ส.บอลยันจับมือบุรีรัมย์ถอนฟ้องคดีคาร์เมโล ชี้สมานฉันท์ไม่ใช่การยอมแพ้

ทนายสมาคมฟุตบอลยืนยันได้จับมือกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต่อหน้าศาลปกครอง ถอนฟ้องทั้งในและต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว ชี้เพื่อความสมานฉันท์ ไม่ใช่การยอมแพ้ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ที่ปรึกษาฝ่ายกฏหมายฯ แถลงข่าวที่โรงแรมโกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอริน กรณีที่ถูก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 20 ล้านบาทกรณีลงโทษแบน คาร์เมโล กอนซาเลซ ทั้งฤดูกาล โดยมีการนัดไกล่เกลี่ยกันไปแล้วเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยืนยันว่าได้ตกลงกับ สมาคมฟุตบอลไทย เรียบร้อยแล้วว่าจะมีการถอนฟ้องหลังจากที่ได้รับการลดโทษแบนดาวยิงชาวสเปน เหลือเพียง 7 นัดซึ่งเจ้าตัวชดใช้แบนไปแล้ว 6 นัดทำให้เหลือเพียงเกมนัดชิงชนะเลิศโตโยต้าลีกคัพเท่านั้นที่ไม่สามารถลงเล่นได้

โดย บังยี ยืนยันข้อตกลงดังกล่าวเช่นกันโดยบอกว่า “เรื่องคาร์เมโลที่สุดแล้วเราก็จบลงด้วยมิตรภาพและเข้าใจซึ่งกันและกัน เราขอขอบคุณศาลปกครองที่แนะนำให้มีการไกล่เกลี่ยเพื่อให้ฟุตบอลไทยเดินหน้าต่อไปได้ ไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา"

“ศาลฯท่านให้ข้อคิดว่าถ้าเกิดความขัดแย้งการพัฒนาก็จะเดินต่อไปไม่ได้ ซึ่งเราก็สำนักในคำแนะนำของศาลฯ ทำให้เรามีข้อตกลงกับทางบุรีรัมย์และทำบันทึกข้อตกลงกันโดยได้มีการถอนฟ้องแล้ว”

ด้าน นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ที่ปรึกษาฝ่ายกฏหมายฯ กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ทางบุรีรัมย์ได้ฟ้องศาลปกครองและศาลกีฬาโลกไปแล้ว ซึ่งเป็นมิติที่ดีที่ศาลฯเปิดให้มีการไกล่เกลี่ย โดยศาลท่านทราบดีอยู่แล้วว่าไม่ว่าใครชนะก็มีผลกระทบต่อฟุตบอลไทยโดยรวม"

“เรามีการไกล่เกลี่ยกัน2 นัด จนเมื่อวานนี้เป็นครั้งสุดท้าย เราตกลงที่จะเปลี่ยนแปลงมติของคณะกรรมการพิจารณา มารยาท วินัย และข้อประท้วงจากการลงเล่นทุกรายการที่เหลือเป็นการลงโทษแบนทั้งหมด 7 นัดคือรวมนัดชิงโตโยต้าลีกคัพ ซึ่งเราได้นำมติใหม่ไปส่งที่ศาลเมื่อเช้านี้ ส่วนบุรีรัมย์ก็ได้ทำคำร้องถอนฟ้องต่อศาลปกครองและศาลกีฬาโลก โดยไม่ติดใจเอาความใดๆต่อไป"

“ที่เป็นเรื่องดีคือทางบุรีรัมย์ และ ส.บอล ได้จับมือกันที่ศาลฯ ไม่ใช่เป็นการยอมแพ้ข้างใดข้างหนึ่ง และถือเป็นมติที่ดีที่ได้มีการพัฒนาต่อไปข้างหน้า ซึ่งเราอยากให้มีการพูดคุยกันภายในสมาคมฟุตบอลฯหากมีเรื่องไม่เข้าใจกันเกิดขึ้น เพื่อไม่ให้ฟีฟ่ามองว่าเกิดความขัดแย้งและมีองค์กรภายนอกเข้ามาแทรกแซง" นรินท์พงศ์ ทิ้งท้าย