญของทวีปและระดับโลก การทำสื่อสารการตลาดและภาพลักษณ์ที่น่าสนใจ และมีการผลิตสื่อคอนเทนต์ที่ได้มาตรฐาน

“เราต้องรู้ก่อนว่ารายการระดับเมเจอร์ที่เราคาดหวังและประเมินผลได้นั้นคืออะไร ซึ่งรายการใหญ่ระดับเมเจอร์ต่อไปของเราก็คือ เอเชียนคัพ 2019 ส่วนในระดับเยาวชนคือการแข่งขันชิงแชมป์เอเชียในรุ่นต่างๆที่จะไปฟุตบอลโลก ส่วนเรื่องการปรับภาพลักษณ์นั้นทางสมาคมฯได้มีการรีแบรนดิ้งใหม่เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว

ขณะที่ความยั่งยืนนั้น พาทิศ กล่าวว่าในปีหน้า สมาคมฯจะมีการจัดตั้งสภาปฏิรูปและการจัดทำแผนแม่บทพัฒนาฟุตบอลแห่งชาติในระยะยาว 20 ปี โดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมกันเพื่อทำคัมภีร์เล่มนี้ขึ้นมาแต่จะมีการประเมินผลกันทุกๆ 5 ปี 10 ปี ว่ามีจุดใดที่จะต้องแก้ไขภายหลังกิจกรรม นาย พาทิศ ศุภะพงษ์ กล่าวเสริมอีกว่า “งานสัมมนาวันนี้ก็ถือเป็นหัวข้อที่ทันสมัย เพราะว่ารัฐบาลก็ประกาศว่า ประเทศไทยต้องเป็นประเทศไทย 4.0 ซึ่งเป็นการนำนวัตกรรมเข้ามาเพื่อพัฒนาให้ยั่งยืน พอมาเป็นหัวข้อของฟุตบอล สมาคมฯก็มีแนวคิดที่แตกออกมา และขมวดให้เป็นหัวข้อ เช่นมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน สู่เวทีโลกได้ ซึ่งวันนี้ก็ได้อธิบายในแต่ละหัวข้อว่ามันต้องประกอบด้วยอะไร แผนพัฒนาสมาคมฯที่ทำอยู่ทุกวันนี้มันเป็นโอกาสดีที่เราได้คุยกัน ปกติเราจะคุยกันที่แถลงข่าว คุยกันทางเว็บไซต์ที่เราส่งข่าวไป แต่วันนี้เราได้พบปะกัน ได้สอบถาม และผมก็ได้ใช้เวลาในการอธิบายแนวทางการทำงานของสมาคมฯในวันนี้และก็อนาคต”

“นั่นหมายความว่าในอนาคตสมาคมฯ ก็พร้อมที่จะร่วมมือกับรัฐบาล แผนปฏิรูปที่สมาคมฯตั้งใจไว้คือทุกภาคส่วนต้องเข้ามาร่วมมือกัน เราทำคนเดียวไม่ได้หรอก เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ถ้าเราไม่ได้รับการสนับสนุนจากโรงเรียน, แฟนบอล,รัฐบาล เราเดินคนเดียวก็ไม่ประสบความสำเร็จ”

“เป้าหมายก็คือการทำให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นที่พอใจสำหรับทุกคน ตกลงที่จะไปตามนี้ มันจะเป็นแผนที่ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ช่วยกันลงไม้ลงมือ แผนปฏิรูปจะออกมาเป็นคู่มือให้กับเรา แล้วทุกคนมีส่วนร่วม ทุกคนจะต้องตัดสินใจร่วมกันว่า เราจะไปทางนี้ เราจะไปขวาทุกคนต้องไปขวา เราจะไม่ไปทางซ้าย””

Topics