รัวท้ายเกม!! ปืนดุเปิดรังทุบค้อนละเอียด 3-0 จี้เรือ 1 แต้ม

ไอ้ปืนใหญ่ยังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ล่าสุดเปิดบ้านถล่มขุนค้อนขาดลอย ในศึกลอนดอนดาร์บี้ครั้งที่ 115 พร้อมทำแต้มจี้เรือใบสีฟ้ารองจ่าฝูงเหลือเพียง 1 คะแนนเท่านั้น

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 29 ประจำวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2558 ณ สนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในศึก 'ลอนดอนดาร์บี้แมตซ์ ครั้งที่ 115' ระหว่าง อาร์เซนอล ก่อนเกมรั้งอันดับ 3 ของตาราง เปิดบ้านรอรับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก่อนเกมรั้งอันดับ 10 ของตาราง ซึ่งสถิติที่ผ่านมาระบุว่า อาร์เซนอล ไม่เคยแพ้ เวสต์แฮมฯ ยามเล่นในรังเหย้าของตัวเองเลย นับตั้งแต่ปี 2008 (รวม 6 ครั้ง ชนะ 5 เสมอ 1)

อาร์แซน เวงเกอร์ กุนซือมาดละเมียดของฝั่งเจ้าถิ่น เปลี่ยนแปลงผู้เล่นจากชุดที่เขี่ย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายศึกเอฟเอ คัพ ถึง 5 ราย โดยไม่มีชื่อ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน รวมถึงถอด วอยเชียค เชสนี, เฮคเตอร์ เบลเลริน, ซานติ กาซอร์ลา และ แดนนี เวลเบ็ค ไว้ที่ซุ้มม้านั่งสำรอง แล้วจัดการส่ง ดาวิด ออสปินา, คาลัม แชมเบอร์ส, อารอน แรมซีย์, ธีโอ วัลคอตต์ และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ลงเล่นแทน

ฟากผู้มาเยือนของกุนซือ แซม อัลลาไดซ์ พาทีมลงทำศึก 'ลอนดอนดาร์บี้แมตซ์' ครั้งที่ 4 ในรอบ 2 สัปดาห์ โดยเกมนี้ดัน ดิอาฟร้า ซาโก้ ไปเล่นหน้าเป้าเพียงคนเดียวเท่านั้น เนื่องจาก เอนเนอร์ วาเลนเซีย คู่หูในแดนหน้าเกิดประสบอุบัติเหตุแก้วบาดเท้าจนลงสนามไม่ได้ นอกนั้นเป็นแข้งตัวหลักหน้าเดิม นำโดย อาเดรียน (ผู้รักษาประตู), อเล็กซ์ ซง, มาร์ค โนเบิ้ล, เควิน โนแลน และ สจ๊วร์ต ดาวนิง

เปิดฉากมาเพียง 5 นาที เจ้าถิ่นพลาดได้ลูกจุดโทษไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ไขว้ชิ่งทะลุช่องเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวาให้ ธีโอ วัลคอตต์ สอดขึ้นมารับบอล ก่อนถูก เจมส์ คอลลินส์ ปราการหลังทีมเยือนวิ่งมาแซะจากด้านหลังล้มลง ซึ่งภาพช้าเห็นชัดเจนว่า คอลลินส์ สกัดไม่โดนบอล ทว่าผู้ตัดสินกลับไม่เป่าให้จังหวะนี้เป็นจุดโทษแต่อย่างใด

นาทีที่ 14 อาร์เซนอลได้โอกาสทักทายแบบจะๆก่อน จากจังหวะที่ คาลัม แชมเบอร์ส ตั้งป้อมตักโด่งจากฝั่งขวาเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ อเล็กซิส ซานเซซ ขึ้นเทคตัวโขกเล่นทางไปเสาไกล ทว่า อาเดรียน ยังปฏิกิริยาไวพุ่งปัดออกไปได้แบบหวุดหวิด

