ปิดกล่องสุดสวย!! เบนซ์เบิ้ลพาราชันเปิดรังอัดโซเซียดาดกระจุย 4-1 นำฝูงชิล

ดาวยิงชาวเฟรนซ์ของราชันชุดขาว โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมตลอดเกม ก่อนปั่นโค้งฝังเรอัล โซเซียดาด สุดสวย ช่วยให้ต้นสังกัดถอนแค้นทีมดังบาสก์แบบทบต้นทบดอก พร้อมทำแต้มหนีห่างรองฝูงออกไปอีก 4 ...

คาร์โล อันเชล็อตติ เฮ้ดโค้ชคนเก่งของราชันชุดขาว ตัดสินใจส่ง อาเซียร์ อีญาร์ราเมนดี้ ลงเล่นแทน คริสเตียโน โรนัลโด้ ที่โดนใบแดงจากเกมนัดที่แล้วที่บุกเฉือน กอร์โดบา หวุดหวิด 1-2 พร้อมเปลี่ยนระบบการเล่นเป็น 4-4-2 โดยให้ แกเร็ธ เบล กับ คาริม เบนเซมา ยืนเป็นคู่หน้าไล่ล่าตาข่าย และมี อิสโก้ กับ ฆาเมส โรดริเกวซ คอยเติมเกมทางริมเส้นซ้ายขวา

ด้าน เดวิด มอยส์ ที่เพิ่งพาโซเซียดัดเก็บชัยชนะนัดแรกในรอบ 5 นัดกับ เออิบาร์ 1-0 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เกมนี้เปลี่ยนแปลงผู้เล่นจากเกมนัดดังกล่าวเพียงตำแหน่งเดียวเท่านั้น โดยถอด อิมาโนล อกีร์เรตเซ ดาวยิงตัวเก่งออกไปสแตนบายที่ม้านั่งสำรอง แล้วจัดการส่ง กอร์กา เอลุสตอนโด ลงสนาม พร้อมขยับ คาร์ลอส เวล่า ไปยืนเป็นศูนย์หน้าตัวเป้าแทน

เปิดฉากเกมมาแค่ 36 วินาที ( เน้นว่า 36 วินาทีเท่านั้น ) ทีมเยือนอย่างโซเซียดาดก็มาได้ประตูขึ้นนำเร็วแบบช็อคแฟนบอลเจ้าถิ่น จากจังหวะลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายที่ รูเบน ปาร์โด้ บรรจงเปิดโค้งเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ อาริตซ์ เอลัสตอนโด้ โถมโขกเน้นๆเต็มศรีษะส่งบอลพุ่งเสียบตาข่ายแทบขาด โซเซียดาดขึ้นนำ 1-0

ทว่าแฟนบอลทีมเยือนดีใจได้ไม่นาน เพียงแค่ 2 นาทีหลังจากนั้น ราชันชุดขาวก็มาตามตีเสมอจนได้ จากลูกที่ มาร์เซโล เปิดโค้งจากกราบซ้ายเข้ามาในกรอบเขตโทษให้ ฆาเมส โรดริเกวซ ตั้งหัวโหม่งเน้นๆ ส่งบอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเสาแรกเข้าประตูไปอย่างสุดสวย ช่วยให้มาดริดตีเสมอเป็น 1-1

จากนั้นกลายเป็นมาดริดที่กลับมาโหมบุกอยู่ข้างเดียว และในนาทีที่ 28 พวกเขาก็เกือบได้ประตูพลิกขึ้นนำ จากลูกเตะมุมทางฝั่งขวาที่ ฆาเมส โรดริเกวซ เปิดโค้งเข้าไปตรงจุดนัดพบให้ แกเร็ธ เบล โหม่งเช็ดบางๆ บอลพุ่งถากเสาไกลออกหลังไปแบบได้ลุ้นทีเดียว

กระทั่งนาทีที่ 37 สาวกมาดริดก็ได้ส่งเสียงเฮกันสมใจ หลังทีมรักพลิกขึ้นนำได้สำเร็จ จากลูกที่ มาร์เซโล โยนบอลยาวจากฝั่งซ้ายเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ คาริม เบนเซมา พักแต่งบอลหนึ่งจังหวะก่อนวอลเลย์ด้วยขวาเต็มข้อติดเซฟ เคโรนีโม่ รูยี่ ทว่าบอลดันกระดอนไม่ไกลไปเข้าทาง เซร์คิโอ รามอส วอลเลย์ซ้ำดาบสองเข้าไปไม่เหลือ มาดริดพลิกขึ้นนำเป็น 2-1

ถัดมา 2 นาที มาดริดก็พลาดได้ประตูที่สามไปอย่างน่าเสียดาย จากจังหวะที่ คาริม เบนเซมา เลาะตัดเข้ามาในเขตโทษทางฝั่งซ้ายก่อนไหลถวายพานเข้ากลาง และเป็น แกเร็ธ เบล โฉบตัดหน้าแย่ง ฆาเมส โรดริเกวซ เพื่อนร่วมทีม แปด้วยซ้ายบอลถากเสาแรกออกหลังไปแบบที่ ฆาเมส มีเคือง จากนั้นทั้งคู่ทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบ 45 นาทีแรกเจ้าถิ่นยังรักษาสกอร์นำอยู่ที่ 2-1

เข้าสู่ครึ่งหลัง เพียงนาทีที่ 51 เจ้าถิ่นก็มาขยับสกอร์หนีห่างอีก จากจังหวะการประสานงานอันยอดเยี่ยมของคู่หูแนวรุก BB อย่าง แกเร็ธ เบล และ คาริม เบนเซมา โดย เบล เคาะชิ่งกับ เบนซ์ ก่อนหลุดเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้ายและบรรจงไหลเลียดให้ เบนซ์ แปง่ายๆด้วยซ้ายเข้าไป มาดริดหนีห่างเป็น 3-1

Goal!! นาทีที่ 75 มาดริดมาได้ประตูที่ 4 จากจังหวะที่ คาริม เบนเซมา ทำชิ่งกับ อิสโก้ ก่อนที่ เบนซ์ จะวิ่งมาปั่นด้วยขวาจากเส้นกรอบเขตโทษ ส่งบอลโค้งเสียบสามเหลี่ยมเสาไกลเข้าประตูไปอย่างสวยสดงดงาม มาดริดหนีห่างเป็น 4-1

นาทีที่ 81 แกเร็ธ เบล พลาดโอกาสใส่สกอร์ของตัวเองในเกมนี้อีกครั้ง หลังหลุดเดี่ยวเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับผู้รักษาประตู แต่ เบล ก็ดันยิงไปแฉลบตัว เคโรนีโม่ รูยี่ ออกหลังไปซะอย่างงั้น

จบเกม เรอัล มาดริด เปิดบ้านถล่ม เรอัล โซเซียดาด ยับ 4-1 ขยับแต้มหนีห่าง บาร์เซโลนา อันดับสอง เป็น 4 คะแนนเรียบร้อยแล้ว

Topics