พ้นโคม่า!! เสือเหลืองดุต่อเนื่องบุกตะปบม้าขาว 2-3 ขึ้นท็อปเทนชั่วคราว

โอบาเมยอง, กุนโดกัน และ รอยส์ ช่วยกันทำคนละหนึ่งประตู ช่วยให้เบเฟาเบเก็บชัยชนะ 3 นัดติดต่อกันได้เป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้ พร้อมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 10 ของตารางชั่วคราว

ฮูบ สตีเฟนส์ กุนซือฃรัวเฒ่าวัย 61 ปีของม้าขาว 'สตุ๊ตการ์ต' หวังเก็บสามคะแนนให้ได้ในเกมนี้เพื่อทำแต้มขยับหนีบ๊วยของตาราง โดยวาง ติโม แวร์เนอ กับ มาร์ติน ฮาร์นิค เป็นคู่หน้าไล่ล่าตาข่าย พร้อมกับส่ง เซเรย์ ดาย มิดฟิลด์ตัวตัดเกมที่เพิ่งย้ายมาจาก บาเซิ่ล ลงประเดิมตัวจริงแทน คริสเตียน เกนท์เนอร์ ที่ติดโทษแบนทันที

ด้าน เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่กำลังพาเสือเหลืองกลับสู่ฟอร์มเก่งอีกครั้ง หลังชนะรวด 2 นัดติด ยังยึดผู้เล่นชุดเดิมจากเกมนัดก่อน ที่เปิดบ้านถล่ม ไมนซ์05 4-2 นำโดย โรมัน ไวเดนเฟลเลอร์ (ผู้รักษาประตู), เนเวน ซูโบติช, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน คัมเปิล, ชินจิ คางาวะ, มาร์โก้ รอยส์ และหน้าเป้าเป็น ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง ที่นำเป็นดาวซัลโวของทีมอยู่ในขณะนี้ที่ 8 ประตู (เฉพาะในบุนเดสลีกา)

เริ่มเกมมาได้เพียง 12 นาที ทีมเยือนอย่างเสือเหลืองได้โอกาสทักทายก่อนเลย จากจังหวะฟรีคิกกลางสนาม และเป็น มาร์เซล ชเมลเซอร์ รับหน้าที่เปิดโด่งเข้ามาลุ้นในเขตโทษให้ นูริ ซาฮิน โขกเล่นทางเต็มศรีษะเน้นๆ แต่ สเวน อุลไซต์ นายด่านเจ้าถิ่นยังโชว์ซูเปอร์เซฟพุ่งปัดออกไปได้อย่างยอดเยี่ยม

ถัดมา 2 นาที ชินจิ คางาวะ เลี้ยงตัดเข้ามาในเขตโทษฝั่งขวา ก่อนบอลทะลักมาเข้าทาง อิลคาย กุนโดกัน วิ่งซัดด้วยขวาเต็มข้อหน้าเขตโทษ สเวน อุลไซต์ ล้มตัวปัดเข้าทาง ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง ตามซ้ำดาบสองเข้าไปตุงตาข่าย ทว่าผู้ตัดสินไม่ให้ประตู เนื่องจากไลน์แมนยกธงล้ำหน้าไปก่อนหน้านี้แล้ว

Goal!!! นาทีที่ 25 หลังจากเดินหน้าบุกอยู่พักใหญ่ ในที่สุดทัพเสือเหลืองก็มาได้ประตูขึ้นนำสมใจ จากจังหวะที่ มาร์โก้ รอยส์ ลุยเดี่ยวจี้เข้าหาเขตโทษ ก่อนจ่ายไปทางขวาให้ ชินจิ คางาวะ พยายามแตะบอลเล่นเองแต่แป็ก ทว่ายังกลายเป็นดีเข้าทาง ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง วิ่งมาปั่นด้วยขวาจากกรอบ 6 หลาเข้าไปไม่เหลือ ดอร์ทมุนด์ขึ้นนำ 1-0 พร้อมกับเป็นประตูที่ 9 ของดาวยิงทีมชาติกาบองรวมทุกรายการ ในซีซั่นนี้

