สังเวย2ตัวหลัก!บราซิลเชือดโคลอมเบีย 2-1 ลิ่วชนอินทรีเหล็กรอบรอง

แซมบ้าเฉือนชนะโคลอมเบียไปได้แบบหืดจับและจะผ่านไปเจอกับเยอรมันในรอบรองฯแต่พวกเขาจะไม่มีทั้งติอาโก้ ซิลวาและเนย์มาร์ที่ติดโทษแบนและเจ็บตามลำดับ

หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี ตัดสินใจเปลี่ยนผู้เล่นสองตำแหน่งในเกมวันนี้ โดยถอดดานี อัลเวสตัวสำรองและให้ไมค่อนมาประจำการแบ็คขวาส่วนตรงกลางเป็นเปาลินโญที่กลับมาเป็นตัวจริงคู่กับแฟร์นานดินโญแทนที่ของหลุยส์ กุสตาโวที่ติดโทษแบน แนวรุกยังเป็นนักเตะหน้าเดิมๆอย่างเนย์มาร์,ออสการ์, ฮัลค์และเฟร็ด

ด้านโฮเซ เปเกร์มันเกมนี้ตัดสินใจส่งพาโบล อิบาร์โบ้ลงเล่นเป็นตัวจริงแทนที่ของแจ็คสัน มาร์ติเนซ โดยมีธิโอฟิโล กูเตียร์เรสเป็นกองหน้าตัวเป้า ส่วนตรงกลางมีฆาเมส โรดริเกซนำทัพเช่นเคย

ช่วงต้นเกมเป็นบราซิลที่ทำได้เหนือกว่าเล็กน้อยและก็มาได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็วในนาทีที่ 7 จากลูกเตะมุมและเป็นเนย์มาร์ที่เปิดเลยไปถึงเสาสองให้ติอาโก้ ซิลวาได้แปง่ายๆที่เสาสองเข้าไปช่วยให้เจ้าภาพขึ้นนำไปก่อน 1-0

พอตกเป็นฝ่ายตามหลังโคลอมเบียก็บุกใส่ทันทีและเกือบมาได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 11 จากจังหวะที่กัวดาร์โด้ที่ได้ยิงด้วยซ้ายจากบนเส้นเชตโทษแต่บอลไปแฉลบติอาโก้ ซิลวาเฉียดเสาแรกออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 20 บราซิลน่ามาได้ประตูนำห่างถึงสองครั้งจากจังหวะที่ฮัล์คได้ยิงก่อนจังหวะแรกไปติดเซฟของออสพินาและเป็นออสการ์ที่ตามซ้ำแต่ออสพินาก็ยังป้องกันไว้ได้อีกครั้ง

บราซิลเริ่มกลับมาทำได้เหนือกว่าอีกครั้งและนาทีที่ 28 บราซิลมาได้ลุ้นประตูที่สองอีกครั้งและคราวนี้เป็นมาร์เซโลที่เติมขึ้นมาทางซ้ายก่อนเปิดเข้าไปติดก่อนจังหวะแรกก่อนจะเบิ้ลครั้งให้ฮัล์ค แต่งเข้าซ้ายก่อนยิงเต็มข้อแต่ออสพินายังป้องกันไว้ได้อีก

เกมยังคงสนุกอย่างต่อเนื่องและเป็นโคลอมเบียที่ฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้งแต่ยังไม่เฉียบคมกันเองและเป็นบราซิลที่มีโอกาสจะแจ้งกว่าและนาทีที่ 39 ก็เป็นฮัล์คอีกครั้งที่ได้หลุดไปตะบันด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษแต่บอลยังเหินข้ามคานออกไปอีก ก่อนจะไม่ประตูเพิ่มเติมจบครึ่งแรกทัพเซเลเซานำอยู่ 1-0

ครึ่งหลังโคลอมเบียแก้เกมก่อนด้วยการส่งอาเดรียน รามอสลงมาเล่นแทนวิคเตอร์ อิบาร์โบพร้อมขยับรูปแบบเป็น 4-4-2 และพวกเขาก็กลายเป็นฝ่ายบุกหนักมากกว่าแต่ยังเจาะไม่ได้และกว่าจะมาได้ลุ้นก็ต้องรอถึงนาทีที่ 59 และเป็นกวารินที่ได้วอลเลย์ด้วยซ้ายจากหน้ากรอบเขตโทษแต่ก็โดนใต้บอลทำให้เหินข้ามคานออกไปอีก

แต่แล้วนาทีที่ 64 บราซิลก็มาได้รับข่าวร้ายหลังติอาโก้ ซิลวามาโดนใบเหลืองซึ่งจะทำให้เขาติดโทษแบนทันทีหากทีมผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ

สองนาทีต่อมาโคลอมเบียพลาดโอกาสตีเสมอไปจากจังหวะฟรีคิกและบอลขลุกขลิกในกรอบเขตโทษก่อนที่เยเปสจะยิงเข้าไปแต่ไลน์แมนยกธงว่าเขาล้ำหน้า

แต่นาทีที่ 68 บราซิลก็มาได้ประตูนำห่างจนได้จากจังหวะที่ฆาเมสไปทำฟาวล์ฮัล์คและเป็นฟรีคิกระยะกว่า 35 หลาและเป็นลุยซ์ที่รับหน้าที่ตะบันด้วยขวาบอลส่ายเสียบเสาเข้าไปทำให้เจ้าภาพทิ้งห่างไปเป็น 2-0

พอโดนนำห่างสองลูกโคลอมเบียก็เทหมดหน้าตักและเป็นคาร์ลอส บัคก้าที่ได้โอกาสลงมาเล่นแทนธิโอฟิโล กูร์เตียร์เรซ แต่เกมก็ยังไม่ดีและเกือบมาโดนเพิ่มในนาทีที่ 73 จากจังหวะที่เนย์มาร์ได้ปั่นด้วยซ้ายแต่บอลเลี้ยวหลุดกรอบไปนิดเดียว

และนาทีที่ 78 โคลอมเบียก็มาได้จุดโทษจากจังหวะที่เซซาร์ไปทำฟาวล์บัคก้าในกรอบเขตโทษก่อนที่จะเป็นฆาเมสที่สังหารเข้าไปช่วยให้ทีมไล่มาเป็น 1-2

สามนาทีต่อมาโคลอมเบียเกือบมาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่ฆาเมสเปิดเข้ามาจากฝั่งซ้ายและบัคก้าที่ได้โขกที่เสาแสกแต่บอลผ่านหน้าปากประตูออกไปนิดเดียว

โคลอมเบียพยายามบุกเข้าใส่อย่างหนักในช่วงเวลาที่เหลือและบราซิลก็มาได้รับข่าวร้ายหลังเนย์มาร์ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักจนเล่นต่อไม่ไหวจนโดนเปลี่ยนตัวออกไปและก็ไม่มีประตูเพิ่มเติมจบเกมเป็นเจ้าภาพที่เฉือนชนะไป 2-1 พร้อมผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปพบกับเยอรมัน

Topics