สเปอร์สแผ่วโดนสโต๊คไล่เจ๊า 2-2

แม้ว่าจะเป็นฝ่ายออกนำก่อนสองประตูตลอดทั้งเกม แต่ไก่เดือยทองมาพลาดโดนช่างปั้นหม้อตีเสมอในช่วงสิบนาทีสุดท้ายทำให้จบด้วยการแบ่งแต้มกันไป

พรีเมียร์ลีก อังกฤษนัดที่ 2 ประจำวันเสาร์ สเปอร์ส พบกับ สโต๊ค โดยเกมแรกทั้งคู่ต่างแพ้มา 0-1 เหมือนกัน เกมนี้ เมาริซิโอ ปอเช็ตติโน ยังวางแฮร์รี เคน โดยมีคริสเตียน อีริคเซนทำเกมสนับสนุน ด้านมาร์ค ฮิวจ์สเกมนี้ยังไม่มีชากิรี ทีเพิ่งย้ายมาร่วมทีมอยู่ในชื่อตัวจริงและตัวสำรอง และเป็นมาเม่ บิรัม ดิยุฟที่ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าโดยมีอิบราฮิม อเฟลลายทำเกมสนับสนุน

เริ่มเกมมาหกนาทีเป็นสเปอร์สที่มาได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่วีแลนพลาดมาเข้าทางอีริคเซน ลากมาก่อนยิงด้วยซ้ายแต่บัตแลนด์ยังปัดไว้ได้

นาทีที่ 9 อีริคเซนมาได้ยิงอีกครั้งจากฟรีคิกจากระยะ 20 หลา แต่บัตแลนด์ยังโชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกไปได้อีก

นาทีที่ 12 สโต๊คมาได้ลุ้นจากจังหวะที่โยริสเตะพลาดมาเข้าทางปืนของดิยุฟ ยิงสวนแต่นายทวารชาวเฟรนช์ยังแก้ตัวล้มเซฟไว้ได้ทัน

นาทีที่ 19 สเปอร์มาได้ประตูออกนำจากลูกเตะมุมที่อิริคเซนเปิดเข้ามาให้เอริค ไดเออร์โขกที่เสาแรกเข้าไปให้เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0

นาทีที่ 24 ไคล์ วอล์คเกอร์ก็มาได้รับใบเหลืองหลังไปทำฟาวล์มาร์โก อาร์เนาโตวิช

นาทีที่ 32 สเปอร์ส เกือบมาได้ประตูออกนำจากจังหวะที่ชาดลีจ่ายให้เคนหลึดเดี่ยวไปยิงแต่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้า

นาทีที่ 44 สโต๊คเกือบมาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่กองหลังสเปอร์สสกัดพลาดมาเข้าทางดิยุฟโขกจ่อๆ ไปติดเซฟของโยริส

ช่วงทดเจ็บอีริคเซนเปิดให้เมสัน หลุดเดี่ยวแต่จังหวะยิงยังไปติดเท้าของบัตแลนด์ และวินาทีสุดท้ายของครึ่งแรกสเปอร์สมาได้ประตูทิ้งห่างและคราวนี้เป็นอิรีคเซนยกบอลให้เบน เดวีส์กระกดไปถึงชาดลี ยิงเข้าไปให้ครึ่งแรกสเปอร์นำอยู่ 2-0

ครึ่งหลังนาทีที่ 52 สเปอร์สเกือบมาได้ประตูที่สามจากจังหวะที่ชาดลีโยนให้เคนได้กดด้วยขวาคนเดียวโล่งๆ แต่บัตแลนด์ยังเซฟไว้ได้แบบหวุดหวิด

สองนาทีต่อมาสโต๊คเกือบมาได้ลูกตีไข่แตกจากจังหวะที่ปีเตอร์สเปิดให้วอลเตอร์สได้โขกคนเดียวโล่งๆแต่บอลก็หลุดเสาสองออกไปอีก

และเป็นมาร์ค ฮิวจ์ส ที่แก้เกมก่อนด้วยการส่งสตีเฟน ไอร์แลนด์ และโฆเซลูลงมาเล่นแทนมาร์โก ฟาน กิงเคลและโจนาธาน วอลเตอร์ส

นาทีที่ 61 สโต๊คมาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่อาร์เนาโตวิชได้ยิงหวังเสียบเสาแรกแต่ยังไม่ผ่านมือของโยริส

นาทีต่อมาสโต๊คยังตีไข่แตกไม่ได้อีกหลังดิยุฟได้โขกเหน่งๆคนเดียวแต่โยริสยังทุบออกมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ

นาทีที่ 64 สเปอร์สตัดสินใจถอดแฮร์รี เคนและส่งเอริค ลาเมลาลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 70 สเปอร์ามาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่เดมเบเล่ได้ยิง บัตแลนด์ทุบออกมาเข้าทางลาเมล่า ยิงซ้ำแต่ก็ไปติดบล็อคของปีเตอร์ส

นาทีที่ 78 สโต๊คมาได้จุดโทษจากจังหวะที่โฆเซลูถูกอัลเดอร์ไวเรลด์ทำฟาวล์ และเป็นอาร์เนาโตวิชที่ยิงเข้าไปให้ทีมไล่มาเป็น 1-2

นาทีที่ 83 สโต๊คมาได้ประตูตีเสมออย่างน่าเหลือเชื่อจากจังหวะที่ไอร์แลนด์เปิดบอลให้ดิยุฟโขกเข้าไปให้ช่างปั้นหม้อไล่มาเป็น 2-2

นาทีที่ 87 สโต๊คเกือบมาได้ประตูขึ้นนำและคราวนี้เป็นไอร์แลนด์ที่ได้โขกแต่บอลกลับหลุดกรอบออกไปอีก

ช่วงท้ายเกมทั้งคู่พยายามบุกใส่กันเพื่อหวังจะทำประตูชัยแต่ก็ไม่มีประตูเพิ่มเติมจบเกมเสมอกันไป 2-2 แบ่งกันไปทีมละหนึ่งแต้ม