สังเวยคอสต้า! สิงห์หืดทุบหม้อเกือบไม่แตก 2-1 นำฝูงต่อยาวๆ

แม้จะพลาดโดนยิงครึ่งสนามและต้องเสียดาวซัลโวตัวเก่งแต่เชลซีก็ยังควักสามแต้มจากสโต๊ต ซิติ้เดินหน้าสู่การลุ้นแชมป์ลีกปีนี้ต่อไป

โชเซ มูรินโญ ตัดสินใจดร็อปดีเอโก้ คอสต้าเป็นตัวสำรองเท่านั้นและเป็นโลอิค เรมีที่ยิงประตูชัยในเกมล่าสุดเป็นตัวจริงในตำแหน่งหน้าเป้า ส่วนตัวสนับสนุนเป็นวิลเลียน, ออสการ์และเอเด็น อาซาร์

ด้าน มาร์ค ฮิวจ์ส เกมนี้มาเม บิรัม ดิยุฟเป็นกองหน้าตัวเป้าโดนมี โจนาธาน วอลเตอร์ส, ชาลี อดัมและสตีเฟน เอนซองซีทำเกมสนับสนุน

เริ่มเกมมาแค่สามนาทีเชลซีเกือบมาได้ประตูออกนำจากจังหวะที่เคฮิลล์ได้บอลที่สุดเส้นก่อนตวัดมาตรงกลางให้เรมีวอลเลย์ไปแฉลบกองหลังสโต๊คแต่เบโกวิชยังปัดออกมาได้หวุดหวิด สิงโตน้ำเงินครามยังบุกหนักอย่างต่อเนื่องและนาทีที่ 14 ก็มาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่เรมีได้หลุดเดี่ยวขึ้นมาก่อนได้ยิงด้วยซ้ายแต่ก็ยังไปติดมือของเบโกวิช

เจ้าถิ่นยังเป็นฝ่ายที่ทำได้เหนือกว่าแต่เกือบมาโดนยิงก่อนในนาทีที่ 27 จากจังหวะที่มาติชเคลียร์บอลออกมาไม่ดีมาเข้าทางเอ็นซ็องซีลองส่องไกลทันทีแต่บอลเหินข้ามคานออกไป

นาทีที่ 29 เชลซีมาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่อาซาร์ลากตัดจากทางขวาเข้ามาถึงตรงกลางก่อนยิงด้วยขวาแต่เบโกวิชยังล้มตัวรับไว้ได้ทัน เจ้าถิ่นยังเดินหน้าบุกอย่างหนักเพื่อหวังจะยิงประตูขึ้นนำให้ได้และนาทีที่ 38 พวกเขาก็มาได้ลูกจุดโทษจากจังหวะที่โวลล์ชิลด์ไปเสียบฟาเบรกาสและเป็นอาซาร์ที่รับหน้าที่สังหารผ่านมือเบโกวิชเข้าไปช่วยให้เชลซีขึ้นนำไปก่อน 1-0

เกมทำท่าว่าจะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นำของสิงโตน้ำเงินครามอยู่แล้่วแต่เป็นชาลี อดัมที่สร้างเซอร์ไพรส์ยิงใส่เชลซีจากระยะกว่า 70 หลากูร์ตัวส์ปัดแต่ไม่ออกทำให้สโต๊ค ไล่มาเป็น 1-1 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังโชเซ มูรินโญส่งดีเอโก้ คอสต้าลงมาเล่นแทนออสการ์ และเพียงแค่สามนาทีก็มาได้ลุ้นจากจังหวะที่อาซาร์ลากตัดมายิงด้วยซ้ายแต่เบโกวิชก็ยังปัดออกหลังไปได้อีก

นาทีที่ 55 เชลซีเกือบมาได้ประตูออกนำอีกครั้งจากจังหวะฟรีคิกระยะไกลของวิลเลียนที่วีแลนโหม่งเปลี่ยนทางแต่เบโกวิช ยังปัดออกหลังไว้ได้ทันแบบหวุดหวิด และนาทีต่อมาเชลซีก็ได้รับข่าวร้ายหลังดีเอโก้ คอสต้าที่เพิ่งถูกส่งลงมาได้รับบาดเจ็บที่เอ็นหลังหัวเข่าและทำให้มูรินโญต้องส่งดิดิเยร์ ดร็อกบาลงมาเล่นแทน

และนาทีที่ 62 เชลซีก็มาได้ประตูออกนำจากจังหวะที่เบโกวิชขว้างบอลพลาดและเป็นอาซาร์ที่ฉกไปก่อนลากลุยขึ้นมาและถวายพานทองให้เรมียิงเข้าประตูไปง่ายช่วยให้เจ้าถิ่นขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1 และมูรินโญก็ตัดสินใจส่งฆวน กัวดราโด้ลงมาเล่นแทนโลอิค เรมีทันที

แต่สองนาทีต่อมาสโต๊คเกือบมาตีเสมอทันควันจากจังหวะที่เอ็นซ็องซีหลอกยิงด้วยขวาจากนอกกรอบเขตโทษบอลผ่านมือกูร์ตัวส์ไปแล้วแต่บอลเช็ดเสาออกหลังไป

เกมเริ่มเนือยๆลงไปทำให้มาร์ค ฮิวจ์สแก้เกมเพื่อหวังจะตีเสมอให้ได้อีกครั้งในนาทีที่ 79 ด้วยการส่งเอริค ปีเตอร์และปีเตอร์ เคราช์ลงมาเล่นแทนสตีเฟน ไอร์แลนด์และชาลี อดัม และนาทีที่ 80 เชลซีพลาดประตูฝังแบบไม่น่าเชื่อจากจังหวะที่อาซาร์ลุยมาถึงสุดเส้นก่อนจ่ายให้กัวดราโด้ยิงไปติดเซฟของเบโกวิชและพยายามยิงอีกครั้งก็ยังไม่ผ่าน

ช่วงเวลาที่เหลือสโต๊ค ซิติ้พยายามตีเสมอให้ได้แต่ก็ทำไม่สำเร็จจบเกมเป็นเชลซีที่เฉือนชนะไป 2-1 พร้อมเดินหน้าสู่การลุ้นแชมป์ลีกต่อ