รอมานาน! มาร์โควิชปลดล็อคลูกแรกในลีกพาหงส์บุกตีปีกใส่แมวดำ 1-0

แข้งทีมชาติเซอร์เบีย เปิดซิงลูกแรกในพรีเมียร์ลีกจนได้ และกลายเป็นประตูโทนที่ช่วยให้ลิเวอร์พูลบุกไปคว้าสามแต้มออกมาจากถิ่น สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ สำเร็จ

กุสตาโว โปเยต์ กุนซือเจ้าบ้าน หวังเก็บชัยชนะในรังเหย้าของตัวเองให้ได้ หลังเกมแรกที่พบกันในฤดูกาลนี้ สามารถบุกไปยันเสมอมาได้ถึงแอนฟิลด์ 0-0 โดยเลือกจัดทีมมาในระบบ 4-1-4-1 วาง คอนเนอร์ วิคแฮม ยืนเป็นหน้าเป้า พร้อมกับมี เอ็มมานูเอเล จัคเครินี และ อดัม จอห์นสัน ขนาบข้างทางริมเส้น

ด้านทีมเยือนของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส นำทัพมาโดยสามเด็กเก่าของแมวดำอย่าง ฟาบิโอ บอรินี ที่ซีซั่นก่อนมาเล่นแบบยืมตัวในถิ่นสเตเดี้ยม ออฟ ไลท์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ซึ่งจะได้ลงดวลกับต้นสังกัดแรกในอาชีพค้าแข้งของเขาอีกครั้ง รวมไปถึง ซิมง มิโญเลต์ ที่เคยมาเฝ้าเสาซันเดอร์แลนด์ เมื่อช่วงปี 2010-2013 ด้วย

เริ่มเกมมาได้เพียง 3 นาทีเท่านั้น ลิเวอร์พูลพลาดโอกาสทองในการได้จุดโทษอย่างน่าเสียดาย จากจังหวะที่ มาร์โควิช โดน เวส บราวน์ ขัดขาจนล้มลงไปในกรอบ 18 หลา แต่ผู้ตัดสินกลับนิ่งเฉย ทั้งที่ดูจากภาพช้าแล้วเป็นการฟาวล์ของอดีตกองหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดซึ่งเข้าสะกัดไม่โดนบอลจริงๆ

แต่แล้วในอีก 6 นาทีต่อมา หงส์แดงก็มาพังประตูขึ้นนำจนได้ จากจังหวะที่ มาร์โควิช ลากบอลขึ้นมาทางกราบขวา ก่อนจะไหลให้ เจอร์ราร์ด จ่ายต่อให้ บอรินี ที่โดน โอเช เข้ามาทำฟาวล์แต่ผู้ตัดสินให้เป็นลูกได้เปรียบ ก่อนที่บอลจะกระดอนมาเข้าทางแนวรุกชาวเซอร์เบียจิ้มจ่อๆด้วยขวาเข้าไป ซึ่งถือเป็นลูกแรกในพรีเมียร์ลีกของเจ้าตัวด้วย ส่งให้ทีมเยือนบุกมานำ 1-0

จากนั้นยังเป็นทีมแชมป์ยุโรป 5 สมัยที่ครองเกมรุกได้เหนือกว่า และเกือบจะบวกลูกที่สองเพิ่มได้อีก ในนาทีที่ 23 จากจังหวะที่ คูตินโญ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวเลี้ยงแหวกแนวรับแมวดำขึ้นมาทางแดนกลาง ก่อนจะป้ายบอลต่อให้ เจอร์ราร์ด แปเรียดด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลแฉลบแนวรับเจ้าบ้านออกหลังไป

ต่อมานาทีที่ 28 ลิเวอร์พูลมีโอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง จากจังหวะที่ เจอร์ราร์ด ลองลักไก่ปั่นลูกฟรีคิกทางฝั่งซ้าย บอลกำลังจะย้อยเสียบคานอยู่แล้ว แต่ยังโดน คอสเทล พันติลิมอน นายด่านร่างโย่งของซันเดอร์แลนด์ กระโดดปัดออกหลังไปได้หวุดหวิด

ถัดมาแค่นาทีเดียวเท่านั้น หงส์แดงเกือบจะใส่สกอร์ที่สองได้อีกหน จากจังหวะที่ มาร์โควิช กระโดดวอลเลย์บอลจากแถวสองเต็มข้อ แต่ลูกพุ่งไปชนเสากระดอนมาโดนตัวของ พันติลิมอน ออกหลังไปได้อย่างน่าเสียดาย

จากนั้นนาทีที่ 37 ทีมเยือนมีจังหวะหวาดเสียวให้เหล่าเดอะ ค็อปได้ลุ้นอีกครั้ง จากลูกที่ บอรินี จ่ายออกกราบขวาให้ เจอร์ราร์ด ซัดเต็มแรงด้วยขวา แต่บอลถากเสาออกไปนิดเดียว

ท้ายครึ่งแรกยังเป็นลิเวอร์พูลที่มีโอกาสลุ้นได้ประตูที่สองอีกรอบ ในนาทีที่ 42 จากจังหวะที่ เอ็มเร ชาน วางบอลจากแดนตัวเองข้ามแนวรับแมวดำให้ บอรินี หลุดกับดักล้ำหน้าก่อนจะวิ่งแซง บราวน์ แล้วแตะหนี พันติลิมอน แต่กลับยิงมุมแคบหลุดกรอบออกไป ทำให้จบ 45 นาทีแรกเป็นทีมเยือนที่บุกมานำอยู่ 1-0

เข้าสู่ครึ่งหลังสถานการณ์ของซันเดอร์แลนด์ที่สกอร์ตามหลังและรูปเกมเป็นรองทุกด้าน ยังต้องมาย่ำแย่เข้าไปอีก เมื่อ เลียม บริดคัตต์ ไปเจตนายกแขนขวางใส่ ชาน ผู้ตัดสินไม่รอช้าควักใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่กองกลางตัวรับวัยเบญจเพสออกจากสนามทันที ในนาทีที่ 49

แต่ในอีก 3 นาทีต่อมา แมวดำที่เป็นรองทุกด้านกลับเกือบจะตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะที่ จอห์นสัน ได้ตั้งป้อมซัดไกลเต็มข้อด้วยซ้ายข้างถนัด บอลพุ่งส่ายผ่านมือ มิโญเลต์ ไปแล้ว แต่กลับชนคานอย่างไม่น่าเชื่อ จากนั้นเป็นเจ้าบ้านที่ฮึดสู้พยายามวิ่งเพรสซิ่งใส่นักเตะทีมเยือนอย่างหนัก แต่เนื่องจากตัวผู้เล่นน้อยกว่า จึงทำให้เกือบจะโดนลูกที่สองเพิ่มอีก ในนาทีที่ 66 จากจังหวะที่ เฮนเดอร์สัน จ่ายให้ คูตินโญ ยิงหักข้อด้วยขวาเน้นๆ แต่บอลกลับเรียดถากเสาออกไปแบบน่าผิดหวัง ท้ายเกมซันเดอร์แลนด์ยังไม่ย่อท้อ พยายามหาโอกาสทำเกมบุกใส่ทีมเยือน แต่เนื่องจากเป็นรองเรื่องตัวผู้เล่น ทำให้มักจะโดนหงส์แดงสวนกลับเร็วตลอด ก่อนที่สุดท้ายจบเกมเป็นลิเวอร์พูลที่บุกมาเอาชนะไปแบบหวุดหวิด 1-0