ปราสาทเดือด! บุรีรัมย์เจ๊าเมืองทองมันส์หยด 2-2

แรง ทะลุ เร็ว! เกมมันส์ระดับ 6 ดาว สกอร์พลิกไป-มา ที่ไอโมบาย สเตเดี้ยม จบลงด้วยการเสมอกันแบบสมศักดิ์ศรี 2 – 2

เกม “ซูเปอร์บิ๊กแมตช์” โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก 2015 วันที่ 1 สิงหาคม ระหว่าง “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จ่าฝูง เปิดไอโมบาย สเตเดี้ยม พบกับ “กิเลนผยอง” เมืองทอง ยูไนเต็ด รองจ่าฝูงที่มีแต้มเท่ากัน แต่เป็นรองประตูได้-เสีย โดยคู่นี้พบกันมา 17 นัดรวมทุกรายการ เจ้าถิ่น ยังไม่เคยแพ้ ซึ่งเกมล่าสุดที่เจอกันในเลกแรกเสมอกัน 1 ต่อ 1 ที่เอสซีจี สเตเดี้ยม

โดยเกมนี้ อเล็กซานเดอร์ กามา เฮดโค้ชบราซิลเลี่ยนของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ส่งผู้เล่นหลักลงครบครัน ทั้ง ธีราธร บุญมาทัน, สุเชาว์ นุชนุ่ม, จักรพันธ์ แก้วพรม รวมถึง ดีโอโก้ หลุยส์ ซานโต ดาวซัลโว ที่ยิงไปแล้ว 15 ประตูในลีก จับคู่กับ กิลแบร์โต้ มาเชน่า ที่สลัดอาการบาดเจ็บมาลงสนามได้ แต่ อันเดรส ตูเญส กองหลังตัวเก่งยังไม่ฟิตพร้อมลงสนาม ขณะที่ลูกทีมของ ดราแกน ทาลายิช กุนซือโครแอต นำทัพโดย ดัสกร ทองเหลา, สารัช อยู่เย็น, มาริโอ ยูรอฟสกี้, เคลตัน ซิลวา และ ธีรศิลป์ แดงดา

เกมเริ่มด้วยเสียงเชียร์สุดเร้าใจของแฟนเจ้าถิ่น และนาทีที่ 3 บุรีรัมย์ ได้ลุ้นทันที เมื่อ อนาวิน จูจีน แทงตัดหลังให้ ดีโอโก้ หลุดไปทางขวา ก่อนปาดเร็วเข้ามาที่หน้าประตู แต่ นาโออากิ อาโอยาม่า กองหลังเมืองทอง เตะทิ้งในกรอบ 6 หลาออกไปแบบสุดหวุดหวิด

นาทีที่ 14 ดีโอโก้ แผลงฤทธิ์อีกแล้ว...บอลยาวจากอนาวิน จูจีน ที่กลางสนามโยนไปให้กองหน้า บราซิลเลี่ยนที่รออยู่ด้านซ้าย ก่อนพักอกแตะหนี ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และยิงทันที แต่บอลข้ามคาน แบบได้ลุ้น
เมืองทองฯ ที่แทบยังไม่มีโอกาสกลับได้ประตูขึ้นนำ

นาทีทีที่ 16 ธีรศิลป์ แดงดา บรรจงเปิดครอส จากทางขวาให้ มาริโอ ยูรอฟสกี้ แทรกตัวผ่านแนวรับเจ้าถิ่นเข้าไปโหม่งสุดสวยให้ “กิเลน” บุกมา “ผยอง” ก่อน 1 ประตูต่อ 0 พร้อมกับฉลองด้วยท่าดีใจแบบสุดแปลกอีกแล้ว

นาทีที่ 20 สาวกเซราะกราวเกือบได้เฮ เมื่อ สุเชาว์ นุชนุ่ม หลุดมาทางขวา ก่อนหักมาที่หัวกระโหลกให้ จักรพันธ์ แก้วพรม ปั่นเน้นๆ แต่บอลชนเสาดังสนั่น

เจ้าถิ่นบุกเป็นระลอก ไม่ให้ทีมเยือนได้หายใจ ถัดมานาทีเดียว ดีโอโก้ ทำชิ่งกับ สุเชาว์ ก่อนหลุดไปถึงเส้นหลังและผ่านเข้ามาตรงกลาง กองหลังเมืองทองฯ ต้องเตะทิ้งกันพัลวัน

นาทีที่ 28 จักรพันธ์ แก้วพรม บรรจงเปิดจากขวาให้ ดีโอโก้ ได้โหม่ง แต่ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ยังปัดทิ้งออกไปได้

นาทีที่ 39 บุรีรัมย์ ได้ลุ้นอีกครั้ง จากลูกเตะมุมกองหลังเมืองทองฯ สกัดออกมาไม่ดี เข้าทาง ดีโอโก้ ที่เก็บได้ก่อนเปิดจากกรอบเขตโทษฝั่งขวาให้ กรวิทย์ นามวิเศษ ได้โหม่งแต่ก็ข้ามคานออกไป

มาถึงจุดนี้เริ่มเดือดแล้ว ผู้เล่นของทั้ง 2 ทีมเริ่มปะคารมกันบ่อยครั้งมากขึ้น และเกมก็เริ่มหนักขึ้นด้วยแล้ว...ทำให้ ภูมรินทร์ คำรื่น เชิ้ตดำเกมนี้ต้องเหนื่อยทีเดียว

ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 44 เมืองทอง ได้โอกาสลุ้นครั้งที่ 2 ของเกมนี้ จากลูกยิงฟรีคิกระยะไกล เคลตัน ซิลวา วิ่งเข้ามากดเต็มเท้าบอลข้ามคานไปแบบได้ลุ้น

นาทีที่ 45 เจ้าถิ่นได้ลุยขึ้นทางซ้าย ธีราธร บุญมาทัน หุบเข้ากลางก่อนปาดบอลออกซ้ายมาให้ กิลแบร์โต้ มาเชน่า ล็อคแล้วปั่นด้วยขวากะให้เสียบเสาสอง แต่บอลโค้งไม่พอหลุดเสาไกลไป

ช่วงทดเจ็บ บุรีรัมย์ ที่บุกเพลินๆ เกือบเสียลูกที่ 2 จากจังหวะสวนกลับ กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ แทงบอลตามช่องให้ เคลตัน หลุดเข้าไปยิงเร็วด้วยซ้าย แต่โดนบอลไม่ดีนักหลุดเสาออกไปอีก จบครึ่งแรก เมืองทอง ยูไนเต็ด บุกมานำ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1 ต่อ 0

ครึ่งหลังรูปเกมยังคล้ายๆ ครึ่งแรก บุรีรัมย์ เป็นฝ่ายดาหน้าบุกเหมือนเคย แต่จากจังหวะสวนของเมืองทอง เล่นได้มีประสิทธิภาพ นาทีที่ 53 กษิดิ์เดช เปิดขึ้นหน้าให้ เคลตัน ซิลวา ทางขวาลากตัดเข้ากลางก่อนจ่ายให้ มาริโ ยูรอฟสกี้ ทางซ้ายจับบอล 1 จังหวะและบรรจงชิพกะให้เสียบคาน แต่ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ไม่เผลอกระโดดปัดทิ้งออกไปได้

นาทีที่ 56 กาม่า ต้องแก้เกม เปลี่ยน นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ลงสนามแทน อนาวิน จูจีน

และลงสนามมาแค่ 5 นาที นฤบดินทร์ ได้แผลงฤทธิ์ ทะลุไปถึงเส้นหลังก่อนผ่านเข้ามาหน้าประตู กวินทร์ พยายามจะรับไว้แต่บอลมันแรงเกินไปทะลักมาเสาสองที่มี ดีโอโก้ หลุยส์ ซานโต รออยู่ แต่ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่พยายามจะมาขวางกลับสกัดเข้าไปประตูตัวเองไปอย่างโชคร้าย บุรีรัมย์ กลับมาตีเสมอเมืองทองฯ ได้สำเร็จ 1 ประตูต่อ 1

และนักรบปราสาทสายฟ้าขึ้นนำจนได้ นาทีที่ 77 กิลแบร์โต้ มาเชน่า ออกบอลทางซ้ายให้ ธีราธร ที่เติมขึ้นมาในเขตโทษ ก่อนไหลเข้ากลาง ดีโอโก้ หลุยส์ ซานโต แปเน้นๆตุงตาข่าย สกอร์พลิกเป็น 2 ประตูต่อ 1

จุดนี้ ดราแกน ทาลายิช ไม่รอช้า นาทีที่ 80 ส่ง ชนานันท์ ป้อมบุบผา กองหน้าดาวซัลโวซีเกมส์ ลงเล่นแทน กษิด์เดช เวทยาวงศ์

นาทีที่ 84 บุรีรัมย์ เกือบฝัง กิเลน จักรพันธ์ เปิดจากขวาให้ ดีโอโก้ พักอกลง ก่อนไหลตามช่องให้ ธีราธร ที่เติมขึ้นมา ก่อนกดเต็มๆด้วยซ้าย แต่มุมมันแคบไปบอลเข้าข้างตาข่าย

พอทำไม่ได้ กิเลนผยอง ลงโทษทันที นาทีที่ 86 ชนานันท์ ป้อมบุบผา หลุดมาทางขวาก่อนเปิดเร็วให้ เคลตัน ซิลวา ชาร์จจ่อๆ เข้าไป เกมกลับมาเสมอกัน 2 ต่อ 2 แบ่งกันไปทีมละ 1 คะแนน ตารางอันดับยังไม่เปลี่ยนแปลง

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ศิวรักษ์ เทิดสูงเนิน (GK) – ปฏิภาณ อุ่นอบ, สุรีย์ สุขะ, กรวิทย์ นามวิเศษ – อนาวิน จูจีน (นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม), สุเชาว์ นุชนุ่ม, โก ซุล กิ, จักรพันธ์ แก้วพรม, (สิทธิโชค กันหนู), ธีราทร บุญมาทัน – กิลแบร์โต้ มาเชนา, ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ 

เมืองทอง ยูไนเต็ด : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (GK) – ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, นาโอกิ อาโอยามา, คิม ดอง จิน, สุริยา สิงห์มุ้ย – ดัสกร ทองเหลา (เสกสิทธิ์ ศรีใส), สารัช อยู่เย็น, มาริโอ ยูรอฟสกี้ (สุพร ปีนะกาตาโพธิ์) - เคลตัน ซิลวา, ธีรศิลป์ แดงดา, กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ (ชนานันท์ ป้อมบุบผา)