ภูธรคลาสสิค! ฟาน ไดค์ โหม่งท้ายเกม สุพรรณฯ เปิดบ้านเจ๊าบุรีรัมย์สุดมันส์ 2-2

กองหน้าทีมชาติอินโดนีเซียกลายเป็นตัวขโมยซีนของแท้ เมื่อถูกเปลี่ยนตัวลงมาเป้นผู้ทำประตูตีเสมอให้เจ้าถิ่นกลับมาได้แต้มจากแชมป์เก่าในที่สุด

ศึกโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีกนัดที่ 4 จ่าฝูงสุพรรณบุรี เอฟซี เปิดบ้านรับมือแชมป์เก่าอย่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

เกมนี้แซร์โจ้ ฟาริอาสให้โอกาสคาร์เมโล กอนซาเลซเผชิญหน้ากับทีมเก่า ส่วนประชุม ชูทองมีชื่อเป็นตัวสำรองเท่านั้นส่วนรายอื่นๆอย่างจักรพันธ์ พรใส นักเตะยอดเยี่ยมของโตโยต้า ประจำเดือนกุมภาพันธ์และอังเดร หลุยส์ ยังมีชื่อในเกมนี้

ด้านอเล็กซานเดอร์ กามาที่เพิ่งกรำศึกหนักมาจากเอซีแอล ไม่ค่อยเปลี่ยนผู้เล่นเท่าไหร่โดยมีเพียงรายเดียวเท่านั้นคือนฤบดินทร์ วีรวัฒโนดมที่หลุดไปเป็นตัวสำรองและสุรีย์ สุขะเป็นตัวจริง ส่วนคู่หัวหอกอย่างคงเป็นดีโอโก้ หลุยส์ ซานโต้และกิลแบร์โต้ มาเชนาโดยมีประกิต ดีพร้อมเล่นเป็นหน้าต่ำ

เริ่มเกมครึ่งแรก นาทีที่ 9 บุรีรัมย์ ได้ลุ้นก่อน ธีราทร บุญมาทัน เปิดลูกเตะมุมฝั่งขวามากลางประตู กองหลังเจ้าถิ่นเคลียร์บอลมาเข้าทาง ชิติพัทธ์ แทนกลาง ที่ยืนอยู่นอกเขตโทษยิงสวนด้วยขวาทันที ลูกพุ่งเหินโด่งข้ามคานออกหลังไป

บุรีรัมย์ครองบอลบุกได้เยอะกว่าโดยใช้จังหวะกดดันจากลูกนิ่ง แต่นาที 15 สุพรรณบุรี มีโอกาสลุ้นจากเกมสวนกลับ อันเดร หลุยส์ กระชากบอลหนี ชิติพัทธ์ แทนกลาง เข้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดยัดเสาแรกลูกหลุดออกหลังไปเอง

เจ้าบ้าน สุพรรณบุรี เริ่มตั้งเกมของตัวเองได้ นาที 24 ได้ลุ้นอีกครั้งจากการลากตัดจากริมเส้นด้านซ้ายมาส่องด้วยขวาหน้าเขตโทษของ คาร์เมโล กอนซาเลซ ทว่าลูกพุ่งเรียดกระแทกหน้าต่างที่เสาแรกพลาดได้ประตูอย่างน่าเสียดาย

และนาทีที่ 28 บุรีรัมย์ก็มาได้ประตูออกนำจากจังหวะที่ธีราทรเปิดเข้าไปตรงกลางกองหลังสุพรรณฯสกัดกันได้ไม่ดีมาเข้าทางดีโอโก้วอลเลย์โล่งๆเข้าไปช่วยให้ปราสาทสายฟ้าขึ้นนำไปก่อน 1-0

นาที 38 สุพรรณบุรี ชวดได้ประตูตีเสมอ จักรพันธ์ พรใส เปิดลูกเตะมุมฝั่งซ้ายโค้งมากลางประตู มาร์ซิโอ โรซาริโอสลัดตัวประกบได้ขึ้นโขกเต็มๆ ทว่า ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน นายทวารทีมเยือนปัดบอลทิ้งออกหลังไปได้อย่างเหลือเชื่อ

ครึ่งแรกทำท่าว่าจะจบลงด้วยการขึ้นนำของทีมเยือนอยู่แล้วแต่ในนาทีสุดท้ายเป็นสุพรรณบุรีที่มาตีเสมอได้สำเร็จจากจังหวะที่สุพจน์ตัดบอลจากสุรีย์ได้ก่อนเปิดเข้ามาให้จักรพันธ์ พรใสปั่นด้วยขวาเข้าประตูไปช่วยให้ช้างศึกยุทธหัตถีตีเสมอเป็น 1-1 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

