ส.บอลแจงเข้าเชียร์เกมพบออสเตรเลียคัดบอลโลกได้ตามปกติ

สมาคมกีฬาฟุตบอลฯแจ้งกองเชียร์สามารถแต่งกาย ร้องเพลง ในเกม ไทย กับ ออสเตรเลีย ได้ตามปกติหลังมีการประกาศจากมติครม.ล่าสุด

พาทิศ ศุภะพงษ์ โฆษกและรองเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ แถลงผ่านแฟนเพจ FA Thailand ว่า ตามที่มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา สามารถให้ดำเนินการจัดกิจกรรม 9 ลักษณะตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย. เป็นต้นไป ทางสมาคมฯจึงสามารถให้แฟนบอลได้เชียร์เกมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย ระหว่าง ไทย กับ ออสเตรเลีย วันที่ 15 พ.ย.นี้ ที่ ราชมังคลากีฬาสถานได้ตามปกติ
ก่อนหน้านี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯได้ขอความร่วมมือแฟนบอลเกี่ยวกับการแต่งกายด้วยสีสุภาพ และงดอุปกรณ์การเชียร์ทุกชนิดเข้าสนามแข่งขัน การแสดงสัญลักษณ์กลุ่มกองเชียร์ รวมถึงการร้องเพลงเชียร์ และกิจกรรมรื่นเริงต่างๆ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับช่วงเวลาถวายความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

อย่างไรก็ตาม โฆษกสมาคมฯ ได้ออกแถลงล่าสุดเมื่อวันที่ 2 พ.ย.59 ว่า “ตามที่ การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 พ.ย.59 มีมติเกี่ยวกับแนวทางการจัดกิจกรรมบันเทิงหรือกิจกรรมต่างๆหลังจากรัฐบาลได้ขอความร่วมมือครบ 30 วัน และเพื่อให้ทุกอย่างดำเนินการไปตามปกติและเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จึงเห็นควรให้สามารถจัดกิจกรรมต่างๆ 9ลักษณะ ได้แก่ 1.งานเทศกาลระดับประเทศ 2.งานเทศกาลระดับจังหวัด 3.งานส่งเสริมเศรษฐกิจระดับจังหวัด 4.งานรื่นเริง วัฒนธรรมพื้นบ้าน 5.กิจกรรมสถานบันเทิง 6.กิจกรรมที่จัดภายในโรงแรมต่างๆ 7.การแสดงคอนเสิร์ต 8.งานตามประเพณีวัฒนธรรม และ9.งานแข่งขันกีฬาทุกระดับ และกองเชียร์ ได้ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย. 59เป็นต้นไปนั้น”

“ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จึงเห็นควรว่าเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายจากรัฐบาล การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย ระหว่าง ทีมชาติไทย กับ ทีมชาติออสเตรเลีย ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน วันที่ 15 พ.ย.59 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่รัฐบาลให้จัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาทุกระดับและกองเชียร์ได้แล้ว ดังนั้นแฟนบอลที่เข้าชมเกมการแข่งขันนัดดังกล่าวสามารถใช้อุปกรณ์การเชียร์ การแสดงสัญลักษณ์ และร้องเพลงเชียร์ได้ รวมถึงสามารถแต่งกายเข้าเชียร์ จัดกิจกรรมภายในและภายนอกสนามตามความเหมาะสม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องอยู่ภายใต้กฏระเบียบการจัดการแข่งขันของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) และ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า)”

Topics