ปิ๊ปโป้เซ็ง!! มิลานช็อกถูกเวโรนาตีเจ๊าทดเจ็บ 2-2

สถานการณ์ของ ฟิลิปโป้ อินซากี้ กับมิลานเริ่มแย่ลงทุกวัน ล่าสุดถูกเฮลลาส เวโรนา บุกมาขโมยแต้มออกไปในนาทีสุดท้ายของช่วงทดเจ็บแบบแสบทรวงจริงๆ

ศึกกัลโชเซเรีย อา นัดที่ 26 ประจำวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2558 ที่สนามซานซิโร ระหว่าง เอซี มิลาน ทีมอันดับ 10 ของตาราง เปิดบ้านพบกับ เฮลลาส เวโรนา ทีมอันดับ 15 ของตาราง ซึ่งสถิติที่ผ่านมาพบว่า เวโรนา ไม่สามารถบุกมาเอาชนะ มิลาน ได้เลยตั้งแต่ปี 1996 รวมเป็นเวลาทั้งสิ้น 19 ปีเต็ม

ฟิลิปโป้ อินซากี้ กุนซือเก้าอี้ร้อนของปีศาจแดงดำ กลับมาใช้ อเลสซิโอ แชร์ซี กับ จามเปาโล ปาซซินี เป็นสามประสานร่วมกับ เฌเรมี่ เมเนซ อีกครั้ง พร้อมถอย จิอาโคโม โบนาเวนตูรา ไปเติมเกมริมเส้นซ้ายขวาคู่กับ อันเดรีย โปลี แทน ส่วนปราการหลังตัวกลางปรับยกแผง โดยส่ง ฟิลิปป์ เม็กแซส กับ กาเบรียล ปาเล็ตต้า ลงเล่นแทนคู่ของ อเล็กซ์ กับ ซัลวาตอเร บอคเชตติ

ด้านทีมเยือนของ อันเดรีย มานดอร์ลินี่ ยังคงยึดผู้เล่นชุดเดิมจากเกมก่อน ที่โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมบุกเชือด กายารี 2-1 นำโดย ฟรานเชสโก เบนุชชี (ผู้รักษาประตู), ราฟาเอล มาเกวซ, ยาโคโป ซาลา, เอมิล ฮัลล์เฟร็ดส์สัน, บอสโก้ ยานโควิช และ ลูก้า โทนี่

เริ่มเกมมาได้เพียง 12 กลายเป็นทีมเยือนอย่าง 'เวโรนา' ที่ได้โอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ ยาโคโป ซาลา แบ็คขวาตัวเก่งเติมเกมขึ้นสูง ลากจี้เข้าหาเขตโทษ ก่อนกดเลียดด้วยขวาจากระยะประมาณ 20 หลา บอลพุ่งผ่านมือ ดิเอโอ้ โลเปซ ถากเสาไกลออกไปอย่างน่าเสียดาย

ถัดมา 3 นาที เวโรนาได้ลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะที่ พานากิโอติส แทชต์ซิดิส ตั้งป้อมเปิดโค้งจากฝั่งซ้ายเข้าไปในเขตโทษ และเป็น ดิเอโอ้ โลเปซ ที่ออกมาตัดบอลจั่วลม ทำให้บอลหลุดไปเสาไกลเข้าทาง ลูก้า โทนี่ พักอกแต่งหนึ่งจังหวะ แต่จังหวะสุดท้ายดันวอลเลย์เฉือนใต้ลูก ส่งผลให้บอลเหินข้ามคานออกไปไกล

กระทั่งนาทีที่ 16 เวโรนาก็บุกมาพังประตูขึ้นนำก่อนจนได้ จากจังหวะที่ ซัลลีย์ มุนตารี กองกลางตัวตัดเกมของมิลานไปเสียท่าแหย่เท้าสกัด อาร์ตูร์ โลนิต้า ล้มลงในเขตโทษ ทำให้ผู้ตัดสินไม่รอช้าชี้เป็นลูกโทษทันที และเป็น ลูก้า โทนี่ ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปอย่างเหนือชั้น ช่วยให้เวโรนาขึ้นนำ 1-0 พร้อมกับเป็นประตูที่ 5 จาก 5 เกมหลังสุดของดาวยิงชาวอิตาเลี่ยนอีกด้วย

