สังเวยกุน! ยาย่ากดโทษโทนพาเรือบดท็อฟฟี 1-0 จี้สิงห์สามแต้ม

เรือใบสีฟ้าไล่จี้จ่าฝูงอย่างเชลซีที่สะดุดในช่วงก่อนหน้านี้เหลือแค่สามคะแนนแล้วหลังได้ประตูชัยจากจุดโทษของกองกลางชาวไอวอรี โคสต์แต่ข่าวร้ายคือพวกเขาต้องเสียดาวซัลโวประจำทีม

มานูเอล เปเยกรินี ตัดสินใจวางเซร์คิโอ อเกวโรเป็นหัวหอกตัวเป้าเช่นเคยโดยมีเฆซุส นาบาส, ซามีร์ นาสรีและเจมส์ มิลเนอร์คอยสนับสนุนด้านหลัง ส่วนตรงกลางเป็นยาย่า ตูเรคอยบัญชาเกมร่วมกับเฟอร์นันโด

ด้านโรแบร์โต้ มาร์ติเนซเกมนี้ให้ซามูเอล เอโต้จับคู่กับโรเมลู ลูกากูในแดนหน้าและปีกสองข้างเป็นเชมุส โคลแมนกับเควิน มิรัลลาส

เริ่มเกมมาแค่สี่นาทีแมนฯซิติ้ก็ได้รับข่าวร้ายหลังเซร์คิโอ อเกวโรได้รับบาดเจ็บและเล่นต่อไปไม่ไหวทำให้มานูเอล เปเยกรินีต้องส่งโฮเซ โปโซ ดาวรุ่งชาวสแปนิชลงมาเล่นแทน

จากนั้นเกมดูนิ่งไปก่อนที่เรือใบสีฟ้าจะมาได้ลุ้นในนาทีที่ 20 จากจังหวะที่ตูเรได้ยิงด้วยซ้ายแต่บอลก็พุ่งหลุดเสาสองออกไป

และสามนาทีต่อมาแมนฯซิติ้ก็มาได้จุดโทษจากจังหวะที่จากีลก้าไปทำฟาวล์มิลเนอร์ในเขตโทษก่อนที่ตูเรจะรับหน้าที่สังหารผ่านมือโฮเวิร์ดเข้าไปช่วยให้เรือใบสีฟ้าขึ้นนำไปก่อน 1-0

เรือใบสีฟ้ายังคงเป็นฝ่ายครองเกมบุกได้มากกว่าตลอดแต่ก็ยังหาจังหวะแบบชัดเจนไม่ได้และเป็นเอฟเวอร์ตันที่มาได้ลุ้นในนาทีที่ 40 จากจังหวะที่ซาบาเลต้าสกัดมาเข้าทางมิรัลลาสกดด้วยขวาแต่ยังดีที่เฟอร์นันโดวิ่งมาบล็อคออกหลังได้ทัน ก่อนจะไม่มีประตูเพิ่มเติมจบครึ่งแรกแมนฯซิติ้นำเอฟเวอร์ตันอยู่ 1-0

เริ่มครึ่งหลังมายังเป็นแมนฯซิติ้ที่เหนือกว่าและนาทีที่ 50 พวกเขาก็เกือบมาได้ประตูที่สองจากจังหวะที่มิลเนอร์เติมมาทางซ้ายก่อนปาดให้โปโซได้แปโล่งๆแต่โฮเวิร์ดยังใช้เท้าเซฟออกหลังไปได้แบบหวุดหวิด

พอเกมยังไม่ดีขึ้นโรแบร์โต้ มาร์ติเนซก็ตัดสินใจแก้เกมด้วยการส่งรอสส์ บาร์คลีย์ลงมาเล่นแทนมูฮาเหม็ด เบซิชในนาทีที่ 56 และรูปเกมของผู้มาเยือนก็ดีขึ้นทันทีทำให้เปเยกรินีก็ต้องแก้เกมอีกครั้งด้วยการส่งเอดิน เซโก้ลงมาเล่นแทนโปโซ

ทั้งสองทีมเริ่มกลับมาสูสีกันอีกครั้งแต่ก็ยังหาจังหวะเจาะกันไม่ได้เท่าไหร่ทำให้เปเยกรินีตัดสินใจส่งตัวสำรองตัวสุดท้ายเป็นแฟรงค์ แลมพาร์ดที่ลงมาเล่นแทนเฆซุส นาบาสในนาทีที่ 78 และแลมพาร์ดก็เกือบแผลงฤทธิ์เลยหลังตัดให้เซโก้โหม่งตั้งให้มิลเนอร์วิ่งเข้ามายิงแต่บอลก็เหินข้ามคานออกไปอีก

นาทีที่ 82 เอฟเวอร์ตันเกือบมาได้ประตูเสมอจากการประสานของเอโต้ก่อนจะมาจบที่ลูกากูที่ได้ซัดด้วยซ้ายในเขตโทษแต่ฮาร์ทก็ยังปัดออกหลังไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติมจบเกมแมนเชสเตอร์ ซิติ้เฉือนชนะเอฟเวอร์ตันไป 1-0 พร้อมเก็บสามคะแนนมีเพิ่มเป็น 33 คะแนนตามหลังเชลซีจ่าฝูงแค่สามแต้มเท่านั้นส่วนท็อฟฟียังอยู่แค่อันดับที่ 11 มีแค่ 18 แต้มเท่าเดิม