รอบ 28 ปี! วาร์กัสเบิ้ลพาชิลีเฉือนเปรูสิบตัวหืด 2-1 ทะลุชิงโคปาฯ

เจ้าภาพบดเอาชนะเปรูที่เหลือผู้เล่นเพียง 10 คนไปแบบหวุดหวิด 2-1 ผ่านเข้าชิงชนะเลิศโคปาฯครั้งแรกในรอบ 28 ปี โดยไปรอพบผู้ชนะระหว่างอาร์เจนตินาหรือปารากวัย

การแข่งขันฟุตบอลโคปา อเมริกา 2015 รอบรองชนะเลิศ ณ สนามเอสตาดิโอ นาซิอองนาล จูลิโอ มาร์ติเนซ ปราดานอส ระหว่าง ชิลี ในฐานะเจ้าภาพ พบ เปรู อดีตแชมป์ 2 สมัย

ฆอร์เก้ ซามเปาลี เทรนเนอร์คู่บุญของขุนพล 'เดอะ เรด วัน' เปลี่ยนเเปลงผู้เล่นเพียง 2 ตำแหน่งจากเกมรอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่เฉือนชนะ อุรุกวัย ที่เหลือ 9 ตัวหืดจับ 1-0 โดยหมดสิทธิ์ใช้งาน กอนซาโล ฮารา กองหลังจอมปัญหาที่ติดโทษแบนจากกรณีเอานิ้วไปแหย่ก้นของ เอดิสัน คาวานี รวมถึงดร็อป อูเจนิโอ เมนา ไว้ที่ข้างสนามแล้วจัดการส่ง โชเซ โรฮาส กับ มิลโก้ อัลบานอซ ลงทำห้าที่แทน

ขณะที่ฝั่ง เปรู ของกุนซือ ริคาร์โด้ กาเรกา มีข่าวดีเมื่อได้ โจเซ็ปเมียร์ บัลลอน กับ คาร์ลอส โลบาตัน สองกองกลางคนสำคัญพ้นโทษแบนกลับมาประจำการตำแหน่งอีกครั้ง พร้อมส่ง อันเดร คาร์รืลโล แนวรุกจากสโมสรสปอร์ตติ้ง ลิสบอน ลงมาเล่นแทน เคลาดิโอ ปิซาร์โร กองหน้าตัวเก๋าวัย 36 ปีที่โชว์ฟอร์มไม่ออกในเกมนัดก่อน

เริ่มเกมมาได้เพียง 16 นาที อาคันตุกะเปรูฉวยโอกาสเปิดฉากทักทายก่อน จากจังหวะที่ เปาโล เกร์เรโร ลากตัดจากฝั่งซ้ายเข้ากลาง ก่อนไหลถวายพานให้ คาร์ลอส โลบาตัน ตะบันเต็มข้อด้วยขวาแบบไม่ต้องจับจากระยะประมาณ 25 หลา บอลพุ่งตรงดิ่งเข้าข้างตาข่ายออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

รูปเกมของเปรูกำลังเข้าที่เข้าทาง แต่แล้วสถานการณ์กลับพลิกผัน เมื่อพวกเขาต้องมาเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนตั้งแต่นาทีที่ 20 จากจังหวะที่ การ์ลอส ซามบราโน ไปเล่นนอกเกม ด้วยการยันใส่หลังของ ชาร์ลส อรันกิซ ทำให้ผู้ตัดสินปรี่เข้ามาควักใบแดงไล่ ซามบราโน ออกจากสนามทันที 

หลังจากเปรูเหลือ 10 คน ทำให้เจ้าภาพโหมบุกกระหน่ำ และในนาทีที่ 27 พวกเขาก็มาได้ลุ้นประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ อเล็กซิส ซานเซซ ไหลเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ ฮอร์เก้ บัลดิเวียร์ บรรจงปั่นด้วยขวา แต่บอลโค้งไม่พอหลุดเสาไกลออกหลังไปนิดเดียว

กระทั่งนาทีที่ 42 ชิลีมาทำประตูขึ้นนำไปก่อนจนได้ จากจังหวะที่ อเล็กซิส ซานเซซ เปิดโค้งจากฝั่งซ้ายเข้าไปในกรอบเขตโทษ และเป็น ชาร์ลส อรันกิซ โฉบขึ้นไปชาร์จไม่โดน ก่อนบอลหลุดไปชนเสาไกลกระดอนออกมาเข้าทาง เอดูอาร์โด้ วาร์กัส  ซ้ำจ่อๆในกรอบ 6 หลาเข้าไปไม่เหลือ ช่วยให้ชิลีขึ้นนำ 1-0 ก่อนจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

กลับมาเล่นในครึ่งหลัง เจ้าภาพแก้เกมทันที ด้วยการถอดเอา มิลโก้ อัลบานอซ กับ มาร์เซโล ดิอ๊าซ ออกไปพักที่ข้างสนามแล้วจัดการส่ง อูเจนิโอ เมนา กับ ดาวิด ปิซาร์โร ลงมาเล่นแทน

ทว่านาทีที่ 60 กลับกลายเป็นเปรูที่เหลือผู้เล่นเพียง 10 คนมาตามตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะที่ เปาโล เกร์เรโร ไหลขนานเส้นขึ้นไปทางฝั่งขวาให้ หลุยส์ แอ็ดวินกูลา วิ่งแซงแนวรับเจ้าภาพขึ้นไปเปิดโค้งข้าไปในกรอบเขตโทษ และเป็น แกรี เมเดล กองหลังชิลีพยายามลอยตัวสกัด แต่โดนไม่ดีทำให้บอลหลุดเข้าไปประตูตัวเองไป เปรูตามตีเสมอเป็น 1-1

อย่างไรก็ตาม เพียง 4 นาทีหลังจากนั้น ชิลีกลับมาขึ้นนำอีกครั้งอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ แกรี เมเดล ตัดบอลได้จากกลางสนาม ก่อนไหลขึ้นหน้าให้ เอดูอาร์โด้ วาร์กัส ตั้งป้อมกดด้วยขวาเต็มข้อจากระยะประมาณ 25 หลา บอลโค้งหนีมือ เปโดร กาเญเช เสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสุดสวย ช่วยให้ชิลีขึ้นนำ 2-1 จากนั้นทั้งคู่ทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ 

จบเกม ชิลี เฉือนชนะ เปรู ที่เหลือผู้เล่นเพียง 10 คนไปแบบหืดจับ 2-1 ผ่านข้าชิงชนะเลิศครั้งแรกในรอบ 28 ปีโดยจะไปรอพบผู้ชนะระหว่าง อาร์เจนตินาหรือปารากวัย 

 

Topics