ปราสาทฟาดฟ้าสวาทแคท 2-0 ลิ่ว16ทีมช้างเอฟเอ

“นักรบปราสาทสายฟ้า” ยังมุ่งหน้าไล่ล่าแชมป์เอฟเอคัพ สมัยที่ 4 หลังเปิดบ้านฟาดสายฟ้าใส่ ”สวาทแคท” นครราชสีมา ไป 2-0 ทะลุเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป

การแข่งขัน ช้าง เอฟเอ คัพ 2015 รอบ 32 ทีมสุดท้าย ที่ไอโมบาย สเตเดี้ยม “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก เปิดรังรับ “สวาทแคท” นครราชสีมา เอฟซี ทีมจากโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีกเช่นกัน โดยคู่นี้เพิ่งเจอกันมาในลีกที่บ้านของ “โคราช” ปรากฏเสมอกันไป 1-1 เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา

เกมนี้ อเล็กซานเดอร์ กาม่า เฮดโค้ชบราซิลเลี่ยนของเจ้าถิ่น ส่งตัวหลักลงครบทีมเช่นเคย นำโดย สุเชาว์ นุชนุ่ม กัปตันทีม, ธีราธร บุญมาทัน, ดีโอโก้ หลุยส์ ซานโต แถมส่ง สุภโชค สารชาติ มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัยแค่ 17 ปีลงสนามเป็ฯเกมแรกด้วย แต่ขาดแนวรับคนสำคัญ ทั้ง ชิติพัทธ์ แทนกลาง และ อันเดรส ตูเญส ขณะที่ คัมเบะ ซูกาโอะ กุนซือญี่ปุ่นของทีมเยือน มี โนอาห์ ชิวูต้า, ศราวุฒิ มาสุข และ ลี ทัค กองหน้าเลือดผู้ดีนำทัพ

เกมเป็นไปตามคาด บุรีรัมย์ ได้ครอบบอลบุกมากกว่า นาทีที่ 12 ราฟาเอล โกเอลโญ่ แข้งแซมบ้าของ “เดอะธันเดอร์คาสเซิล” มีโอกาสกระชากบอลเข้าในกรอบเขตโทษดื้อๆ ก่อนได้ยิงระยะไม่ถึง 10 หลา แต่บอลเข้าหน้าต่าง

นาทีที่ 15 บุรีรัมย์ น่าได้ประตูขึ้นนำแบบสุดๆ จากจังหวะโต้กลับเร็ว ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ตัดบอลจากลูกเตะมุมได้ก่อนเตะยาวให้ สุภโชค สารชาติ จ่ายบอลเข้ากลางให้ สุเชาว์ นุชนุ่ม ผ่านต่อไปทางซ้ายให้ ราฟาเอล โกเอลโญ่ ที่อยู่ในกรอบเขตโทษคนเดียวโล่งๆ แต่ลูกยิงไม่ผ่านมือ ประภาส กอบแก้ว ที่ออกมาขวางไว้ได้

เกมผ่านมาแค่ 20 นาที เจ้าถิ่นต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่นเมื่อ ราฟาเอล โกเอลโญ่ ได้รับบาดเจ็บ และเป็น สิทธิโชค กันหนู กองหน้าดาวรุ่งลงมาแทน

นาทีที่ 32 เจ้าถิ่นใจหายวาบ เมื่อ “สวาทแคท” ได้ลูกเตะมุม ลี ทัค เปิดเข้ากลาง ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ออกมาตัดบอลไม่ดีเลยมาถึง ณัฐวุฒิ ชะนะชาญ ได้ขึ้นโหม่งโล่งๆ ยังดีที่บอลข้ามคาน 

แต่นาทีทีที่ 38 บุรีรัมย์ ออกนำจนได้ จังหวะเหมือนจะไม่มีอะไรที่กลางสนาม แต่ โก ซุล กิ วางบอลยาวสุดแม่นไปให้ ดีโอโก้ หลุยส์ ซานโต โหม่งเสียบตาข่ายเข้าไป สกอร์ขยับเป็น 1-0 ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

นาทีที่ 47 โนอาห์ ชิวูต้า ได้สับไกยิงด้วยซ้าย แต่บอลติดไซส์ก้อยหลุดเสาออกไป

นาทีที่ 52 เจ้าถิ่นหนีห่าง 2-0 จากการวางบอลยาวกลางสนามมาให้ สุเชาว์ นุชนุ่ม ขึ้นโหม่งเช็ดต่อให้ ดีโอโก้ บริเวณ หัวกระโหลก ก่อนปาดออกมาทางซ้ายให้ โก ซุล กิ ยิงด้วยซ้ายบอลเรียดเบียดเสาเข้าไป

นาทีที่ 54 บียอร์น ลินเดมันน์ กองกลางเยอรมันลงมาเล่นแทน ประลอง สาวันดี

นาทีที่ 57 โนอาห์ ชิวูต้า เปิดบอลจากกราบซ้ายให้ ศราวุฒิ มาสุข จับบอลได้แต่แต่งหลายจังหวะเกินไปสุดท้ายอดง้างเท้ายิง

นาทีที่ 59 เจ้าถิ่นใช้เกมโต้กลับบ้าง สุภโชค สารชาติ จ่ายทะลุช่องจากกลางสนามให้ ดีโอโก้ กระชากเข้าเขตโทษ ก่อนให้เข้า สิทธิโชค กันหนู ได้ยิงโล่งๆ แต่ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว บล็อคเอาไว้ได้ในจังหวะสุดท้าย

และจากลูกเตะมุมต่อเนื่อง สุรีย์ สุขะ ได้ขึ้นโหม่ง แต่ ณัฐวุฒิ ชะนะชาญ โหม่งเคลียร์ทิ้งออกจากเส้น ทั้งที่ ประภาส กอบแก้ว หมดสิทธิ์ไปแล้ว 

โคราช เหมือนพยายามจะครองบอลบุกมากขึ้น แต่ก็ยังหาจังหวะจบสกอร์สวยๆ ไม่ได้

นาทีที่ 80 “สวาทแคท” มีโอกาสบ้าง บียอร์น ลินเดมันน์ หลุดมาทางขวาก่อนครอสด้วยซ้ายให้ ลี ทัค โหม่งคนเดียวโล่งๆ แต่บอลยังไปตรงตัว ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน

จากนั้นไม่มีใครทำอะไรกันได้เพิ่ม จบเกม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์รายการนี้ 3 สมัย เอาชนะ นครราชสีมา เอฟซี 2-0 ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม 

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (GK), ธีราธร บุญมาทัน (อานนท์ อมรเลิศศักดิ์), โก ซุล กิ, สุเชาว์ นุชนุ่ม, ราฟาเอล โกเอลโญ่ (สิทธิโชค กันหนู), นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, กรวิทย์ นามวิเศษ, สุรีย์ สุขะ, สุภโชค สารชาติ (ประกิต ดีพร้อม), ปฏิภาณ อุ่นอบ, ดีโอโก้ หลุยส์ ซานโต 

นครราชสีมา เอฟซี : ประภาส กอบแก้ว (GK), เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว, ซาโตชิ นากาโนะ, ประลอง สาวันดี (บียอร์น ลินเดมันน์), ณัฐวุฒิ ชะนะชาญ, โนอาห์ ชิวูต้า (โดมินิค อดิเยียห์), เมธี ทวีกุลกาญจน์, ไกรเกียรติ เบียดตะคุ, ศราวุฒิ มาสุข (มาเล็ก ยาวาหาบ), สถาพร แดงสี, ลี ทัค

 

Topics