เริ่มครึ่งหลังปราสาทสายฟ้าเปลี่ยนตัวก่อนด้วยการส่งนฤบดินทร์ลงมาเล่นแทนสุรีย์ และแค่ไม่ถึงนาทีบุรีรัมย์เกือบมาได้ประตูออกนำจากจังหวะที่บอลขลุกขลิกตรงกลางและเป็นดีโอโก้ที่ได้วอลเลย์ด้วยซ้ายแต่บอลข้ามคานไปนิดเดียว

นาทีที่ 48 สุพรรณบุรีเกือบมาได้ประตูออกนำเช่นกันจากจังหวะที่คาร์เมโลวางบอลข้ามฟากให้จักรพันธ์แปะต่อมาถึงอังเดร หลุยส์หลุดเดี่ยวไปยิงตามน้ำด้วยขวาแต่ศิวรักษ์ยังปัดออกหลังไปได้แบบหวุดหวิด

นาทีที่ 53 สุพรรณมาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่สุพจน์ได้เปิดจากกาบขวาให้คาร์เมโลได้โขกแต่ศิวรักษ์ยังรับไว้ได้อีกทั้งคู่เปิดเกมเข้าใส่กันสนุกแต่จังหวะสุดท้ายเป็นสุพรรณที่จบได้มากกว่าและมาได้ลุ้นอีกครั้งในนาทีที่ 56 จากจังหวะที่คาร์เมโลตัดบอลจากประกิตได้ก่อนลองส่องไกลแต่บอลยังหลุดเสาไปนิดเดียว

นาทีต่อมาบุรีรัมย์ก็พลาดประตูขึ้นนำไปอีกครั้งอย่างไม่น่าเชื่อจากจังหวะที่ดีโอโก้ไปแย่งบอลจากโรซาริโอได้ก่อนจ่ายให้มาเชนาได้ยิงโล่งๆแต่ไปติดบล็อคของอนุรักษ์ และธีราทรพยายามยิงไกลซ้ำก็ไม่ตรงกรอบ

นาทีที่ 62 บุรีรัมย์มาได้ลุ้นอีกครั้งและจากลูกเตะมุมที่สุเชาว์เปิดเข้ามาอนุรักษ์ชกมาเข้าทางประกิตไหลต่อให้ธีราทรปั่นด้วยซ้ายข้ามคานไปนิดเดียว

เริ่มเป็นบุรีรัมย์ที่บุกอย่างหนักแต่ก็ยังเจาะไม่ได้นาทีที่ 70 บุรีรัมย์ตัดสินใจส่งกฤษณ์พรหม บุญสารลงมาเล่นแทนประกิต ดีพร้อม เช่นเดียวกับสุพรรณบุรีที่ส่งเซร์คิโอ ฟาน ไดจ์ลงมาเล่นแทนอังเดร หลุยส์

นาทีที่ 81 กลายเป็นบุรีรัมย์ที่มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจนได้จากจังหวะที่ดีโอโก้โดนสกัดบอลมาเข้าทางมาเชนาได้ส่องโล่งๆเข้าประตูไปช่วยให้ทีมเยือนขึ้นนำอีกเป็น 2-1 และฟาริอาสก็แก้เกมทันทีด้วยการส่งเจษฎา ภู่เล็กลงมาเล่นแทนพลวัฒน์ วังฆะฮาด

เกมทำท่าว่าจะจบลงด้วยชัยชนะของบุรีรัมย์อยู่แล้ว แต่ช้างศึกไม่ยอมตายง่ายๆและนาทีที่ 89 สุพรรณก็มาได้ประตูตีเสมอจากลูกฟรีคิกที่จักรพันธ์เปิดเข้าไปให้ฟาน ไดจ์ทะยานโขกเข้าประตูไปช่วยให้เจ้าถิ่นตีเสมอเป็น 2-2

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งคู่ไม่สามารถทำประตูเพิ่มกันได้จบเกมเสมอกันไป 2-2 แบ่งกันไปทีมละหนึ่งแต้มโดยสุพรรณบุรีมี 8 คะแนนจากสี่นัด ส่วนบุรีรัมย์มี 5 คะแนนจากสามนัด

สุพรรณบุรี เอฟซี : อนุรักษ์ ชมูพฤกษ์ (GK), พลวัฒน์ วังฆะฮาด, ปรัชญ์ สมัคราษฎร์, มาร์ซิโอ โรซาริโอ, สุพจน์ วงษ์หอย - เดชา สอาดโฉม, ลี ซึง ฮี, ณัฐพงษ์ สมณะ, จักรพันธ์ พรใส - คาร์เมโล กอนซาเลซ, อังเดร หลุยส์ เลซี
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (GK), ชิติพัทธ์ แทนกลาง, อันเดรส ตูเญซ, กรวิทย์ นามวิเศษ - สุรีย์ สุขะ, สุเชาว์ นุขนุ่ม, โก ซุล กิ, ธีราทร บุญมาทัน - ประกิต ดีพร้อม - กิลแบร์โต้ มาเชนา, ดีโอโก้ หลุยส์ ซานโต้