พิถีพิถัน! สมยศเผยยังไม่วางตัวโค้ชเยาวชน 3 ชุด รอเจ้าตัวขายของเอง

ประมุขลูกหนังไทยเผยยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องกุนซือเยาวชนทั้ง 3 ชุดว่าเป็นใคร โดยจะรอให้ทุกคนที่อยู่ในข่ายมานำเสนอด้วยตัวเองวันที่ 2 พ.ค นี้

พล.ต.อ สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เผยว่าในส่วนของกุนซือทีมชาติไทยไล่ตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 16 , 19 และ 21 ปี แม้จะมีตัวเลือกในใจแล้วแต่ก็ยังสรุปไม่ได้ว่าเป็นใคร เพราะต้องทำตามขั้นตอน ซึ่งจะรอให้ทุกคนที่อยู่ในข่ายมานำเสนอวันที่ 2 พฤษภาคมนี้

โดยชุด U-16 มีภารกิจทำศึกชิงแชมป์อาเซียน ที่กัมพูชา ระหว่างวันที่ 10-23 กรกฎาคมนี้ ต่อด้วย ชิงแชมป์เอเชีย รอบสุดท้าย ที่อินเดีย วันที่ 15 กันยายน - 2 ตุลาคม เช่นเดียวกับ U-19 ที่จะลุยชิงแชมป์อาเซียน ระหว่างวันที่ 11-24 กันยายน ตามด้วย ชิงแชมป์เอเชีย รอบสุดท้าย ที่บาห์เรน วันที่ 13-30 ตุลาคมนี้

ขณะที่ชุด U-21 ก็มีโปรแกรมแข่งขันฟุตบอลสี่เส้า "เนชันส์ คัพ" ที่มาเลเซีย ต่อด้วย ภารกิจป้องกันแชมป์ซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ช่วงกลางปีหน้า อย่างไรก็ตาม "สมยศ" เผยว่าทั้งหมดยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องตัวของกุนซือว่าจะเป็นใคร

ประมุขลูกหนังไทยกล่าวว่า "วันนี้ก็มีการคุยกัน มีการเสนอรายชื่อ เพราะผมเปิดกว้างให้ทุกคนสมัคร ตอนนี้ก็มีการเสนอตัวเข้ามา ที่ประชุมก็เอาโปรไฟล์ทั้งหมดมาคุยกัน เพื่อให้เป็นข้อยุติ ก็ให้แต่ละคนที่เอาโปรไฟล์เข้ามา และวันที่ 2 พฤษภาคม ผมจะเชิญผู้เสนอตัวเหล่านั้นมา พรีเซนต์ให้ทุกคนฟัง"

"คือผมทำงานแบบใช้ความเห็นส่วนใหญ่ในที่ประชุม ให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ผมไม่ใช่คนเดียวที่ตัดสินใจ เราจะให้โอกาสท่านเหล่านั้นมาชี้แจงว่ามีแผนงานอย่างไร เช่นอยากทำ ยู 19 มีแผนงานยังไง มีทีมงานอย่างไร แล้วก็ผลประโยชน์ หรือสิ่งที่เขาต้องการให้สมาคมรับผิดชอบอะไรบ้าง"

สมยศกล่าวต่อ "มันไม่ใช่จะเลือกใครแล้วประกาศเลย เราต้องดูทีมงานด้วย และต้องดูว่าสมาคมต้องรับผิดชอบ รับได้ไหม อย่างเช่นเรียกค่าเหนื่อยสูง จนคณะกรรมการเห็นว่า มันไม่เหมาะสมก็ต้องมีการต่อรอง ซึ่งต้องใช้เวลา ผมก็อยากประกาศวันนี้ ตัวบุคคลอยู่ในใจก็มีแล้ว แต่ต้องรอให้มันตามขั้นตอน ในการสรรหาตัวโค้ช ไม่ใช่ชอบใครก็ไปพามา ชวนมา แต่ถ้าผลงานออกมาไม่ดี เราจะทำอะไรได้แค่ไหน"

"ก็อยากขอเวลานิด คิดว่าไม่เกินอาทิตย์หน้า ยอมรับว่าอีกไม่นานทัวร์นาเมนต์ก็จะเริ่มขึ้น เวลาคือปัญหา คือผมก็อยากประกาศ แต่พอผมประกาศให้เสนอตัวทำหน้าที่ โดยกำหนดเวลาส่งข้อมูลเมื่อปลายเดือนที่แล้วก็ไม่มีคนส่ง"

"นี่ไงถึงฟุตบอลไทยมันไม่พัฒนา เพราะทุกคนอยากทำ แต่ไม่ขวนขวาย ทุกคนไม่ดูว่าตัวเองมีอะไรบ้าง หรือผลงานอะไรบ้าง เพื่อมาแข่งขัน ผมไม่ใช้พวกที่ไปนั่งจิ้มเลือก เราต้องใช้มาตรฐานสากล คุณอยากทำงานต้องสมัครเข้ามา แล้วเราเป็นคนคัดเลือกคุณ"

"จากผลงานคุณสมบัติ อย่างเช่นโค้ชในเมืองไทย มีโปรไลเซนส์คนเดียว ปีหน้า แชมเปี้ยนส์ลีก โค้ชทุกคนต้องเป็นโปรไลเซนส์ มันทำไมไม่มี เพราะการพัฒนาฟุตบอลไทยมันเป็นอย่างนี้ เพราะว่าไม่มีการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ครบวงจร ผมถึงมาเริ่มต้นให้ผู้รับผิดชอบเขียนโครงการ อบรมโค้ชระดับโปรไลเซนส์ ไม่งั้นโค้ชไทยลีกอาจจะเป็นต่างชาติไปหมด เพราะว่าคนไทยไม่มีโปรไลเซนส์ มีคุณสุรชัย จตุรภัทรพงศ์ คนเดียว"

"ซึ่งเรื่องนี้ผมก็เพิ่งมารู้ปัญหา และก็เริ่มสั่งให้คนรับผิดชอบเขียนแผน และทำแผน หาเงิน เพราะเท่าที่ทราบการเรียนโปรไลเซนส์ต้องใช้เงินหัวละ 500.000 บาท นี่คือปัญหา ผมบอกว่าการพัฒนาวงการฟุตบอลไทยไม่ใช่เรื่องเล็ก ผมคิดว่าเรื่องใหญ่ มันต้องพัฒนาทั้งระบบ ไม่ใช่บอกว่าจะทำทีมฟุตบอลให้นักฟุตบอลเตะเก่งอย่างเดียว แต่วงการฟุตบอลไม่ก้าวหน้าไม่เจริญ กรรมการก็มีขยุมมือเดียว จัดไปจัดมาก็เจอหน้าเดิมๆ"

"ไม่เคยมีคิดอ่านว่า ถ้าเกิดไม่มีกรรมการชุดนี้แล้ว รุ่นใหม่ๆนี่จะไปเอามาจากที่ไหน ก็เพิ่งเริ่มมีการอบรบ เพื่อหาคนทดแทน เช่นกัน การพัฒนานักกีฬา ก็ไม่ใช่มองแค่ทีมชุดใหญ่ไม่เคยมองเลยว่า ชุดเยาวชนมีการดูแลกันหรือไม่ ผมพูดได้เลยว่าไม่มี และจะให้ฟุตบอลพัฒนาอย่างไร ไม่มีทางถ้าไม่พัฒนาทั้งระบบ" สมยศกล่าวปิดท้าย

Topics