ปีแรกไม่ง่าย! ซีกฮาร์ท เปิดใจชีวิตค้าแข้งในไทยกับสื่อเยอรมัน

ปีกลูกครึ่งไทย-เยอรมัน กล่าวเปิดใจกับสื่อเมืองเบียร์ หลังย้ายมาค้าแข้งกับบุรีรัมย์ได้เกือบครึ่งปี พร้อมเผยแรงจูงใจสูงสุดคือการติดทัพช้างศึกและคว้าแชมป์มาครองให้ได้

อเล็กซานเดอร์ ซีกฮาร์ท ตัวรุกของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดใจกับ merkur.de สื่อในประเทศเยอรมัน หลังย้ายมาค้าแข้งที่ประเทศบ้านเกิดได้ประมาณครึ่งปี

อดีตเยาวชนของบาเยิร์น มิวนิค ย้ายมาค้าแข้งกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา และได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง

"(กับช่วงครึ่งปีแรกที่ไทย) ผมแปลกใจกับโครงสร้างสโมสรของผมมาก เพราะทุกอย่างดูเป็นมืออาชีพ ก่อนจะมาที่ไทยผมคิดว่าผมต้องเจอเรื่องแย่ๆ แน่ แต่ไม่เลย มันแตกต่างกันมาก ช่วง 5 ปี ที่ผ่านมาฟุตบอลไทยพัฒนามาก และได้รับความสนใจจากผู้คนสูงขึ้น และดึงดูดให้สปอนเซอร์และนักลงทุนมาทำทีมมากมาย สโมสรของผมเปิดกว้างมากสำหรับนักเตะใหม่ และมีการปรับให้มีความคล้ายคลึงกับฟุตบอลตะวันตกเช่นเดียวกับหลายสโมสร นอกจากนี้เรายังมีค่ายฝึกซ้อม, สนามหญ้าที่ดี, ห้องพัก, ห้องฟิตเนส, ห้องนอนสำหรับนักเตะและโรงอาหาร" ซีกฮาร์ท กล่าวเริ่ม

"บรรดาแฟนๆต่างก็มีความกันเอง ตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้ามาแม้ผมจะพูดภาษาไทยไม่ค่อยแข็งแต่ทุกคนก็ช่วยให้พัฒนาแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะเรื่องการกินอาหาร หรือ การฝึกซ้อม ผมแปลกใจมากกับเรื่องนี้"

"(การเล่นนอกเยอรมันครั้งแรก) ตอนแรกมันยากมาก ฟุตบอลไทยไม่ใช่ฟุตบอลที่จะเดินเล่นได้แบบสบายๆ ผมเป็นคนที่ติดครอบครัวและเพื่อนมาก ถ้าผมไม่มีครอบครัวอยู่ที่นี่ ผมคงทนไม่ไหว โชคดีที่แม่ของผมมาอยู่กับผมด้วย และได้ให้คำแนะนำในการทำอะไรต่างๆ นอกจากนี้ผมยังสามารถเฟซไทม์ หรือ วอทแอป กับเพื่อนได้ตลอดเวลา"

"ทุกคนในสโมสร ต่างเป็นมิตรกับผมมาก การฝึกซ้อมที่นี่ค่อนข้างหนัก และนี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ผมต้องเจอกับความเปลี่ยนแปลง และต้องพยายามปรับตัวให้ได้เร็ว ทุกอย่างเป็นไปได้ดี มันคงเป็นเพราะผมได้ลงเล่นเกือบทุกเกมตั้งแต่ย้ายมาที่นี่""นอกจากนี้ในแต่ละเกมต่างมีความแตกต่างกันเรื่องแท็คติกในช่วงแรกๆ เพื่อนร่วมทีมของผมบางคนไม่เข้าใจแท็คติก เช่นเดียวกับผมที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามแท็คติก แต่ตอนนี้เรามีโค้ชใหม่แล้ว โชคดีที่มีการเปลี่ยนแปลงโค้ช (หัวเราะ)"

"(ล่าสุดกับถ้วยแม่โขง คลับ แชมเปี้ยนชิพ) ผมมาที่นี่ และหวังว่าการเล่นฟุตบอลที่นี่จะช่วยให้ผมมีทัศนคติที่ดีขึ้น และหวังจะคว้าแชมป์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ผมต้องการติดทีมชาติและช่วยทีมความแชมป์ แน่นอนยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี การคว้าแชมป์ถือเป็นแรงจูงใจสูงสุด แต่ผมต้องพยายามโฟกัสไปวันต่อวัน และผมต้องการประสบความสำเร็จให้มากในปีนี้"

"(ปีแรกการแข่งขันในไทยต้องหยุดลงอย่างกะทันหัน) ผมได้ศึกษามากมายเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย และเรื่องของศาสนะ ซึ่งมีหลายเรื่องที่ผมยังไม่เข้าใจ ผมรู้เรื่องของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเล็กน้อยจากการเล่นให้ฟังของแม่ ซึ่งการเสด็จสวรรคตทีวีทุกช่องต่างรายงานข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ มันทำให้ผมเข้าใจว่าคนไทยรักพระมหากษัตริย์มาก มันน่าเสียดายที่การแข่งขันต้องหยุดลง บางทีเราอาจจะได้ไปเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก แต่ผมก็เข้าใจดีเกี่ยวกับเรื่องนี้"

Topics