สมุทรสาครชวดเทคโอเวอร์ "เดอะพาวเวอร์' เหตุขัดระเบียบAFC

กลุ่มทุนจากสมุทรสาครชวดเข้าเทคโอเวอร์ซุปเปอร์พาวเวอร์หลัง ส.บอล พิจารณาจากกฏเอเอฟซีที่ป้องกันการใช้ทางลัดเพื่อขึ้นชั้น

เบนจามิน ตัน ผู้อำนวยการคลับไลเซนซิ่ง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ยืนยันว่า ซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ จะต้องใช้ชื่อสโมสรและผู้ถือหุ้นเดิมตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาตหรือคลับไลเซนซิ่งซึ่งสมาคมฯได้ออกให้แล้วลงเล่นในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2017 นั่นหมายความว่าจะเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหม่เป็นกลุ่มทุนจากสมุทรสาคร และใช้ชื่อสโมสรสมุทรสาคร ซิตี้ พาวเวอร์ ตามข่าวที่ออกไปแล้วไม่ได้

สมาคมกีฬาฟุตบอลฯได้เปิดให้แต่ละสโมสรส่งเอกสารเข้าระบบคลับไลเซนซิงออนไลน์ (CLAS) ตั้งแต่เดือน สิงหาคม พ.ศ.2559 ก่อนจะประกาศผลการออกคลับไลเซนซิงมาเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2559 ขณะที่ ซุปเปอร์พาวเวอร์เพิ่งได้กลุ่มทุนเดียวกับสโมสรสมุทรสาคร เอฟซี ในดิวิชั่น 2 เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหม่

"กฏระเบียบของเอเอฟซีข้อ 7.2 ระบุว่า สโมสรสมาชิกหลังจากได้รับใบอนุญาติแล้วจะต้องคงสถานะเป็นเวลาสองปี ซึ่งหมายความว่าห้ามมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในโครงสร้างของสโมสร (รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงสำนักงานใหญ่, ชื่อสโมสร, สีประจำสโมสร หรือการโอนหุ้นที่ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นเปลี่ยนไป) เพื่อคงไว้เพื่อคุณภาพของการแข่งขัน"

เบนจามิน ตัน กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ”เราได้ประชุมกับทางซุปเปอร์พาวเวอร์ และ ทางกลุ่มทุนสมุทรสาคร เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (4 พฤศจิกายน) ว่าเรามีกฏระเบียบของเรื่องคลับไลเซนซิงในเรื่องของเอกสารควบคุมอยู่ซึ่งจะนำมาใช้เต็มรูปแบบในปีนี้ และขึ้นตรงกับเอเอฟซี ดังนั้นเคสต่างๆที่ผ่านมาจะไม่สามารถมาใช้อ้างอิงได้"

"ในระเบียบหัวข้อ 7.2 ของเอเอฟซี ระบุว่า สโมสรที่ต้องการเปลี่ยนชื่อ, สี, โลโก้, ผู้ถือหุ้น เราไม่อนุญาตให้สมาชิกภาพของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ทำในเรื่องนี้ ซึ่งทีมที่ได้ใบอนุญาตคลับ ไลเซนซิงไปแล้ว เราจะอนุญาตถึงเรื่องนี้ก็ต่อเมื่อถือใบอนุญาตนานกว่า 2 ปีขึ้นไป"

"สาเหตุเป็นเพราะทุกสโมสรต่างอยู่ภายใต้การควบคุมของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และทุกทีมต้องใช้ชื่อตามเอกสารที่ส่งในคลับ ไลเซนซิง ซึ่งในเคสนี้ ทางสมาคมฯได้ออกคลับไลเซนซิงให้กับซุปเปอร์พาวเวอร์ ตามหลักฐานที่ส่งมาก่อนหน้านี้ และระยะเวลาการพิจารณาออก คลับไลเซนซิงได้หมดเขตไปแล้ว"

"แต่ถ้าพวกเขาต้องการเปลี่ยนแปลงก็ต้องให้ทางเอเอฟซี ซึ่งเป็นผู้ออกใบอนุญาต โดยสโมสรก็ต้องมีเหตุผลเพียงพอว่าทำไมถึงต้องมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯก็จะส่งเหตุผลเหล่านี้ไปให้เอเอฟซีเพื่อขออนุญาต"

"นั่นแปลว่าชื่อสโมสร, โลโก้ สีประจำทีม ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ สนามสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าคุณต้องการใช้สนามที่ดีกว่าเดิม และทำให้มีแฟนบอลเยอะขึ้น หรือ มีการตลาดที่ดีขึ้น เราก็พร้อมสนับสนุน แต่โครงสร้างหลักไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาในเรื่องของ คลับ ไลเซนซิง ซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่ฤดูกาลหน้าเป็นต้นไป หลักฐานทั้งหมดทางสมาคมฯได้ส่งให้เอเอฟซีไปแล้วเมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา"

"ฤดูกาลหน้าจะยังต้องมีชื่อของซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการลงเล่นต่อไป สาเหตุหลักที่ทางเอเอฟซี ออกกฏนี้ก็เพื่อป้องกัน การใช้ทางลัดของสโมสรที่ต้องการก้าวขึ้นไปเล่นในลีกสูงสุด อย่างเช่นในเคสนี้ที่มันเหมือนกับสมุทรสาครได้กระโดดจากดิวิชั่น 2 ไปเล่นในลีกสูงสุดเป็นต้น มันไม่ยุติธรรม อีกสาเหตุก็คือหากมีบางทีมไม่ได้รับ คลับ ไลเซนซิง ก็พยายามซื้อคลับ ไลเซนซิงจากสโมสรอื่น แต่กลับเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่ไม่ได้ระบุไว้ตามคลับ ไลเซนซิงเป็นต้น"