รอยส์ซัดปิดกล่อง!! เสือเหลืองดุจัดกัดบลูราชันเละ 3-0 ทะยานขึ้นที่ 9

ศึกรูห์ดาร์บี้หนนี้ กลายเป็นเสือเหลืองที่โชว์ฟอร์มสุดเพอร์เฟ็คชำระแค้นราชันสีน้ำเงินแบบทบต้นทบดอก 3-0 พร้อมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 9 ของตารางเรียบร้อยแล้ว

เจอร์เก้น คล็อปป์ เทรนเนอร์เจ้าถิ่น ต้องปรับจูนผู้เล่นในตำแหน่งแบ็คขวาถึงสามครั้ง หลังจากตัวจริงอย่าง ลูคัสซ์ ปิซเซ็ค ได้รับบาดเจ็บจากเกมยุโรปจนต้องพักยาว 4 สัปดาห์ อีกทั้ง โซคราติส ปาปัสตาโทปุลอส ที่เป็นตัวสแตนบายก็ดันเจ็บจนลงเล่นไม่ได้ ทำให้ คล็อปป์ ตัดสินใจส่ง โอลิเวอร์ เคิร์ช ปราการหลังจอมเก๋าวัย 32 ปีลงทำหน้าที่แทน ส่วน เฮนริค เมอคิตาร์ยาน ยังได้โอกาสลงสนามทำเกมรุกต่ออีกหนึ่งนัด เนื่องจาก เควิน คัมเปิล เป็นไข้จนไม่มีชื่อแม้กระทั่งตัวสำรองในเกมนี้

ด้าน 'บลูราชัน' ของ โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ มีข่าวดีเมื่อได้ คลาส-แยน ฮุนเตลาร์ พ้นโทษแบนกลับมายืนเป็นศูนย์หน้าคู่กับ เอริค ซูโป โมติง อีกครั้ง รวมถึง อัตสึโตะ อูจิดะ นักเตะสารพัดประโยชน์ทีมชาติญี่ปุ่นก็หายไข้กลับมาประจำการทางริมเส้นฝั่งขวาได้เช่นกัน นอกนั้นยังเป็นหน้าเดิมๆ นำโดย ติมอน เวลเลนรอยธอร์ (ผู้รักษาประตู), เดนนิส อาโอโก้, โรมัน นอยชเต็ดเตอร์ และ เควิน-พรินซ์ บัวเต็ง

เปิดฉากมาได้เพียง 3 นาที เจ้าบ้านอย่าง 'ดอรฺ์ทมุนด์' ได้โอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ ชินจิ คางาวะ แทงทะลุช่องให้ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวา ก่อนแปด้วยขวาเต็มแรง ทว่า ติมอน เวลเลนรอยธอร์ นายด่านดาวรุ่งวัย 19 ปี ยังปฏิกิริยาไวใช้ขาเซฟข้ามคานออกไป

ถัดมาในนาทีที่ 9 ดอร์ทมุนด์ได้โอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง หลัง นูริ ซาฮิน หาจังหวะส่องไกลด้วยซ้ายจากระยะประมาณ 25 หลา ทว่าบอลดันพุ่งไปตรงตัว ติมอน เวลเลนรอยธอร์ รับเข้าซองไว้ได้แบบสบายมือ

ยังเป็นเจ้าถิ่นที่ครองบอลบุกได้มากกว่า และในนาทีที่ 26 พวกเขาก็เกือบได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะลูกเตะมุมทางฝั่งขวาที่ มาร์โก้ รอยส์ เปิดโค้งเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ นูริ ซาฮิน ตั้งหัวโขกเน้นๆ แต่บอลก็ยังพุ่งไปตรงตัว ติมอน เวลเลนรอยธอร์ รับเข้าซองไว้ได้แบบสบายๆอีกเช่นเคย

นาทีที่ 33 เจ้าถิ่นน่าได้ประตูขึ้นนำจริงๆ จากจังหวะลูกเตะมุมทางฝั่งขวาที่ นูริ ซาฮิน โยนเข้ามาในเขตโทษ เป็น ติมอน เวลเลนรอยธอร์ ที่ปัดไปเข้าทาง มาร์โก้ รอยส์ ได้ซัดวอลเลย์ด้วยขวาเต็มข้อบอลแฉลบหัว โรมัน นอยชเต็ดเตอร์ พุ่งชนคานเสียงดันสนั่น

