ราชนาวี 0-4 เมืองทอง : มุ้ยกดแฮตทริก กิเลนคืนฟอร์มถล่มนาวี

TD 10 โชว์ฟอร์มสมราคาดาวยิงเบอร์หนึ่งทีมชาติไทย หลังระเบิดแฮตทริกและทำอีกหนึ่งแอสซิสต์ใส่ตะหานน้ำพร้อมช่วยให้ทีมแซงบีจีขึ้นไปเป็นจ่าฝูงชั่วคราวด้วยประตูได้เสียที่ดีกว่า

โตโยต้า ไทยลีก นัดที่ 6 ของฤดูกาล ราชนาวี เปิดสนาม กม.5 สัตหีบ รับการมาเยือนของ เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่แพ้มาสองเกมติดเช่นเดียวกัน

เกมนี้ เตโก้ ตัดสินใจ วางแอดดิสัน อัลเวส เป็นกองหน้าตัวเป้าคนเดียว โดยแดนกลางมี แอลเจโล มาชูก้า และ เฟลิเป้ แฟร์ไรรา

ด้าน เมืองทอง เกมนี้ใช้ชุดสีทองลงแข่งขัน โดยธชตวัน ศรีปาน จัดทัพชุดใหญ่แบบไม่มีกั๊ก โดยเฉพาะนักเตะทีมชาติไทยในทุกตำแหน่ง โดยเปลี่ยนผู้เล่นจากเกมก่อนเพียงแค่สองคนคือให้ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ อดิศักดิ์ ไกรษร ลงมาแล้วแทนพีรดนย์ ฉ่ำรัศมี และ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์

เริ่มเกมมา 5 นาที ราชนาวี มาได้ลุ้นจากจังหวะโต้กลับจากจังหวะที่มาชูก้าตัดบอลจากธนบูรณ์ก่อนจ่ายให้สุทธิพงศ์ แตะกลับมาที่เฟลิเป้ แฟร์ไรรา ยิงไกลข้ามคานออกไป

สองนาทีต่อมาเป็น เมืองทองที่ได้ลุ้นบ้าง และเป็นอดิศักดิ์ที่ได้ยิงไปติดบล็อคและหลุดไปเข้ามือของณรงค์

นาที 16 ราชนาวีมาได้ลุ้นอีกครั้งคราวนี้ ชุษณะที่ได้หลุดมาทางขวาก่อนจ่ายตัดเข้ากลางให้แอดดิสัน ยิงไปติดบล็อคอาโอยามะ

นาที 20 เมืองทองมาได้ลุ้นบ้างคราวนี้เป็นฟรีคิกที่ชนาธิป ถูก อาลีฟทำฟาวล์และเป็นเคลตัน ที่ยิงแต่ยังไม่ผ่านมือ ณรงค์

นาที 29 เมืองทองน่ามาได้ประตูออกนำจากจังหวะที่ธีรศิลป์ได้กดเต็มข้อหน้าเขตโทษบอลชนคานกระเด้งลงมากองหลังราชนาวีโหม่งคืนให้ณรงค์ไปได้แบบหวุดหวิด

นาที 36 เมืองทองน่ามาได้ประตูออกนำจากจังหวะต่อบอลกันสวยงาม และเป็นสารัชที่จ่ายให้อดิศักดิ์ แปเข้าไป แต่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้าทั้งที่ดูจากภาพช้าสารัชที่สอดขึ้นมานั้นไม่ล้ำ ส่วนคนล้ำเป็นทริสตอง

และนาที 41 เป็นเมืองทองที่มาได้ประตูขึ้นนำจากฟรีคิกที่สารัชเปิดไปที่เสาแรกและเป็นธีรศิลป์ที่ตีเข่าโดนบอลเข้าไปให้ทีมเยือนออกนำ 1-0

นาที 44 เมืองทองน่ามาได้ประตูนำห่างจากจังหวะที่ ชนาธิปได้บอลสุดเส้น เคลตัน คลึงมาเข้าทางสารัชยิงด้วยซ้ายไปติดบล็อคของณัฐพร แบบหวุดหวิดและก็ไม่มีประตูเพิ่มเติมจบครึ่งแรก กิเลนผยองนำอยู่ 1-0

เริ่มครึ่งหลังมาไม่ถึงนาทีราชนาวีเกือบมาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่อาโอยามะสกัดไม่ดีมาเข้าทางชุษณะวอลเลย์ด้วยซ้ายถากเสาแรกออกไป

