รอมาเป็นเดือน! สมยศเผยเหตุขีดเส้นตาย ซิโก้, ยันเซ็นไม่ได้พร้อมหาชุดใหม่ทำแทน

นายก ส.บอล แจงสาเหตุที่มีการส่งจดหมายกำหนดเดดไลน์ ซิโก้ เซ็นสัญญาใหม่ เผยช้ากว่านี้ไม่ได้แล้วหลังรอมาเป็นเดือน ยืนยันทุกเงื่อนไขยุติธรรมและโปร่งใส่

พล.ต.อ สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย แจงสาเหตุที่ล่าสุดมีการแถลงส่งจดหมายถึง ฝ่ายกฏหมายและ บ.สปอร์ตฮีโร่ ให้เร่งดำเนินการแก้ไขหรือลงนามในสัญญาว่าจ้าง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง สำหรับคุมทีมชาติไทยต่อภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยเผยว่าช้ากว่านี้ไม่ได้หลังรอมา เดือนกว่า ซึ่งหากไม่สามารถบรรลุข้อตลงกันได้มีแผน 2 รองรับ

บ.สปอร์ตฮีโร่ และ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ได้หมดสัญญากับ สมาคมกีฬาฟุตบอล ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยฝ่ายกฏหมายของสมาคมฯ ได้มีการยื่นร่างสัญญาฉบับใหม่ให้กับ บ.สปอร์ตฮีโร่ พิจารณาแล้ว ทว่าขณะนี้ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ จนเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ฝั่งของ  สมาคมกีฬาฟุตบอล ต้องส่งจดหมายให้ตัดสินใจถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ หลังหวั่นกระทบการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย ซึ่งจะเริ่มขึ้นช่วงปลายเดือนมีนาคม

ขณะที่ สมยศ กล่าวถึงเรื่องนี้ หลังการประชุมร่วมกับ ตัวแทนมหาวิทยาลัย กรุงเทพ-ธนบุรี เพื่อสรุปข้อตกลงในการสร้างศูนย์ฝึกอคาเดมี วันที่ 27 กุมภาพันธ์ว่า

"พรุ่งนี้ (28 กุมภาพันธ์) ก็เป็นวันสุดท้ายที่กำหนดเดดไลน์เรื่องการเซ็นสัญญา เราคุยกันมาเดือนกว่าแล้ว มีความคืบหน้าแต่ไม่สามารถที่จะเซ็นสัญญาได้ ในขณะที่ทางสมาคมฯพร้อมที่จะเซ็นสัญญา ผมไม่สามารถที่จะปล่อยเวลาผ่านไป โดยไม่มีการกำหนดเรื่องเวลาให้ชัดเจน เพราะการแข่งขันจะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้แล้ว"

"เราเหลือเวลาให้สมาคมฯ น้อยนิด ถ้าปล่อยเวลาผ่านไป โดยไม่มีการกำหนดเรื่องเวลาที่ชัดเจน จะมีความเสียหาย เรื่องการเตรียมทีม รวมถึงปัญหาต่างๆ การใดก็แล้วแต่ เราต้องกำหนดเวลา ผมมีเวลาให้คุณเท่านี้นะ และไปตัดสินใจซะ ผมมีเงื่อนไข ถ้าคุณรับเรื่องเงื่อนไข กติกาได้ ผมก็พร้อมที่จะเซ็น เพราะสมาคมฯพูดตลอดว่า สมาคมฯ พร้อมที่จะเซ็นสัญญากับ คุณเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง แต่สมาคมฯ รอไม่ได้ ถ้าคุณมาเซ็นไมได้ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สมาคมฯก็จำเป็นต้องหารือกำหนดตัวผู้ฝึกสอนชุดใหม่"

"เรื่องความสัมพันธ์ ผมไม่มีอะไร แต่ผมเป็นคนมีระเบียบ มีกติกา ผมเป็นข้าราชการ ผมรอมาเดือนหนึ่งแล้ว ยังไม่ได้รับการตอบรับ ว่าจะเซ็นวันไหน ผมจะปล่อยเวลาให้ผ่านไปเรื่อยๆ เวลามีปัญหาผมก็ต้องรับผิดชอบ ผมก็เลยต้องกำหนดเวลา เพราะการพูดคุยระหว่างฝ่ายกฏหมายของทั้งสองฝั่ง มันนานเป็นเดือนแล้ว เรามควรกำหนดเวลาได้แล้ว เพราะไม่อย่างนั้น ผมทำงานไม่ได้ เพราะวันที่ 5 มีนาคม ผมต้องไปประชุมกับฟีฟ่าที่อังกฤษ"

