ประเดิมโหด! ปืนใหญ่เรียงยิงเรือล่มคาเวมบลีย์ 3-0 ซิวโล่การกุศล

ไอ้ปืนใหญ่เอาฤกษ์เอาชัยก่อนลงโม่แข้งศึกพรีเมียร์ลีกในสัปดาห์หน้าได้อย่างสวยหรู เมื่อสามารถเอาชนะเรือใบสีฟ้าไปได้อย่างขาดลอย จากการยิงของผู้เล่นที่ไม่ซ้ำหน้ากันเลย

ศึกชิงโล่การกุศล “คอมมิวนิตี้ ชิลด์” ประจำฤดูกาล 2014-2015 ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบกับ อาร์เซนอล โดยทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกของ มานูเอล เปเยกรินี ส่งสองอดีตแข้งเดอะ กันเนอร์สอย่าง ซามีร์ นาสรี และ กาแอล กลิชี ลงเป็น 11 คนแรก ด้านผู้รักษาประตูใช้ วิลลี กาบาเยโร่ ที่เพิ่งย้ายมาจากมาลาก้าลงเฝ้าเสาก่อนหน้าของ โจ ฮาร์ท
ด้านทีมแชมป์เอฟเอคัพของ อาร์แซน เวนเกอร์ เลือกใช้สามนักเตะป้ายแดงอย่าง มาติเยอ เดบูชี, คาลัม แชมเบอร์ส และอเล็กซิส ซานเชซ ลงสนามเป็นตัวจริงร่วมกับตัวหลักขาประจำของทีมอย่าง อารอน แรมซีย์ และ ซานติ กาซอร์ลา
เริ่มเกมมาได้ 21 นาที เป็นไอ้ปืนใหญ่ที่มาได้ประตูออกนำไปก่อนจากจังหวะลากลุยขึ้นมาของ ยาย่า ซาโนโก้ กองหลังทัพเรือใบสีฟ้าสกัดไม่ดี บอลไปเข้าทาง กาซอร์ลา แต่งเข้าซ้ายแล้วซัดเสียบเสาเข้าไปให้ทีมดังแห่งลอนดอนเหนือขึ้นนำ 1-0

หลังจากนั้นยังเป็นอาร์เซนอลที่ครองเกมได้เหนือกว่า จนกระทั่งนาทีที่ 42 ก็มาได้ประตูหนีห่างออกไปอีก จากลูกที่ อเล็กซิส จ่ายขนานเส้นให้กับ ซาโนโก้ พักบอลก่อนจะตบเข้ากลาง และเป็น แรมซีย์ ที่จับหนึ่งจังหวะก่อนยิงด้วยขวาผ่านมือ กายาเยโร่ เข้าสู่ก้นตาข่าย ส่งให้แชมป์เอฟเอคัพ 10 สมัยขึ้นนำเป็น 2-0 ก่อนจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

เข้าสู่ครึ่งหลัง เดอะ กันเนอร์สส่งตัวสำรองลงสนาม 3 คนรวด ประกอบไปด้วย อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน, นาโช มอนเรอัล และโอลิวิเยร์ ชิรูด์ ซึ่งลงไปแทน อเล็กซิส ซานเชซ, โลร็องต์ กอสเซียลนี และยาย่า ซาโนโก้ ตามลำดับ ส่วนซิตี้เปลี่ยนแค่รายเดียวโดยเป็น ดาบิด ซิลบา ที่ลงมาแทน นาสรี

นาทีที่ 51 เรือใบสีฟ้าเกือบตีไข่แตกได้จากลูกโยนทางกราบขวาของ เฆซุส นาบาส ให้กับ สเตฟาน โยเวติช ขึ้นโขกลูกไปชนเสาก่อนจะตามซ้ำด้วยซ้าย บอลข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย

แต่ไอ้ปืนใหญ่ยิ่งเล่นยิ่งดี เมื่อมาได้ลูกที่สามในนาทีที่ 62 จากความยอดเยี่ยมของ ชิรูด์ ซึ่งรับบอลมาจาก แรมซีย์ ก่อนจะบังกองหลังซิตี้ไม่ให้เข้าถึงลูกแล้วจัดการกดด้วยเท้าซ้ายข้างถนัดแบบเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบคานเข้าไปอย่างสวยงามให้อาร์เซนอลหนีห่างออกไปอีกเป็น 3-0

ช่วงท้ายเกมเรือใบสีฟ้าพยายามบุกอย่างหนักเพื่อยิงประตูปลอบใจ แต่แนวรับอาร์เซนอลโดยเฉพาะแข้งดาวรุ่งป้ายแดงอย่าง แชมเบอร์ส ซึ่งเด่นมากในนัดนี้ก็ยังป้องกันเอาไว้ได้หมด ทำให้จบ 90 นาทีเป็นทีมแชมป์เอฟเอตัพที่คว้าชัยชนะไปได้ 3-0 ซิวโล่คอมมิวนิตี้ ชิลด์ไปครองเป็นสมัยที่ 13

Topics