ร็อบเบน,มุลเลอร์,เกิทเซเบิ้ล!! เสือใต้ดุจัดเปิดบ้านกัดสิงห์เหนือดับอนาถ 8-0

ศึกสิงเหนือ-เสือใต้ จบลงด้วยชัยชนะถล่มทลายของเจ้าบ้าน 'บาเยิร์น มิวนิค' พร้อมกับการขึ้นไปเป็นดาวซัลโวร่วมของ อาร์เยน ร็อบเบน หลังเหมาสองประตูในเกมนี้

เป๊บ กวาร์ดิโอลา เทรนเนอร์คนเก่งของเสือใต้ มีข่าวดีเมื่อได้สองตัวหลักอย่าง ราฟินญา และ ฟรองค์ ริเบรี หายเจ็บกลับมาทั้งคู่ แต่ ริเบรี ได้ออกสตาร์ทเป็นแค่ตัวสำรองเท่านั้น โดยเกมนี้เปลี่ยนแปลงผู้เล่นสองตำแหน่ง โดยพัก ชาบี อลอนโซ่ รวมถึงถอด มิตเชลล์ ไวเซอร์ ดาวรุ่งวัย 20 ปีไปพักที่ข้างสนาม และส่ง โธมัส มุลเลอร์ กับ ราฟินญา ลงทำหน้าที่แทน ซึ่งสถิติที่เคยพบกันเจ้าบ้านไม่เคยแพ้ฮัมบูร์กเลยนับตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2009 ด้านผู้มาเยือนของ โจเซฟ ซินเบาเออร์ ยังต้องทำคะแนนเพื่อหนีโซนตกชั้นต่อไป หลังมีแต้มห่างจากตำแหน่งเพลย์ออฟเพียง 3 คะแนนเท่านั้น โดยเกมนี้ปรับทัพสองตำแหน่งจากนัดที่แล้วที่เปิดบ้านเฉือน ฮันโนเวอร์96 2-1 โดยดร็อป สโลโบดาน ราจโควิช กับ นิโคไล มุลเลอร์ ไว้ที่ข้างสนาม แล้วจัดการส่ง Ashton Götz กับ Artjoms Rudņevs ลงทำหน้าที่แทน เริ่มเกมมาได้เพียง 21 นาที เจ้าถิ่นก็มาทำประตูออกนำไปก่อน จากจังหวะที่ ราฟินญา พยายามจะเปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าไปในเขตโทษ แต่บอลดันไปโดนแขน รอนนี มาร์กอส แบ็กขวาฮัมบูร์กแบบเต็มใบ ทำให้ผู้ตัดสินไม่รอช้าชี้เป็นลูกจุดโทษทันที และเป็น โธมัส มุลเลอร์ รับหน้าที่แปหลอกหน้าเท้าเสียบเสาฝั่งซ้ายเข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้บาเยิร์นขึ้นนำ 1-0 ถัดมาไม่ถึง 2 นาทีเจ้าบ้านก็มาขยับสกอร์หนีห่างอย่างรวดเร็ว จากลูกที่ บาสเตียน ชไวสไตเกอร์ แทงขึ้นหน้าให้ โธมัส มุลเลอร์ จับแต่งเข้าซ้ายก่อนกดเลียดจากระยะประมาณ 23 หลา เป็น ยาโรสลาฟ ดร็อปนี่ ล้มตัวปัดออกไปได้แต่ไม่พ้นอันตรายเข้าทางปืน มาริโอ เกิทเซ วิ่งมาซ้ำดาบสองเข้าไปไม่เหลือ บาเยิร์นหนีห่างเป็น 2-0 รูปเกมยังเป็นเจ้าถิ่นที่เดินหน้าบุกนวดอย่างเมามันอยู่ฝ่ายเดียว กระทั่งนาทีที่ 36 พวกเขาก็มาได้ประตูที่สาม จากจังหวะสวนกลับเร็ว และเป็น โธมัส มุลเลอร์ ที่ถ่ายขึ้นหน้าจากกลางสนามไปฝั่งขวาให้ อาร์เยน ร็อบเบน เลี้ยงจี้เข้าหาเขตโทษตามสไตล์ถ่อนโยกหลบเข้าในและปั่นด้วยซ้ายตามสูตร บอลพุ่งโค้งเช็ดเสาไกลเข้าไปอย่างหมดจด ชนิดที่ ยาโรสลาฟ ดร็อปนี่ ทำได้แค่เซฟด้วยสายตา บาเยิร์นนำห่างเป็น 3-0 ก่อนจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้ เริ่มครึ่งหลังได้เพียง 2 นาที เจ้าบ้านมาได้ประตูนำห่างเป็น 4-0 จากจังหวะที่ มาริโอ เกิทเซ ขวางสนามมาทางฝั่งขวาให้ อาร์เยน ร็อบเบน เลี้ยงจี้เข้าหาเขตโทษตามสไตล์ถนัดอีกครั้ง ก่อนโยกเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวา และบรรจงแปยัดเสาแรกเข้าไปอย่างเฉียบขาด ซึ่งประตูนี้ทำให้ ร็อบเบน ขยับขึ้นไปเป็นดาวซัลโวร่วมกับ อเล็กซานเดอร์ ไมเออร์ ดาวยิงของไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ตเรียบร้อยแล้วที่ 14 ประตู ถัดมาในนาทีที่ 55 แฟนบอลของสิงห์เหนือแทบอยากจะลุกออกจากอัลลิอันซ์ อารีน่าทันที หลังทีมรักถูกทิ้งห่างเป็น 5-0 จากจังหวะที่ บาสเตียน ชไวสไตเกอร์ แปะบอลไปทางฝั่งซ้ายให้ โธมัส มุลเลอร์ เปิดหน้าเท้ารอปั่นด้วยขวาเต็มข้อจากระยะประมาณ 25 หลา บอลพุ่งโค้งหนีมือ ยาโรสลาฟ ดร็อปนี่ เสียบเสาไกลเข้าประตูไปอย่างสุดสวย ถัดมาไม่ถึงนาที เจ้าบ้านมาได้ประตูที่หก จากจังหวะที่ อาร์เยน ร็อบเบน หลอกจ่ายทะลุช่องเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวาให้ โธมัส มุลเลอร์ ดึงจังหวะรอก่อนปาดเลียดเข้ากลางให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ชาร์จจ่อๆเข้าไปไม่พลาด บาเยิร์นทิ้งห่างเป็น 6-0 ซึ่งประตูนี้กลายเป็นประตูแรกของดาวยิงชาวโปแลนด์ในเลกที่สองนี้อีกด้วย เท่านั้นไม่พอ นาทีที่ 69 บาเยิร์นขยับสกอร์ทิ้งห่างเป็น 7-0 ฟรองค์ ริเบรี ตัวสำรอง ไหลให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ พาบอลหลุดเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนซัดเลียดด้วยซ้ายติดบล็อค ยาโรสลาฟ ดร็อปนี่ ทว่าบอลกระดอนไม่พ้นอันตรายเข้าทาง ริเบรี ตามซ้ำดาบสองเข้าไปตุงตาข่าย ท้ายเกมนาทีที่ 89 เจ้าบ้านมาได้ประตูปิดกล่อง จากจังหวะที่ เคลาดิโอ ปิซาร์โร กองหน้าตัวสำรองพิงบังบอลอยู่บริเวณสุดเส้นหลังฝั่งซ้าย ก่อนจ่ายย้อนหลังกลับมาให้ มาริโอ เกิทเซ ตั้งป้อมกระหน่ำด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งเป็นจรวดเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสุดสวย จบเกม บาเยิร์น มิวนิค เปิดบ้านถล่ม ฮัมบูร์ก ยับเยิน 8-0 รั้งจ่าฝูงต่อไปอย่างเหนียวแน่น โดยมีแต้มนำห่างอันดับสองอย่าง โวฟบวร์ก อยู่ถึง 8 คะแนน ส่วน ฮัมบูร์ก อยู่ที่ 12 ตามเดิม