2 นาทีต่อมา มาร์โก้ รอยส์ ได้โอกาสลุ้นประตูอีกครั้งในเกมนี้ หลัง ชินจิ คางาวะ บรรจงแทงทะลุช่องให้ รอยส์ ใช้ความเร็วฉีกหนีตัวประกบลากตัดเข้ากลาง ก่อนยิงหักข้อด้วยขวา ทว่าบอลดันพุ่งถากเสาแรกออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย และก็จบครึ่งแรกไปด้วยผลเสมอ 0-0

เข้าสู่ครึ่งหลังยังเป็นเจ้าบ้านที่พับสนามบุกอยู่ฝ่ายเดียว และในนาทีที่ 56 พวกเขาก็เริ่มทักทายก่อน จากจังหวะที่ นูริ ซาฮิน แทงจากแดนหลังขึ้นหน้าให้ มาร์โก้ รอยส์ กระชากหลุดเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวา ก่อนตวัดยิงด้วยขวาเต็มแรง แต่ ติมอน เวลเลนรอยธอร์ ยังคงยอดเยี่ยมเช่นเคยล้มตัวปัดสุดปลายมือ ก่อน โรมัน นอยชเต็ดเตอร์ จะตามมาช่วยสกัดออกไปได้อย่างหวุดหวิด

Goal!!! นาทีที่ 75 หลังจากดาหน้าบุกอยู่นาน ในที่สุดเจ้าถิ่นก็มาได้ประตูขึ้นนำจนได้ จากจังหวะที่ เฮนริค เมอคิตาร์ยาน แทงขึ้นหน้าเข้าไปในเขตโทษ และเป็น เดนนิส อาโอโก้ ที่ล้มตัวสกัดทำให้บอลหลุดไปเข้าทาง ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง จับหนึ่งทีก่อนดีดด้วยขวาสวนตัว ติมอน เวลเลนรอยธอร์ เช็ดเสาไกลเข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้ดอร์ทมุนด์ขึ้นนำ 1-0

ถัดมาไม่ถึงนาที เจ้าถิ่นจัดการขยับสกอร์หนีห่างอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง แทงขึ้นหน้าฝั่งขวาให้ อิลคาย กุนโดกัน เติมขึ้นมาเปิดโค้งเข้าไปในเขตโทษ และเป็น เฮนริค เมอคิตาร์ยาน ล้มตัวชาร์จจ่อๆเข้าไปไม่เหลือ ดอร์ทมุนด์หนีห่างเป็น 2-0 พร้อมกับเป็นประตูแรกในบุนเดสลีกาซีซั่นนี้ของแนวรุกชาวแอลเมเนียด้วย

เท่านั้นไม่พอช่วงท้ายเกม นาทีที่ 86 เจ้าถิ่นมาได้ประตูตอกฝาโลง จากจังหวะที่ดูเหมือนไม่มีอะไร เมื่อ มาติยา นาสตาซิช กองหลังตัวใหม่ที่ยืมตัวมาจากแมนฯซิตี้จ่ายคืนหลังให้ ติมอน เวลเลนรอยธอร์ จับหนึ่งจังหวะ ทว่าดันชะล่าใจพยายามจะล็อคหนี มาร์โก้ รอยส์ แต่ไม่ผ่าน ถูก รอยส์ ใช้เท้าขวาแหย่สกัดเข้าไปแบบงงๆ

จบเกม โบรุสเซีย ดอร์มุนด์ เปิดบ้านถล่ม ชาลเก้04 3-0 เก็บสามแต้มสำคัญ ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 9 ของตารางชั่วคราว ส่วน ชาลเก้ หล่นมาอยู่ที่ 5 เรียบร้อยแล้ว โดยมีแต้มห่างจากอันดับสี่ ที่เป็นโควต้าแชมป์เปี้ยนส์ลีกโซนเพลย์ออฟอยู่เพียงคะแนนเดียวเท่านั้น

Topics