สังเวยเดบูชี!! อเล็กซิสเบิ้ลพาปืนไล่ทุบหม้อแตก 3-0 แซงไก่ขึ้นท็อปไฟว์

แนวรุกทีมชาติชิลียังคงโชว์ฟอร์มได้สุดสะเด่าตามเคย หลังเหมาสองประตูกับอีกหนึ่งแอสซิสต์ ช่วยให้ทีมขยับแซงหน้าคู่อริประจำเมืองไปอยู่ที่ 5 เรียบร้อยแล้ว

อาร์แซน เวงเกอร์ นายใหญ่มาดละเมียดของทีมปืนโต ยังคงให้ ดาวิด ออสปินา ลงเฝ้าเสาเป็นเกมที่สองติดต่อกัน โดยพัก วอยเชียค เชสนี ไว้ที่ม้านั่งสำรองส่วนแนวรุกวาง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ เป็นหน้าเป้าไล่ล่าตาข่าย โดยมี อเล็กซิส ซานเชซ, ซานติ กาซอร์ลา และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน คอยเติมเกมรุกสนับสนุนอยู่ด้านหลัง

ขณะที่ฝั่งทีมเยือนของกุนซือ มาร์ค ฮิวจ์ส เปลี่ยนแปลงผู้เล่นเพียง 2 ตำแหน่งจากเกมที่เปิดบ้านยันเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 โดยตัดชื่อ มาเม บิราม ดิยุฟ ออกด้วยเหตุผลทางเทคนิครวมถึงถอด มาร์ก มูเนียซา ออกไปพักที่ข้างสนาม แล้วจัดการส่ง ฟิลิปป์ วอลส์ไชด์ กับ โบยาน เกร์กิช ลงทำหน้าที่แทน

เปิดฉากมา 4 นาที เจ้าถิ่นก็เริ่มทักทายก่อนเลย จากลูกที่ โทมัส โรซิชกี ลากทะลวงเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาก่อนยิงหักข้อเน้นๆ บอลพุ่งถากเสาไกลออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

ถัดมาเพียง 2 นาที อาร์เซนอลก็มาพังประตูขึ้นนำจนได้ จากจังหวะลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายที่ อเล็กซิส ซานเชซ เปิดโค้งไปเสาแรกให้ โลรองต์ กอสเชียลนี จ่ายคืนให้ อเล็กซิส อีกครั้ง ก่อนดาวเตะชาวชิลีจะบรรจงเปิดโค้งเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ กอสเชียลนี คนเดิมโขกเน้นๆเต็มศรีษะ ส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย อาร์เซนอลขึ้นนำ 1-0

นาทีที่ 13 อาร์เซนอลต้องมาเสียโควต้าเปลี่ยนตัวไปโดยปริยาย เนื่องจาก มาติเยอ เดบูชี แบ็คขวาทีมชาติฝรั่งเศสประสบปัญหาอาการบาดเจ็บอย่างหนักจนต้องหามออกจาสนามโดยด่วน ก่อนที่ เฮคเตอร์ เบลเลริน จะถูกส่งลงมาทำหน้าที่แทน

จากนั้นเจ้าบ้านแทบจะพับสนามบุกอยู่ข้างเดียว และในนาทีที่ 15 พวกเขาก็มาได้โอกาสลุ้นประตูหนีห่าง จากลูกที่ อเล็กซิส ซานเชซ ไหลเลียดขวางสนามไปทางฝั่งขวาให้ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน แต่งหาช่องหนึ่งจังหวะก่อนซัดหักข้อด้วยขวาจากบริเวณหัวกระโหลก บอลค่อยๆไหลผ่านเสาสองออกไปแบบมีลุ้นเหมือนกัน

นาทีที่ 19 เจ้าถิ่นน่าได้ประตูที่สองจริงๆ จากจังหวะที่ อเล็กซิส ซานเชซ ปาดเลียดจากในเขตโทษฝั่งซ้ายย้อนไปบริเวณหน้ากรอบเขตโทษให้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ วิ่งมาแปด้วยซ้ายเน้นๆ ทิศทางบอลพุ่งจะเสียบสามเหลียมบนอยู่แล้ว แต่ อัสมีร์ เบโกวิช โชว์ซูเปอร์เซฟพุ่งปัดออกไปได้แบบหวุดหวิด

Goal!!! นาทีที่ 33 เจ้าถิ่นขยับสกอร์หนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ อเล็กซิส ซานเชซ ทำชิ่งกับ โทมัส โรซิชกี ก่อนหลุดเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้ายและบรรจงยิงหักข้อ ส่งบอลพุ่งเสียบเสาแรกเข้าประตูไปอย่างเหนือชั้น และก็จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

เริ่มครึ่งหลังได้เพียง 3 นาที เจ้าถิ่นมาได้ประตูที่สาม จากจังหวะลูกฟรีคิกระยะประมาณ 20 หลา และเป็น อเล็กซิส ซานเชซ รับหน้าที่ปั่นเลียดด้วยขวาบอลพุ่งทะลุกำแพง อัสมีร์ เบโกวิช ปัดไปชนเสาเหลี่ยมในกระดอนมาโดนตัวเขาเข้าประตูไปอยู่ดี อาร์เซนอลทิ้งห่างเป็น 3-0

นาทีที่ 66 เจ้าถิ่นเกือบได้ประตูที่สี่ จากจังหวะที่ ซานติ กาซอร์ลา ทำชิ่งกับ อเล็กซิส ซานเชซ ก่อนหลุดเดี่ยวเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวา และบรรจงชิฟข้ามหัว อัสมีร์ เบโกวิช บอลไปตกบนตาข่ายด้านบนอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 73 แฟนๆเจ้าถิ่นส่งเสียงกร๊ดกันเกียวกราว หลัง เมซุต โอซิล จอมพริ๊วทีมชาติเยอรมันถูกส่งลงมาแทน โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ซึ่งเป็นการลงสนามครั้งแรกของเจ้าตัวหลังจากเจ็บยาวเมื่อต้นฤดูกาลอีกด้วย

นาทีที่ 79 อาร์เซนอลพลาดโอกาสได้ประตูที่สี่อย่างเหลือเชื่อ เมื่อ อเล็กซิส ซานเชซ บรรจงจ่ายถวายพานไปทางฝั่งขวาให้ ธีโอ วัลคอตต์ ตัวสำรองซึ่งยืนอยู่โล่งๆแบบไม่มีตัวประกบ แต่เจ้าตัวกลับแปผ่านเสาไกลออกหลังไปอย่างหน้าตาเฉย

จบเกม อาร์เซนอล เปิดบ้านถล่ม สโต๊ค ซิตี้ ยับ 3-0 เก็บสามคะแนนสำคัญขยับแซงหน้า ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส ขึ้นไปอยู่ที่ 5 ของตารางเรียบร้อยแล้ว ส่วน สโต๊ค ยังอยู่ที่ 11 ตามเดิม