สมานมิตร! ปืน-สิงห์ เจาะไม่เข้าจบเจ๊าไร้สกอร์ 0-0

อาร์แซน เวงเกอร์ ยังคงเพิ่มสถิติไม่ชนะ โซเซ มูริญโญ เป็นเกมที่ 13 ติดต่อกัน และทำให้ไอ้ปืนใหญ่ยังคงไม่ชนะสิงห์บลูในเกมลอนดอนดาร์บี้แมตซ์เป็นนัดที่ 8 ติดเช่นกัน

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในศึก 'ลอนดอนดาร์บี้แมตซ์' ณ สนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ระหว่าง อาร์เซนอล ก่อนเกมรั้งอันดับ 3 ของตาราง เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี จ่าฝูง โดยสถิติ 7 นัดหลังสุดที่ทั้งสองทีมพบกัน ระบุว่า 'ไอ้ปืนใหญ่' ไม่สามารถเอาชนะ 'สิงห์บลู' ได้เลย แบ่งเป็นเสมอ 2 นัดและแพ้ไปถึง 5 นัด

อาร์แซน เวงเกอร์ เทรนเนอร์เจ้าถิ่น เปลี่ยนแปลงผู้เล่นจากเกมเอฟเอ คัพ ที่เฉือนชนะ เรดดิ้ง ช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-1 ถึง 4 ตำแหน่ง โดยส่ง ดาบิด ออสปินา (ผู้รักษาประตู), เฮคเตอร์ เบลเลริน, นาโช มอนเรอัล และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ลงมาเล่นแทน วอยเชียค เชสนี, มาติเยอ เดอบูชี่, คีแรน กิ๊บบ์ส และ แดนนี เวลเบ็ค

ด้าน โซเซ มูริญโญ ผู้จัดการทีมสิงห์ไฮโซ ตัดสินใจดัน เอเดน อาซาร์ ขึ้นไปเล่นหน้าเป้า เนื่องจากกองหน้าธรรมชาติมีปัญหาอาการบาดเจ็บเกือบทุกราย ไม่ว่าจะเป็น ดิเอโก้ คอสต้า กับ โลอิก เรมี ส่วนตำแหน่งอื่นยังอยู่พร้อมหน้า ทั้ง ธิโบต์ กูร์ตัวส์ (ผู้รักษาประตู), จอห์น เทอร์รี, ออสการ์ และ วิลเลียน

เริ่มเกมมาได้ 7 นาที เจ้าบ้านหาโอกาสเปิดฉากทักทายก่อน จากจังหวะที่ อเล็กซิส ซานเซซ ลองกดด้วยขวาจากระยะประมาณ 25 หลา แฉลบขาแนวรับเชลซี ส่งให้บอลค่อยๆไหลผ่านเสาไกลออกไป

ถัดมาในนาทีที่ 15 ทีมเยือนมาได้โอกาสลุ้นประตูบ้าง จากจังหวะที่ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช โยนยาวจากแดนหลังขึ้นไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาให้ ออสการื โฉบกระดกบอลข้ามหัว ดาบิด ออสปินา ไปแล้ว แต่โชคดีที่ เฮคเตอร์ เบลเลริน แบ็คขวาเจ้าถิ่นยังตามโหม่งสกัดออกหลังไปได้อย่างทันท่วงที

รูปเกมค่อนข้างอึดอัด แม้เจ้าบ้านจะครองบอลได้มากกว่า แต่ก็ยังเจาะรถบัสสิงห์บลูไม่เข้า กระทั่งท้ายเกมนาทีที่ 44 ไอ้ปืนใหญ่มาได้ลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะบอลชุลมุนในกรอบเขตโทษ บอลมาเข้าทาง เมซุต โอซิล ล็อคเข้าขวา ก่อนซัดเต็มข้อตรงตัว ธิโบต์ กูร์ตัวส์ รับเข้าซองไว้ได้สบายมือ จบครึ่งแรกทั้งคู่ยังเสมอกันแบบไร้สกอร์ 0-0

กลับมาเล่นในครึ่งหลัง โซเซ มูริญโญ แก้เกมทันที ด้วยการส่งเอาคู่อริตัวยงของอาร์เซนอลอย่าง ดิดิเยร์ ดร็อกบา ลงมาเล่นแทน ออสการ์ โดยสถิติ 14 นัดที่ ดร็อกบา เคยดวลกับ อาร์เซนอล เขายิงประตูขุนพลไอ้ปืนใหญ่ไปถึง 13 ลูกด้วยกัน

แต่แล้วเพียง 4 นาที หลังจากนั้น กลายเป็นเจ้าบ้านที่เริ่มเปิดฉากทักทายก่อน จากจังหวะที่ อเล็กซิส ซานเซซ แทงทะลุช่องมาทางฝั่งซ้ายให้ นาโช มอนเรอัล เติมขึ้นมาแปด้วยขวาเน้นๆ ส่งบอลเหินข้ามคานออกไปไกลพอสมควร

นาทีที่ 66 กลับมาเป็นโอกาสของทีมเยือนบ้าง จากจังหวะที่ เชสก์ ฟาเบรกาส แทงเข้าไปในเขตโทษให้ วิลเลียน รับบอลก่อนไหลย้อนหลังให้ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ล้มตัวยิงด้วยขวา ทว่าไร้น้ำหนักและทิศทางทำให้ ดาบิด ออสปินา ก้มคว้าเข้าซองไว้ได้สบายมือ

3 นาทีต่อมา อาร์เซนอลน่าได้ประตูขึ้นนำจริงๆ จากจังหวะที่ ซานติ กาซอร์ลา โยนฟรีคิกจากกลงสนามเข้าไปในกรอบเขตโทษ และเป็น ธิโบต์ กูร์ตัวส์ ออกชกบอลไปเข้าทาง แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ ถอยหลังวอลเลย์ด้วยขวา ทว่าโดนไม่ดีทำให้บอลหลุดเสาแรกออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 75 ปืนใหญ่มีโอกาสอีกครั้ง จากจังหวะที่ โลร็องต์ กอสเซียลนี เติมเกมบุกขึ้นมาทางริมเส้นฝั่งซ้าย ก่อนล้มตัวจ่ายเข้าไปในเขตโทษให้ ซานติ กาซอร์ลา จับแต่งหนึ่งจังหวะ ก่อนซัดด้วยซ้ายหลุดเสาไกลออกไปแบบไม่ได้ลุ้นอะไรเลย

จบเกม อาร์เซนอล เปิดบ้านเสมอกับ เชลซี ไปแบบไร้สกอร์ 0-0 ทำให้อันดับตารางของทั้งสองทีมยังไม่เปลี่ยนแปลง โดย 'สิงห์บลู' ครองจ่าฝูงต่อไปอย่างเหนียวแน่น มี 77 คะแนน นำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ อาร์เซนอล อันดับ 2-3 อยู่ 10 คะแนน ในขณะที่เหลือโปรแกรมแข่งขันอีกเพียงแค่ 5 นัด