รีแบรนดิ้ง! กว่างโซ้งผนึกกำลังจาร์เค็นสร้างภาพลักษณ์ใหม่ พร้อมทุ่ม 300 ล้านรีโนเวทสนาม

"กว่างโซ้งมหาภัย" ทำการยกเครื่องปรับลุคให้มีมาตรฐานใหม่ทั้งในและนอกสนาม โดยได้ร่วมมือกับบริษัทพัฒนาแบรนด์ชื่อดังมาสร้างแบรนด์ใหม่ให้กับทีมเพื่อให้เป็นที่จดจำของแฟนบอลมากขึ้น และพร้อมจะเปย์อีก 300 ล้านบาทปรับปรุงสนามใหม่ภายใน 3 ปีด้วย

วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2559 สโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด ทีมชั้นนำของศึกโตโยต้า ไทยลีก จัดงานแถลงข่าวดำเนินการเสริมสร้างยุทธศาสตร์ของแบรนด์และการตลาดให้เข้มแข็งอย่างมืออาชีพ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เชียงรายยูไนเต็ด ชัยชนะในสนามและนอกสนาม” “Winning from Both Sides” พร้อมก้าวขึ้นสู่ความเป็นทีมชั้นนำของประเทศไทย ณ โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล

กว่างโซ้งมหาภัย ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2016 หลังสามารถรั้งอันดับ 5 ของศึกโตโยต้า ไทยลีก หลังจบเลกแรก พร้อมกับเสริมทัพสู้ศึกเลกสองได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจด้วยการคว้าดาวดังเข้ามาร่วมทีมมากมายทั้ง บดินทร์ ผาลา , ลาซารัส คาอิมบี้ จาก บางกอกกล๊าส เอฟซี , ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ จาก เมืองทอง ยูไนเต็ด มงคล ทศไกร จาก อาร์มี่ ยูไนเต็ด , วันเฉลิม ยิ่งยง จาก ชัยนาท ฮอร์นบิล , ประทุม ชูทอง จาก สุพรรณบุรี เอฟซี และ มาร์ค บริดจ์ กองหน้าชาวออสเตรเลีย จาก เวสเทิร์น ซิดนีย์ วันเดอร์เรอร์ส

การประกาศปรับภาพลักษณ์เข้าสู่ธุรกิจ Sport Marketing อย่างเต็มตัวครั้งนี้ เชียงราย ยูไนเต็ด ได้จับมือกับ กลุ่มบริษัท จาร์เค็น จำกัด บริษัทงานออกแบบสถาปัตยกรรม ตกแต่งภายใน นำโดย ดร.กุลเดช สินธวณรงค์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เข้ามาเป็นที่ปรึกษาสโมสร เพื่อเสริมสร้างยุทธศาสตร์ของแบรนด์และการตลาดรวมทั้งโครงสร้างการบริหารการพัฒนาธุรกิจให้เข้มแข็ง

มิตติ ติยะไพรัช ประธานสโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด กล่าวว่า "บริษัทในกลุ่มจาร์เค็นที่ให้บริการด้านการสร้างแบรนด์จะเข้ามาดูแลในส่วนของการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกระบบการบริหารและการจัดการสปอนเซอร์ชิป การตลาด ของที่ระลึก และร้านค้า การออกแบบกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์แบบ 360 องศา เนื่องจากเป็นผู้มีประสบการณ์เกี่ยวกับการสร้างแบรนด์ระดับเอเชีย โดยมีนายธนพล วิระเทพสุภรณ์ รองประธานสโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด เป็นผู้ดูแลด้านการบริหารจัดการ และการตลาดทั้งหมดของสโมสร

ด้าน ดร.กุลเดช สินธวณรงค์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท จาร์เค็น จำกัด ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์สร้างและพัฒนาออกแบบแบรนด์กว่า 18 ประเทศทั่วเอเชียและยุโรป กล่าวว่า "การรุกเข้ามาทำ Sport marketing brand ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายเพราะฟุตบอลถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของคนไทยมานานแล้ว ส่วนตัวยังคิดว่ามีโอกาสอย่างชัดเจนในการพัฒนาแบรนด์เชียงราย ยูไนเต็ดให้เติบโตยิ่งขึ้น สำหรับการรับรู้ในอีกหลายๆกลุ่ม ซึ่งผมและประธานสโมสรมองตรงกันว่านอกเหนือจากชัยชนะในสนามที่ต้องได้ เรายังต้องมีชัยชนะนอกสนามอีกด้วย"

“เราได้วางแผนพัฒนาแบรนด์ของเชียงรายไว้ 1-3 ปี แบ่งออกเป็น 3 เฟส ด้วยกัน เฟสแรก จะมุ่งเน้นการปรับจากภายนอกสนาม อาทิ โลโก้สินค้า จากเดิมใช้ตัวย่อ “CRUTD” ซึ่งได้มีการทำรีเสิร์ซถึงการรีแบรนด์ของชื่อย่อใหม่เป็น "CR” เพื่อทำให้สะดุดตาจดจำง่าย ทันสมัย

“เฟสสอง จะเป็นการต่อยอดโลโก้ “CR” ในการออกแบบและผลิตสินค้าใหม่ๆ อาทิ เสื้อยืด กางเกง หมวก ของที่ระลึกต่างๆ และชุดกีฬา sport wear คอลเลคชั่นพิเศษ สำหรับผู้หญิง รวมถึงการเปิดช็อปใหม่ที่สยามสแควร์ และ เพลงเชียร์ใหม่ โดยนักร้องนักแต่งเพลงมืออาชีพ

“เฟสสาม เป็นเรื่องของในสนามกับการรีโนเวทสนามเชียงราย ยูไนเต็ด ให้เป็น sport destination ให้มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่สมบูรณ์แบบภายใต้คอนเซ็ปต์ "บ้านของกว่าง" ที่มีลักษณะเป็นโพรงไม้ สามารถรองรับผู้ชมได้ 22,000 ที่นั่ง"

“นอกจากนั้นจะยังมีการสร้างโรงแรม คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดใช้งานในปี 2561 โดยใช้งบประมาณ 300 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วนคือการดำเนินการ 70% และ การตลาดประชาสัมพันธ์ 30%” ดร.กุลเดช สินธวณรงค์