อย่างไรก็ตาม เจ้าถิ่นก็มาตีเสมอได้รวดเร็วเช่นกัน ในนาทีที่ 30 จากจังหวะเตะมุมฝั่งขวาที่แข้งม้าขาวเปิดโค้งเข้าไปลุ้นในเขตโทษ และเป็น นูริ ซาฮิน ที่ไปเตะด้านหลังใส่ จอร์จ นีเดอร์ไมเออร์ ที่กำลังจะยิงล้มลง ทำให้ผู้ตัดสินไม่มีทางเลือกชี้เป็นลูกโทษให้สต๊ดการ์ตทันที และเป็น ฟลอเรียน ไคลน์ รับหน้าที่สังหารเสียบมุมเข้าไปไม่พลาด สตุ๊ดการ์ตตามตีเสมอเป็น 1-1

แต่แล้วในนาทีที่ 38 ทีมเยือนก็กลับมาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง จากลูกที่ ชินจิ คางาวะ ตอกส้นให้ อิลคาย กุนโดกัน แตะบอลเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวาหนึ่งจังหวะ ก่อนจิ้มสุดปลายเกือก (ฉีดยา) เสียบเสาแรกเข้าไป ชนิดที่ สเวน อุลไซต์ ทำได้เพียงแค่เซฟด้วยสายตา ดอร์ทมุนด์ขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1 ก่อนจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

เข้าสุ่ครึ่งหลัง ในนาทีที่ 52 ทีมเยือนเกือบได้ปะตูที่สาม จากจังหวะที่นักเตะสตุ๊ดการ์ตจ่ายบอลพลาดกลางสนาม ถูก มาร์โก้ รอยส์ ตัดไปได้ ก่อนจ่ายขึ้นหน้าให้ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง ดึงจังหวะรอ ก่อนแทงทะลุเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้าย และเป็น ชินจิ คางาวะ ที่วิ่งสอดมาจากด้านหลังตามขึ้นมาปั่นด้วยขวา บอลพุ่งตรงตัว สเวน อุลไซต์ เซฟไว้ได้

นาทีที่ 76 นูริ ซาฮิน ลองส่องไกลด้วยซ้ายจากระยะประมาณ 30 หลา แต่ถูกปฏิเสธโดย สเวน อุลไซต์ ที่พุ่งปัดสุดเหยียดออกไปได้แบบหวุดหวิด

ท้ายเกมนาทีที่ 89 ทีมเยือนมาได้ประตูหนีห่างเป็น 3-1 จากจังหวะที่ ทิโม เบาม์การ์เทิล เซ็นเตอร์ฮาร์ฟเจ้าถิ่นจ่ายคืนผู้รักษาประตูสั้นเกินไป จนถูก มาร์โก้ รอยส์ ฉกไปได้ ก่อนแตะหนี สเวน อุลไซต์ ไปทางฝั่งขวา และบรรจงแปเบาๆเข้าไปอย่างเลือดเย็น

อย่างไรก็ตาม ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เจ้าถิ่นมาได้ประตูตีตื้น จากจังหวะที่ ฟิลิป คอสติช เปิดเตะมุมจากฝั่งขวาเข้ามาในเขตโทษให้ เวดาด อิบิเซวิช ตัวสำรองโหม่งชงไปให้ จอร์จ นีเดอร์ไมเออร์ ตั้งหัวขวิดเน้นๆจากระยะเผาขนเข้าไปไม่เหลือ

จบเกม โบรุสเซีย ดอร์ทมุมนด์ บุกเฉือนชนะ สตุ๊ดการ์ต 3-2 เก็บสามคะแนนสำคัญ ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 10 ของตารางชั่วคราว โดยมีแต้มห่างจากอันดับ 4 โควต้าแชมป์เปี้ยนส์ลีกลำดับสุดท้ายอยู่ 9 คะแนน ส่วน สตุ๊ดการ์ต จมบ๊วยต่อไป

Topics