ปิดจ๊อบตามคาด! สิงห์เฉือนพาเลซ 1-0 ผงาดซิวแชมป์ลีกสมัย 5

โชเซ มูรินโญ พาลูกทีมสมหวังหลังเปิดบ้านเก็บสามแต้มสำคัญ ส่งให้สิงห์บลูคว้าแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษประจำฤดูกาล 2014/15 ไปครอง พร้อมกับเป็นแชมป์ที่สองของสโมสรในปีนี้

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 35 ณ สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ ระหว่าง เชลซี จ่าฝูง เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ คริสตัล พาเลซ ก่อนเกมรั้งอันดับ 12 ของตาราง โดยสถิติที่ผ่านมาพบว่า ทัพ 'สิงโตน้ำเงินคราม' ไม่เคยเล่นเกมเหย้าแพ้ 'ปราสาทเรือนแก้ว' เลยนับตั้งแต่ปี 1971

โชเซ มูรินโญ เทรนเนอร์เจ้าถิ่น เปลี่ยนแปลงผู้เล่นเพียงรายเดียวจากเกมนัดก่อน ที่บุกไปเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 3-1 โดยหมดสิทธิ์ใช้งาน รามิเรส ห้องเครื่องชาวบราซิเลี่ยนที่มีปัญหาบาดเจ็บระหว่างกำลังวอร์มก่อนเกม ทำให้ ฮวน กิลเยอร์โม กัวดราโด้ ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงแทน พร้อมใส่ชื่อ นาธาน อาเก้ กองหลังดาวรุ่งวัย 21 ปีทีมชาติเนเธอร์แลนด์ชุดยู-21 เข้ามาเป็นตัวสำรอง

ด้านทีมเยือนของกุนซือ อลัน พาร์ดิว ขนขุมกำลังมาเต็มสูบในระบบ 4-5-1 วาง ยานนิค โบลาซี่ เป็นหน้าเป้าไล่ล่าตาข่าย โดยมี จอร์แดน มัตช์, โจ เลดลีย์, วิลฟรีด ซาฮา, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ และ เจสัน พันเชียน คอยเติมเกมสนับสนุนอยู่ด้านหลัง

ต้นเกมทั้งสองทีมยังไม่เปิดเกมรุกแลกกันมากนัก อาศัยค่อยๆเซ็ตบอลขึ้นหน้าเสียเป็นส่วนใหญ่ และในนาทีที่ 16 เป็นฝั่งเจ้าถิ่นที่เริ่มเปิดฉากทักทายก่อน จากจังหวะที่ ฮวน กิลเยอร์โม กัวดราโด้ รับบอลทางฝั่งขวา ก่อนหาช่องส่องไกลด้วยขวาจากระยะเกือบ 35 หลา ทว่าจังหวะยิงดันไปลื่นเสียก่อน ทำให้บอลพุ่งเหินข้ามคานออกไป

ถัดมาในนาทีที่ 23 จ่าฝูงมีโอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง จากจังหวะที่ เชสก์ ฟาเบรกาส เปิดฟรีคิกจากกราบซ้ายเข้าไปในเขตโทษ ซึ่งบอลเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ ชูเลียน สเปโรนี นายด่านพาเลซออกมาคว้าบอลพลาดไปเข้าทาง เนมานยา มาติช ทางฝั่งขวา ทว่าห้องเครื่องชาวเซิร์บก็ดันคิดช้าทำช้าไป ทำให้จังหวะสุดท้ายยิงไปแฉลบขาแนวรับทีมเยือนออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

เกมทำท่าจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้อยู่แล้ว ทว่าก่อนหมดเวลา 2 นาที เชลซีมาได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ เอเด็น ฮาชาร์ ทำชิ่งกับ วิลเลี่ยน ก่อนพยายามแหวกหลุดเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวา ทว่าถูก เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ แหย่ขาสกัดล้มลง ทำให้ผู้ตัดสินชี้เป็นลูกจุดโทษทันที และเป็น ฮาชาร์ รับหน้าที่ลุกขึ้นมาสังหารเอง โดยจังหวะแรกยิงไปตรงตัว ชูเลียน สเปโรนี แต่บอลกระดอนมาเข้าทาง อาร์ชา ตามโหม่งซ้ำดาบสองเข้าไปไม่พลาด ช่วยให้เชลซีขึ้นนำ 1-0 และก็จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

กลับมาเล่นในครึ่งหลัง โชเซ มูรินโญ แก้เกมเน้นรับทันที โดยถอดเอา ฮวน กิลเยอร์โม กัวดราโด้ ออกไปพักที่ข้างสนามแล้วจัดการส่ง จอห์น โอบี มิเกล ลงมาเล่นแทน

เพียงนาทีที่ 55 เจ้าถิ่นฉวยโอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ลองส่องไกลด้วยขวาจากระยะประมาณ 30 หลา ส่งบอลพุ่งตรงดิ่งข้ามคานออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

4 นาทีต่อมา เจ้าบ้านมีโอกาสอีกครั้ง จากจังหวะที่ จอห์น โอบี มิเกล ทำชิ่งกับ ดิดิเยร์ ดร็อกบา หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนกดเลียดด้วยขวาทว่าบอลตรงตัว ชูเลียน สเปโรนี รับเข้าซองไว้ได้แบบสบายมือ

นาทีที่ 68 พาเลซมีโอกาสทักทายบ้าง จากจังหวะที่ แกรี่ เคฮิลล์ โหม่งเคลียร์ไม่ขาดมาเข้าทาง เจสัน พันเชียน สวนตูมเดียวด้วยขวาแบบไม่ต้องจับจากระยะเกือบ 30 หลา ส่งบอลพุ่งหลุดกรอบออกไปแบบได้ลุ้นทีเดียว และช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ ยิงนกตกปลาเสียเป็นส่วนใหญ่

จบเกม เชลซี เปิดบ้านเอาชนะ คริสตัล พาเลซ 1-0 คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล 2014/15 ไปครอง หลังมีคะแนนนำอันดับสองอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ห่างถึง 16 คะแนน ในขณะที่เหลือโปรแกรมแข่งขันอีกเพียงแค่ 3 นัดเท่านั้น พร้อมกับเป็นการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 4 และแชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่ 5 ของสโมสรด้วย