สเคอร์เทลฮีโร่โขกทดเจ็บพาหงส์ไล่เจ๊าปืนหืด 2-2

กองหลังชาวสโลวักสวมบทฮีโร่หลังโขกประตูตีเสมอในช่วงทดเจ็บช่วยเซฟให้ทีมไม่แพ้คาบ้านและเก็บหนึ่งแต้มขยับขึ้นมาอยู่ตารางส่วนบน ส่วนปืนโตอยู่ที่ 6

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ยังคงตัดสินใจดร็อปซิมง มิโญเลต์เป็นตัวสำรอง และให้โอกาสแบรด โจนส์เฝ้าเสาต่อไป ส่วนหัวหอกตัวเป้าเกมนี้ยังคงเป็นราฮีม สเตอร์ลิง โดยมีฟิลิปเป้ คูตินโญ, อดัม ลัลลานาและสตีเวน เจอร์ราร์ด สนับสนุน

ด้านอาร์แซน เวงเกอร์เกมนี้จัดทัพชุดใหญ่เต็มตัวโดยเฉพาะแนวรุกที่นำโดย โอลิวิเยร์ ชิรูด์, แดนนี เวลเบ็คและอเล็กซิส ซานเชซ โดยมีซานติ กาซอร์ลา, อเล็กซ์ อ็อกเหลด แชมเบอร์เลนและมาติเยอ ฟลามินิทำเกมตรงกลาง

เริ่มเกมมาแค่สามนาทีเป็นลิเวอร์พูลที่มาได้ลุ้นก่อนหลังคูตินโญถูกทำฟาวล์ในระยะอันตรายและเป็นเจอร์ราร์ดที่รับหน้าที่สังหารข้ามคานออกไป หงส์แดงยังเป็นฝ่ายได้ลุ้นอย่างต่อเนื่องและในนาทีที่ 12 เป็นมาร์โควิชที่จ่ายให้ลัลลานาหมุนตัวยิงแต่บอลก็ยังเหินข้ามคานออกไปอีกครั้ง

เจ้าถิ่นยังคงเป็นฝ่ายที่ทำเกมได้เหนือกว่าเล็กน้อยและมาได้ลุ้นอีกครั้งในนาทีที่ 30 จากลูกยิงไกลของคูตินโญแต่บอลพุ่งเรียดไปตรงตัวของเชสนีย์ หงส์แดงยังคงทำได้ดีกว่าและน่ามาได้ประตูอกนำในนาทีที่ 35 จากจังหวะที่แนวรับของอาร์เซนอลผิดพลาดและเป็นมาร์โควิชที่หลุดเดี่ยวไปยิงแต่จังหวะสุดท้ายติดขาเชสนีย์ออกหลังไป

ครึ่งแรกทำท่าว่าจะเสมอกันอยู่แล้วแต่นาทีสุดท้ายลิเวอร์พูลก็ออกนำไปก่อนจนได้จากจังหวะที่เฮนเดอร์สันเก็บบอลได้ก่อนจ่ายให้คูตินโญล็อกเข้าขวายิงชนเสากระเด้งเข้าไปทำให้หงส์แดงขึ้นนำไปก่อน 1-0

แต่ช่วงทดเจ็บอาร์เซนอลที่ทำได้ไม่ค่อยดีกลับมาตีเสมอได้จากลูกฟริคิกที่อเล็กซิสเปิดเข้าไปและกองหลังเจ้าถิ่นสกัดไม่ดีมาเข้าทางฟลามินีโหม่งสวนไปถึงเดบูชีโขกซ้ำเข้าไปช่วยให้ทีมเยือนไล่มาเป็น 1-1 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังทั้งสองทีมยังสูสีกันและนาทีที่ 50 เกมก็ต้องหยุดไปนานหลังมาร์ติน สเคอร์เทลหัวแตกจนต้องเย็บสดกลางสนามและเกมต้องหยุดไปนานกว่า 7 นาทีเต็ม หงส์แดงยังเป็นฝ่ายที่เหนือกว่าชัดเจนและมาได้ลุ้นในนาทีที่ 62 จากจังหวะที่สเตอร์ลิงหลุดเดี่ยวไปพาบอลหลบเชสนีย์ก่อนเปิดให้เจอร์ราร์ดสอดเข้ามาโขกแต่บอลเหินข้ามคานออกไป

แต่นาทีที่ 65 อาร์เซนอลที่ไม่ค่อยมีจังหวะยิงประตูกลับเป็นฝ่ายพลิกขึ้นนำจนได้จากจังหวะทำชิ่งสุดสวยและบอลหลุดไปถึงกาซอร์ลาตบกลับมาให้ชิรูด์เอี้ยวตัววอลเลย์ลอดขาโจนส์เข้าไป

ลิเวอร์พูลพยายามตั้งเกมรุกขึ้นมาเพื่อหวังจะตีเสมอให้ได้และัในนาทีที่ 70 เป็นเจอร์ราร์ดที่ได้โอกาสส่องไกลถึงสองครั้งแต่ก็ยังไม่ผ่านมือเชสนีย์ทั้งหมด

และนาทีที่ 74 ร็อดเจอร์สก็ตัดสินใจแก้เกมด้วยการถอดลาซาร์ มาร์โควิชออกแล้วส่งฟาบิโอ บอรินีลงมาเล่นแทน และไม่กี่วินาทีพวกเขาก็มาได้ลุ้นจากจังหวะที่เฮนเดอร์สันเติมมาทางขวาก่อนจ่ายตัดให้ลูคัสได้ยิงด้วยซ้ายแต่บอลไซด์หลุดกรอบออกไปอีก

ช่วงท้ายเกมบีร็อดสั่งลูกทีมลุยเต็มที่และส่งริคกี้ แลมเบิร์ตลงมาเล่นแทนโคโล ตูเร ส่วนอาร์เซนอลก็ส่งฟรานซิส โกเกอร์แลงลงมาเล่นแทนโอลิวิเยร์ ชิรูด์ และนาทีที่ 87 ลิเวอร์พูลพลาดโอกาสตีเสมอไปอีกครั้งจากจังหวะที่สเตอร์ลิงพาบอลหนีไปทางซ้ายก่อนเปิดเข้าไปให้บอรินีได้โขกแต่เชสนีย์ยังปัดออกหลังไว้ได้

ในช่วงทดเจ็บลิเวอร์พูลพยายามบุกอย่างหนักแต่ก็ต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบหลังฟาบิโอ บอรินีไปยกเท้าใส่กาซอร์ลาและเป็นใบเหลืองที่สองถูกไล่ออกไป

ทดเจ็บนาทีที่ 5 ลิเวอร์พูลมาได้ลุ้นจากจังหวะยิงไกลของเจอร์ราร์ดแต่เชสนีย์ยังโชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกหลังไปได้อีก

แต่นาทีที่ 97 แอนฟิลด์ก็เสียงดังกึกก้องหลังพวกเขามาได้ลูกประตูตีเสมอจากลูกเตะมุมที่สเคอร์เทลที่โฉบเข้ามาโขกเข้าประตูไปช่วยให้ทีมไล่มาเป็น 2-2 ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดหมดเวลาทั้งคู่เสมอกันไป 2-2 แบ่งกันไปทีมละหนึ่งแต้มทำให้อาร์เซนอลขยับขึ่้นมารั้งอันดับ 6 ส่วนลิเวอร์ฑูลก็ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 10 ในตอนนี้