หลังจากเสียประตูไปทำให้มิลานดาหน้าบุกเต็มกำลัง และในนาทีที่ 31 พวกเขาก็เกือบตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะที่ ฟิลิปป์ เม็กแซส เติมเกมขึ้นมาส่องไกลจากระยะกว่า 30 หลา บอลพุ่งเฉี่ยวเสาแรกออกไปแบบได้ลุ้นทีเดียว

Goal!! นาทีที่ 41 มิลานมาได้ประตูตีเสมอสมใจ จากจังหวะที่ เฌเรมี่ เมเนซ เปิดฟรีคิกเลียดจากริมเส้นฝั่งขวาเข้าไปในเขตโทษให้ ฟิลิปป์ เม็กแซส แตะถึงบอลก่อน ก่อนถูก บอสโก้ ยานโควิช หวดล้มลงในเขตโทษ จนทำให้ผู้ตัดสินเป่าที่อยู่ใกล้เหตุการณ์นี้เป็นลูกโทษทันที และเป็น เมเนซ ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด มิลานตามตีเสมอเป็น 1-1 และก็จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

กลับมาเล่นในครึ่งหลังได้ไม่ถึง 3 นาที กลายเป็นมิลานที่มาได้ประตูพลิกขึ้นนำ จากจังหวะที่ เฌเรมี่ เมเนซ กระโดดแย่งโหม่งในเขตโทษส่งต่อไปทางฝั่งขวาให้ ฟิลิปป์ เม็กแซส จับบอลยาวจนเกือบจะออกหลังแต่ยังตามไปตวัดยิงได้ทัน และเป็น เอรอซ ปิซาโน ที่สกัดไปโดน พานากิโอติส แทชต์ซิดิส เข้าประตูตัวเองไป ทำให้มิลานพลิกขึ้นนำเป็น 2-1

นาทีที่ 72 บอสโก้ ยานโควิช เลี้ยงมาทางริมเส้นฝั่งขวา ก่อนปาดเข้ากลางไปตรงบริเวณหน้ากรอบเขตโทษให้ พานากิโอติส แทชต์ซิดิส จับแต่งบอลหนึ่งจังหวะ ก่อนหวดวอลเลย์ด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งเช็ดคานกระดอนตกลงพื้น ก่อนเป็น กาเบรียล ปาเล็ตต้า ที่มาตามโหม่งสกัดออกหลังไปได้อย่างหวุดหวิด

เกมทำท่าจะจบลงด้วยชัยชนะของมิลานอยู่แล้ว ทว่าช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย สาวกปีศาจแดงดำก็ต้องนั่งคอตกกันเป็นแถว เมื่อผู้เล่นเวโรนาโหม่งเช็ดตัดหน้า ลูก้า อันโตเนลลี่ ที่พยายามยื่นเท้าแหย่สกัดแต่ไม่โดน แถมบอลยังเป็นใจหลุดไปเข้าทาง นิโกลัช โลเปซ ตัวสำรองแตะเข้าไปในเขตโทษหนึ่งจังหวะ ก่อนแปด้วยขวาสวนทาง ดิเอโอ้ โลเปซ เข้าไปอย่างเยือกเย็น

จบเกม เอซี มิลาน ทำได้เพียงเสมอกับ เฮลลาส เวโรานา ไป 2-2 แบ่งกันไปทีมละหนึ่งคะแนน ทำให้ มิลาน ยังอยู่ที่ 10 ต่อไป ส่วน เวโรนา ขยับจากที่ 15 ขึ้นมาอยู่ที่ 12 ของตารางเรียบร้อยแล้ว

Topics