ศาสตร์แห่งลูกหนัง! ช้าง ร่วมมือ ส.บอล เปิดตัวคัมภีร์ฟุตบอลฉบับ “โค้งเฮง” 4 เล่ม

ช้าง จับมือกับ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดตัวคัมภีร์ลูกหนัง โดยถ่ายทอดวิชาจากอดีตแข้งไทยบูม ออกมาเป็นหนังสือมี 4 เล่ม ที่อัดแน่นไปด้วยรูปแบบการฝึกต่างๆ

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ที่ผ่านมา นายสุรพล อุทินทุ ผู้อำนวยการสำนักประสานงานภายนอก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย และ วิทยา เลาหกุล ประธานพัฒนาเทคนิคสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงข่าว “ช้าง” นำคัมภีร์ “โค้ชเฮง” สู่วงการลูกหนังไทย “MANUAL OF BEST PRACTICES BY COACH HEAG” ที่ห้อง Auditorium ชั้น 10 C-ASEAN ที่อาคาร รีดับเบิ้ลยู ถนนรัชดาภิเษก

นายสุรพล อุทินทุ ผู้อำนวยการสำนักประสานงานภายนอก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ช้าง  ได้อยู่คู่วงการฟุตบอลไทยมาโดยตลอด ทั้งสนับสนุนสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ทีมชาติไทยและฟุตซอล รวมทั้งทีมสโมสรกว่า 30 ทีม ส่วนระดับเยาวชน ช้าง ทำโครงการมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น โครงการไทยเบฟฟุตบอลอะคาเดมี่ , โครงการ ช้างโมบายฟุตบอลยูนิต ปีที่ 5 รวมถึงการจัดการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน 13 ปี ช้าง เอฟเวอร์ตัน จูเนียร์คัพ เพื่อสร้างโอกาสในการเดินทางไปสโมสรเอฟเวอร์ตัน อีกหนึ่งพันธมิตรที่ ช้าง ให้การสนับสนุน

นอกจากพัฒนาเยาวชนแล้ว ผู้ฝึกสอน ยังเป็นอีกสิ่งที่เราให้ความสำคัญ ที่ผ่านมา ช้าง ได้จัดการอบรมผู้ฝึกสอนในระดับต่างๆ และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย แต่การเปิดอบรมนั้นมีผู้ฝึกสอนที่อยากเข้าร่วมหลายคนแต่ติดด้วยระยะทางหรือข้อจำกัดบางอย่าง ทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมจึงคิดว่าน่าจะหาช่องทางเพิ่มโอกาสให้ผู้ฝึกสอนในประเทศไทยมากขึ้น

ช้าง ได้ร่วมมือกับ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย และ โค้ชเฮง วิทยา เลาหกุล ทำหนังสือ “MANUAL OF BEST PRACTICES BY COACH HENG” ซึ่งถือเป็นคัมภีร์เล่มแรกของวงการฟุตบอลไทยที่รวบรวมแบบฝึกของปรมาจารย์ลูกหนังอีกคนหนึ่ง ที่มีโอกาสสัมผัสการแข่งขันทั้งในระดับยุโรปและเอเชีย เชื่อว่าการได้ความรู้และประสบการณ์ของ โค้ชเฮง มาถ่ายทอดเป็นหนังสือเล่มนี้จะเป็นอีกหนึ่งกลไกที่จะช่วยขับเคลื่อนและพัฒนาวงการฟุตบอลไทย โดยเฉพาะการพัฒนาผู้ฝึกสอนที่จะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างนักเตะที่ดีในอนาคต

“โค้ชเฮง”ประธานพัฒนาเทคนิคสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า หนังสือเล่มนี้ชุดแรกทำขึ้นมา 4 เล่นประกอบด้วยเล่มแรก การวอร์มอัพ (WARM-UP)  จะเป็นการเริ่มต้นไปสู่การพัฒนาเยาวชนให้เป็นนักฟุตบอลที่มีคุณภาพ โดยจะแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการวอร์มอัพของร่างกายและรูปแบบการวอร์มอัพอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้อง วิธีซึ่งจะทำให้ร่างกายสามารถแสดงศักยภาพสูงสุด เล่นที่สอง “การพัฒนาเทคนิคและทักษะ” (TECHNIQUE&SKILL) เพื่อนำมาปรับใช้ในการแข่งขันและการเติบโตเป็นนักฟุตบอลที่มีคุณภาพ เล่มที่สามจะแสดงให้เห็นถึงความสำคัญและหลักการของ “การครอบครองบอล” (POSSESSION) ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่ชัยชนะ และเล่มสุดท้ายจะเป็นเรื่องของ “พละกำลัง” (CONDITIONING) ซึ่งจำเป็นกับผู้เล่นตั้งแต่ระดับสมัครเล่นจนถึงอาชีพ และเป็นแบบฝึกที่ไม่ซ้ำซากจำเจ เพื่อเป็นการสร้างแรงกระตุ้นในการฝึกซ้อมอีกครั้ง ซึ่งหนังสือเล่มนี้สามารถใช้ได้กับผู้ฝึกสอนและผู้ที่มีความสนใจศึกษษได้นำไปพัฒนาเยาวชนไทยเพื่อเป็นการยกระดับวงการฟุตบอลต่อไป

วน พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมฯ และ ช้าง มีแนวทางในการพัฒนาศักยภาพของฟุตบอลไทยไปในทิศทางเดียวกัน คือการพัฒนาตั้งแต่เยาวชนจนถึงอาชีพ ซึ่งปัจจุบันสมาคมฯ ได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในเรื่องนี้ ตลอดจนการอบรมผู้ฝึกสอนซึ่งทำมาต่อเนื่องทุกๆปี และหนังสือเล่มนี้จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางช่วยพัฒนาวงการฟุตบอลไทย ซึ่งถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการให้ผู้ฝึกสอนนำไปพัฒนาเยาวชนเติบโตเป็นนักฟุตบอลที่ดีต่อไป ที่สำคัญถือเป็นตำราต้นแบบในการพัฒนาฟุตบอลอย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย

ทั้งนี้ สำหรับผู้ฝึกสอนหรือบุคคลที่สนใจ สามารถติดต่อผ่านมาทาง  /react-text www.facebook.com/thaibevthaitalent โดยแจ้งความจำนงค์พร้อมเหตุผลที่ว่า “หากได้รับหนังสือแบบฝึกชุดนี้จะเกิดประโยชน์อย่างไร” ซึ่งจะมีการพิจารณาและทำการจัดส่งทั่วประเทศ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ พร้อมกันนี้จะนำไปมอบให้แก่กลุ่มชนหรือผู้ฝึกสอนต่างจังหวะที่ “ช้าง” ลงไปเปิดคลินิคฟุตบอล “ช้าง โมบาย ฟุตบอล ยูนิต”

Topics