นาที 56 เมืองทองมาได้ประตูนำห่าง จากจังหวะที่ ณรงค์ เตะเปิดเกมพลาดและเป็นธนบูรณ์ตัดบอลได้จ่ายต่อให้อดิศักดิ์ ที่ทะลุช่องให้ธีรศิลป์ จิ้มด้วยขวาเข้าไป ให้เมืองทองทิ้งเป็น 2-0

นาที 60 ราชนาวีมาได้ลุ้นบ้างและเป็น แอดดิสัน อัลเวสที่ได้กลับตัวยิงด้วยซ้ายจากหน้าเขตโทษแต่บอลยังหลุดเสาออกไปอีก

นาที 63 เมืองทองน่ามาได้ประตูนำห่าง ชนาธิป ไหลให้ทริสตองแตะอ้อมตัวสิทธิศักดิ์ ก่อนไหลให้อดิศักดิ์ แท็บอินออกไป

นาที 67 ราชนาวีเปลี่ยนตัวก่อนด้วยการส่งอังเดร หลุยส์ลงไปเล่นแทนที่ของแอดดิสัน อัลเวส

นาที 70 ราชนาวีพลาดเองอีกแล้ว คราวนี้เป็นเสกสันต์ที่เสียบอลให้เคลตัน อัดด้วยซ้ายไปตรงตัวณรงค์ กลับมาที่เคลตัน จ่ายคืนให้ชนาธิปลองยิงด้วยซ้ายหลุดกรอบไปอีก

นาที 77 เมืองทองมาได้จุดโทษจากจังหวะที่ ชนาธิปจ่ายทะลุช่องให้พีระพัฒน์หลุดก่อนโดนณรงค์รวบล้มลงในเขตโทษ และเป็นธีรศิลป์ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปให้กิเลนผยองหนีไปเป็น 3-0 และเป็นแฮตทริกของธีรศิลป์ พร้อมเป็นการยิงแฮตทริกใส่ราชนาวีสองปีติด

ช่วงทดเจ็บเมืองทองมาได้ประตูฝัง และเป็นธีรศิลป์ที่จ่ายให้ เคลตันชิพข้ามตัวณรงค์ เข้าไปให้เป็นประตูที่ 95 ของตัวเองในไทยลีกและช่วยให้เมืองทองชนะ ราชนาวีไป 4-0 พร้อมแซงบางกอกกล๊าส ขึ้นเป็นจ่าฝูงชั่วคราวด้วยการมี 12 แต้มเท่ากันแต่ประตูได้เสียดีกว่า ส่วนราชนาวีแพ้เป็นนัดที่ 3 ติดต่อกันแล้ว

รายชื่อ 11 ตัวจริง

ราชนาวี : ณรงค์ วงษ์ทองคำ (GK) - สิทธิศักดิ์ ตาระพัน, ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์, วิคเตอร์ อิ๊กโบเนโฟ, เสกสันต์ ชาวทองหลาง - แอลเจโล มาชูก้า, อาลีฟ เปาะจิ, สุทธิพงศ์ เหลาพร (รัฐพล อัฐวงศ์ 82), เฟลิเป้ แฟร์ไรรา, ชุษณะ นัมคณิสร - แอดดิสัน อัลเวส (อังเดร หลุยส์ 67')

ใบเหลือง : แอดดิสัน อัลเวส 24’, เสกสันต์ ชาวทองหลาง 40’, แองเจโล มาชูก้า 89'

ใบแดง :

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (GK) - ทริสตอง โด, นาโอกิ อาโอยามะ, มาริโอ อบรานเต้, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา - ธนบูรณ์ เกษารัตน์, สารัช อยู่เย็น (เสกสิทธิ์ ศรีใส 84’ ), ชนาธิป สรงกระสินธ์ (วัฒนา พลายนุ่ม 84’ )- เคลตัน ซิลวา, ธีรศิลป์ แดงดา, อดิศักดิ์ ไกรษร (กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ 78)

ใบเหลือง : ธีรศิลป์ แดงดา 56’, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ 83'

ใบแดง :

ผู้ตัดสิน : อนุวัตร ฝีมือช่าง

ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1 : กัมพล แก้วสะอาด

ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 : วราฤทธิ์ สุวรรณวีระ

ผู้ตัดสินที่ 4 : วรัญญู ชมโกศล

แมตช์คอมมิชชันเนอร์ : น.อ. วีระยุทธ ศิริทรัพย์

ผู้ประเมินผู้ตัดสิน : สุเมธ ปูติสานนท์