สิ้นลายแชมป์! เบราฮิโนเบิ้ลพาแบ็กกีส์ไล่บี้สิงห์สิบตัวหมดสภาพ 3-0

เจ้าของแชมป์พรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาลนี้อย่าง เชลซี เสียเชิงบุกโดน เวสบรอมฯ อัดกระเจิง 3-0 พร้อมมีใบแดงปัญหาจากจังหวะที่เชสก์ไปเตะบอลอัดหัวผู้เล่นเจ้าถิ่น

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดรองสุดท้าย ณ สนามเดอะ ฮอว์ธอร์น ระหว่าง เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ก่อนเกมรั้งอันดับ 13 ของตาราง เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี เจ้าของแชมป์ประจำฤดูกาลนี้

โทนี พูลิส เทรนเนอร์เจ้าถิ่น ปรับหมากกลับมาใช้ระบบ 4-3-3 โดยวาง คริส บรันต์, คัลลัม แม็คมานามาน กับ ไซโด้ เบราฮิโน เป็นสามประสานในแนวรุก ขณะที่แดนกลางยังเลือกใช้บริการของ เคลาดิโอ ยาค็อบ, เจมส์ มอร์ริสัน และดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ เช่นเคย

ด้านทีมเยือนของกุนซือ โซเซ มูรินโญ แม้จะได้แชมป์อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว แต่ยังจัดผู้เล่นเกือบเต็มสูบ นำโดย ธิโบต์ กูร์ตัวส์ (ผู้รักษาประตู), จอห์น เทอร์รี (กัปตันทีม), เนมานยา มาติช, เชสก์ ฟาเบรกาส และเอเด็น อาซาร์ พร้อมมีข่าวดีเมื่อได้ ดิเอโก้ คอสต้า กองหน้าดาวซํลโวประจำทีมหายจากอาการบาดเจ็บกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง

เปิดฉากมาได้เพียง 9 นาที กลายเป็นเจ้าถิ่นที่สร้างเซอร์ไพร์สได้ประตูขึ้นนำไปก่อน จากจังหวะที่ โจลีออน เลสคอตต์ จ่ายต่อเร็วจากฝั่งซ้ายเข้ากลางบริเวณแถวหัวกระโหลกให้ ไซโด้ เบราฮิโน พลิกตัวปั่นด้วยขวาแบบไม่ต้องจับ ส่งบอลโค้งหนีมือ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ พุ่งเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสุดสวย ช่วยให้เวสบรอมฯนำ 1-0

ถัดมาในนาทีที่ 14 ทีมเยือนมีโอกาสทักทายบ้าง จากลูกที่ เนมานยา มาติช ลองสับไกลด้วยซ้ายเต็มข้อจากระยะเกือบ 30 หลา บอลติดไซร้ก้อยโค้งหนีเสาแรกออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 25 ทีมเยือนมาได้โอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง จากจังหวะสวนกลับเร็ว เริ่มจาก เชสก์ เชสก์ ฟาเบรกาส แทงทะลุช่องให้ ดิเอโก้ คอสต้า กระชากพาบอลหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนปาดเลียดเข้ากลางไปตรงจุดนัดพบให้ เอเด็น อาซาร์ ตวัดยิงด้วยซ้ายจากระยะไม่ถึง 5 หลาข้ามคานออกไป

จากนั้นนาทีที่ 29 สถานการณ์ของผู้มาเยือนต้องแย่หนักไปกว่าเก่า เมื่อต้องมาเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน จากจังหวะที่ ดิเอโก้ คอสต้า กองหน้าเชลซีไปฉุดกระชากกับ แกเร็ธ แม็คออลีย์ กองหน้าเจ้าถิ่นในกรอบเขตโทษ จนทำให้ผู้ตัดสินต้องเป่าหยุดเกมเพื่อเรียกทั้งคู่มาระงับอารมณ์ ทว่าจู่ๆ ขณะที่ผู้เล่นทั้งสองทีมกำลังเจรจาอยู่ในเขตโทษนั้น เชสก์ ฟาเบรกาส ดันพิเรนเตะบอลจากฝั่งขวาเข้ามาโดนหัว คริส บรันต์ อย่างจัง จนทำให้ผู้ตัดสินไม่รอช้าควักใบแดงไล่ เชสก์ ออกจากสนามทันที

เวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบ 45 นาทีแรกเจ้าบ้านยังรักษาสกอร์นำอยู่ 1-0

กลับมาเล่นในครึ่งหลังยังไม่ถึงหนึ่งนาที เจ้าถิ่นมาได้จุดโทษ จากจังหวะที่แนวรับทีมเยือนเคลียร์สกัดออกมาไม่ดีเข้าทาง คริส บรันต์ เบิ้ลทะลุช่องเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ ไซโด้ เบราฮิโน กำลังหลุดเข้าไปล่อเป้าโล่งๆแต่่ถูก จอห์น เทอร์รี พุ่งเข้ามาเสียบจากด้านข้างเสียก่อน ทำให้ผู้ตัดสินไม่มีทางเลือกชึ้เป็นลูกจุดโทษทันที และเป็น เบราฮิโน ลุกขึ้นมาสังหารเองไม่พลาด เวสบรอมฯหนีห่างเป็น 2-0

จากนั้นนาทีที่ 56 เชลซีมาพลาดโอกาสได้ประตูตีไข่แตกอย่างน่าเสียดาย จากจังหวะที่ รูเบน ลอฟตัส-ชีค เบิ่้ลย้อนกลับมาให้ โลอิค เรมี ลากตัดเข้ากลางไปตรงบริเวณหัวกระโหลก ก่อนกดด้วยซ้ายเต็มข้อ ส่งบอลพุ่งไปชนเสาไกลเสียงดังสนั่น ก่อนที่แนวรับเจ้าถิ่นจะเตะเคลียร์ออกจากโซนอันตรายได้อย่างหวุดหวิด

กระทั่งนาทีที่ 60 กลายเป็นเจ้าถิ่นที่มาได้ประตูย้ำชัย จากจังหวะที่ คริส บรันต์ เล่นลูกเตะมุมสั้นทางฝั่งขวากับ เคร็ก การ์ดเนอร์ ก่อนที่ การ์ดเนอร์ จะไหลถวายพานเข้าไปในเขตโทษให้ บรันต์ ตามตะบันด้วยซ็ายเต็มข้อยัดเสาแรก และเป็น ธิโบต์ กูร์ตัวส์ พยายามพุ่งปัดออกไปแล้ว แต่ด้วยความแรงของลูกทำให้ปัดไม่ออก บอลทะลักเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสุดสวย ช่วยให้เวสบรอมฯทิ้งห่างเป็น 3-0

เวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เปิดบ้านถล่ม เชลซี ที่เหลือ 10 คนขาดลอย 3-0 เก็บเพิ่มเป็น 44 คะแนนจาก 37 นัด ยังรั้งอันดับ 13 ของตารางต่อไป เช่นเดียวกับ เชลซี ที่ยังมี 84 คะแนนเท่าเดิม