"ถ้าทุกคนคิดว่ามันถึงเวลาที่ต้องเซ็นก็ต้องเซ็น ถ้าไม่เซ็นก็คือไม่เซ็น เราไม่มีปัญหาอะไรติดขัดเลย มันก็เป็นรายละเอียดที่ทุกคนก็อยากปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองให้มากที่สุด สมาคมฯไม่ใช่ของผม แต่เป็นของชาวไทยทุกคน ผมแค่อาสามาบริหารงานสี่ปี ผมก็ต้องปกป้องสมาคมฯให้ได้มากที่สุด เงื่อนไขต่างๆที่สมาคมฯ กำหนด อยู่ในความชอบธรรม ยุติธรรม ถูกต้อง เป็นไปตามกฏหมาย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และที่สำคัญ เป็นรูปแบบสัญญาที่เป็นแบบสากล เราคัดลอกมาจากประเทศที่เขาทำกัน ไม่ใช่คิดเองทำเอง สัญญามันเป็นสากล เพียงแต่ว่าจะถูกใจหรือไม่ถูกใจ สมาคมฯ บทบาทเวลานี้คือเป็นนายจ้าง สมาคมฯ ต้องกำหนดกติกา ลูกจ้างหรือพนักงานอยากทำงานกับสมาคมฯ ก็ต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับ กฏ กติกา ที่ถูกกำหนดขึ้นโดยสมาคมฯ ถ้ารับได้ก็ทำงานร่วมกันได้ ถ้ารับไม่ได้ก็ทำงานร่วมกันไม่ได้ หลักการชัดเจน ชอบธรรม เป็นธรรม โปร่งใส ถูกกฏหมาย จะไม่ทิ้งภาระใดๆไว้ให้คนอื่นต้องมาแก้ เหมือนในอดีตที่ผ่านมา ที่ผมต้องมาแก้ ผมจะไม่ทำเช่นนั้นเด็ดขาด"

"(ถ้าไม่ต่อสัญญา) ผมมีแผนหนึ่ง สอง สามตลอด ไม่ต้องคิดมาก ห้านาทีได้ดั่งใจ แต่เราให้เกียรติกัน เพราะผมสัญญากับ เกียรติศักดิ์ เสนาเมืองแล้วว่าผมจะต่อสัญญากับเขา ผมพูดมาเป็นเดือน ทุกคนก็รู้ดี ว่าผมยินดีที่จะต่อสัญญา แต่เรามีการแก้ไขสัญญานิดหน่อย ไม่ใช่ปรับปรุงจนทำอะไรไม่ได้ สิ่งที่ปรับปรุงก็คือสัญญาปีที่ผ่านมา มีปัญหาเรื่องสิทธิประโยชน์กับผู้สนับสนุนบางราย เราก็ต้องปรับปรุงในส่วนนั้น เพราะว่าสมาคมฯ ต้องให้ความสำคัญกับผู้สนับสนุนเป็นหลัก เพราะเขาให้เงินเรา สัญญาที่สมาคมฯทำกับลูกจ้าง หรือ บุคลากรที่จะเข้ามารับจ้างทำงานกับสมาคมฯ นั้นต่างกับสัญญาหรือเงื่อนไขของสปอนเซอร์ไม่ได้"

"เพราะเขาเอาเงินมาให้สมาคมฯ เขามีสิทธิเรียกร้อง สมาคมฯ มีหน้าที่จัดการให้ตามการเรียกร้องของเขา ที่พึงจะได้ ส่วนสัญญาที่สมาคมฯ จะเป็นนายจ้างจะต้องยึดเงื่อนไขกติกาของสมาคมฯเป็นหลัก นายจ้างต้องเป็นผู้กำหนดกติกา ไม่ใช่ลูกจ้างที่จะมาเป็นคนกำหนดกติกาเสียเอง"

"(เรื่องภาษีย้อนหลัง) ไม่ใช่ภาษีย้อนหลัง ภาษีที่ว่าคือภาษีมูลค่าเพิ่ม นายจ้างหรือผู้จ่ายเงิน จ่ายเงินเดือนก็ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในเบื้องต้น และนำส่งสรรพากร ส่วนผู้รับจ้างก็ต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ที่จ่าย 7 เปอร์เซ็นต์ แก่กรมสรรพากร ถ้าเราไม่ทำตรงนี้ให้ชัดเจน มันก็จะเป็นแบบเหมือนกับที่ผ่านมา จ่ายเงินเดือนพนักงาน รับสปอนเซอร์ ไม่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือมูลค่าเพิ่ม สมาคมฯก็ต้องรับหนี้สินจำนวน 200 ล้าน เราต้องทำให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ผมจะไม่ทิ้งปัญหาให้คนที่มาทำหน้าที่ต่อจากผม เพราะถ้าผมทำเช่นนั้น คนใหม่ที่จะเข้ามาก็จะด่าเหมือนที่เป็นอย่างทุกวันนี้ เราจะไม่ทิ้งปัญหาให้ใครต้องมานั่งแก้"