จากนั้นในนาทีที่ 22 ทีมเยือนมาได้โอกาสลุ้นประตูบ้าง จากจังหวะที่ อารอน เควสเวลล์ หลุดเดี่ยวมาทางริมเส้นฝั่งซ้าย ก่อนตวัดย้อนมาตรงหัวกระโหลกหน้ากรอบเขตโทษให้ เควิน โนแลน เอี้ยวตัวแปด้วยขวาเน้นๆ แต่บอลพุ่งตรงตัว ดาวิด ออสปินา ทุบทิ้งออกไป

4 นาที่ต่อมา กลายเป็นเจ้าถิ่นที่น่าได้ประตูขึ้นนำจริงๆ จากจังหวะที่ คาลัม แชมเบอร์ส ตักจากกราบขวาเข้าไปในเขตโทษให้ อารอน แรมซีย์ กระโดดแปด้วยขวาเหมือนจะแป็กแต่กลายเป็นดี เมื่อบอลกำลังจะมุดเสียบคานอยู่แล้ว ทว่า อาเดรียน ยังกระโดดปัดออกหลังไปได้แบบหวุดหวิดอีกครั้ง

เกมทำท่าจะจบครึ่งแรกไปด้วยผลเสมออยู่แล้ว กระทั่งช่วงทดเจ็บนาทีแรก กองเชียร์เจ้าถิ่นก็ได้ลุกขึ้นเฮกันลั่นสนาม จากลูกที่ อารอน แรมซีย์ เลี้ยงตัดเข้าไปในเขตโทษให้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ จับแต่งเข้าซ้ายหนึ่งจังหวะ ก่อนกดด้วยซ้ายเต็มข้อ บอลพุ่งเช็ดเสาไกลเข้าประตูไปอย่างสุดสวย ช่วยให้อาร์เซนอลขึ้นนำ 1-0 และก็จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

กลับมาเล่นในช่วงครึ่งหลัง รูปเกมผลัดกันเปิดเกมบุกอย่างสนุกสุดมันส์ และในนาทีที่ 67 เป็นเจ้าถิ่นที่เกือบได้ประตูที่สอง จากจังหวะที่ แดนนี่ เวลเบ็ค ตัวสำรอง จ่ายทะลุช่องเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้ายให้ เมซุต โอซิล หลุดเดี่ยวโล่งๆ ทว่าเจ้าตัวกลับไม่ยิง เลือกชิฟถ่างออกฝั่งขวาให้ ธีโอ วัลคอตต์ โขกตั้งย้อนกลับมา และเป็น อารอน แรมซีย์ ตั้งบอลหนึ่งจังหวะ ก่อนวอลเลย์ด้วยขวาแบบไม่ต้องจับ ส่งบอลค่อยๆไหลผ่านเสาไกลออกไป

กระทั่งท้ายเกมนาทีที่ 80 ไอ้ปืนใหญ่ก็มาได้ประตูที่สองสมใจ จากจังหวะที่ อารอน แรมซีย์ ทำชิ่งกับ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนเป็นดาวเตะเวลส์ที่ตามเข้ามาล้มตัวแปด้วยซ้าย ส่งบอลพุ่งแสกหน้า อาเดรียน เข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้อาร์เซนอลหนีห่างเป็น 2-0

เท่านั้นไม่พอ ถัดมาเพียง 3 นาที เจ้าถิ่นบวกสกอร์เพิ่มเป็น 3-0 จากจังหวะที่ ซานติ กาซอร์ลา ตัวสำรองทำชิ่งกับ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ จนหลุดเข้าไปถึงสุดเส้นหลังในเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนปาดเข้ากลางไปเสาไกลให้ มาติเยอ ฟลามินี ชาร์จระยะเผาขนเข้าไปไม่พลาด พร้อมกับเป็นประตูแรกในฤดูกาลนี้ของ กองกลางเฟรนซ์แมนอีกด้วย

จบเกม อาร์เซนอล เปิดบ้านถล่ม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ขาดลอย 3-0 ขยับทำแต้มจี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูงเหลือเพียง 1 คะแนนเท่านั้น ส่วน เวสต์แฮมฯ ยังอยู่ที่ 10 ของตารางต่อไป