ศรีสะเกษโดนหนักนิ้วอัปลักษณ์ใส่บีจี,กิเลน6หมื่นขู่แบนแฟนเกมฉะบุรีรัมย์

ไทยพรีเมียร์ลีก เอาจริงสั่งปรับเงินเมืองทอง 6 หมื่น หลังสาวกจุดพลุจนเกินทนรอบที่ 5 ขู่แบนแฟนเกมเปิดรังพบบุรีรัมย์ หากไม่ส่งแผนการป้องกัน

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2557 ณ ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ การประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง ครั้งที่ 25/2557โดยมี พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ เป็นประธานคณะอนุกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง , นายประดิษฐ์ นิธิยานันท์ อนุกรรมการ , นายดนัย มงคลศิริ อนุกรรมการ , นายกฤตเมต เอ่งฉ้วนธาดา อนุกรรมการ , นายไพฤทธิ์ ต้านไพรี อนุกรรมการและเลขานุการ

1.สโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล
เหตุการณ์
ตามรายงานของผู้ควบคุมการแข่งขัน ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ในการแข่งขันฟุตบอลอาชีพรายการ “โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก” คู่ที่ 287 ประจำวันพุธที่ 13 สิงหาคม 2557 ระหว่าง สโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล พบกับ สโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี ณ สนามเขาพลอง สเตเดี้ยม พบว่าในนาทีที่ 90+2 ขณะที่ผู้รักษาประตู สโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี เก็บลูกบอลเพื่อจะเตะลูก แต่ค่อนข้างช้า เป็นเหตุให้กองเชียร์ของสโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล ซึ่งอยู่ด้านหลังประตูไม่พอใจ ได้ร้องตะโกนกดดัน และพร้อมกันนั้นได้ขว้างถุงพลาสติกบรรจุน้ำลงบนตาข่ายประตูของสโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี จำนวน 1 ถุง น้ำกระจายเห็นได้ชัด แต่ไม่โดนผู้รักษาประตูสโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี แต่อย่างใด
ผลการพิจารณา
ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง ได้พิจารณาจากรายงานของผู้ควบคุมการแข่งขัน แล้วเห็นว่า สโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล ในฐานะสโมสรต้นสังกัดของกองเชียร์ มีความผิดตามข้อบังคับฯ ผนวกที่ 7 ตามข้อ 4.4 ขว้างปาวัสดุใด ๆลงไปในสนาม พิจารณาปรับเงิน 30,000 บาท

2.สโมสรศรีสะเกษ เอฟซี
เหตุการณ์
ตามรายงานของผู้ควบคุมการแข่งขัน ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ในการแข่งขันฟุตบอลอาชีพรายการ “โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก” คู่ที่ 274 ประจำวันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม 2557 ระหว่าง สโมสรบางกอกกล๊าส เอฟซี พบ สโมสรศรีสะเกษ เอฟซี ณ สนามลีโอ สเตเดี้ยม พบว่าหลังจบการแข่งขัน ช่วงระหว่างที่สโมสรศรีสะเกษ เอฟซี ทยอยเดินเข้าห้องพัก นายธเนศ เครือรัตน์ ประธานสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี ซึ่งเดินนำเข้ามา ได้แสดงความไม่พอใจด้วยการเตะขวดน้ำบริเวณข้างทางเดิน โดยไม่ทราบสาเหตุ ผู้เล่นหมายเลข 15 นายภูริทัต จาริกานนท์ ของสโมสรบางกอกกล๊าส เอฟซี เดินสวนออกมาอยู่ใกล้เหตุการณ์ ได้พูดกับนายธเนศ เครือรัตน์ ว่า “ใจเย็นๆครับท่าน” และขอจับมือ โดยในจังหวะเดียวกันนั้น นายณภัทร เครือรัตน์ รองประธานสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี ที่เดินตามมา ได้พยายามเข้าหาตัวผู้เล่นดังกล่าว ในลักษณะที่ก้าวร้าว จนเกิดเหตุชลมุนขึ้นในเวลาต่อมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะเข้ามาควบคุมสถานการณ์ไว้ และอีกทั้ง หลังจบการแข่งขัน Mr.TANAKO VALENTINE โค้ชผู้รักษาประตู ของสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี ได้ให้ของลับกับกองเชียร์สโมสรบางกอกกล๊าส เอฟซี
ผลการพิจารณา
ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง ได้พิจารณาจากรายงานของผู้ควบคุมการแข่งขัน ภาพเหตุการณ์ และ เชิญตัวแทนสโมสรเข้าชี้แจง แล้วเห็นว่า เจ้าหน้าที่ของสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี มีความผิดตามข้อบังคับฯ ผนวกที่ 7

1.นายธเนศ เครือรัตน์ ประธานสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี มีความผิดตามข้อ 2.6 แสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน เช่น แสดงกิริยาก้าวร้าว ข่มขู่ ที่สังคมทั่วไปเห็นว่าไม่เหมาะสม ห้ามทำหน้าที่นัดต่อไป 2 นัดและปรับเงิน 20,000 บาท เตือนหากมีการกระทำซ้ำอีกจะพิจารณาเพิ่มโทษในครั้งต่อไป

2.นายณภัทร เครือรัตน์ รองประธานสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี มีความผิดตามข้อ 2.6 แสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน เช่น แสดงกิริยาก้าวร้าว ข่มขู่ ที่สังคมทั่วไปเห็นว่าไม่เหมาะสม ห้ามทำหน้าที่นัดต่อไป 2 นัดและปรับเงิน 20,000 บาท

3. Mr.TANAKO VALENTINE โค้ชผู้รักษาประตู ของสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี มีความผิดตามข้อ 2.6 แสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน เช่น แสดงสัญลักษณ์ต่างๆหรือใช้ภาษากาย ที่สังคมทั่วไปเห็นว่าไม่เหมาะสม หรือปลุกเร้าอันอาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่รุนแรง ห้ามทำหน้าที่นัดต่อไป 2 นัดและปรับเงิน 20,000 บาท

3.สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
เหตุการณ์
ตามรายงานของผู้ควบคุมการแข่งขัน ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ในการแข่งขันฟุตบอลอาชีพรายการ “โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก” คู่ที่ 271 ประจำวันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม 2557 ระหว่าง สโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด พบกับ สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ณ สนามยูไนเต็ด สเตเดี้ยม พบว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณลานจอดรถของทีมเยือน กองเชียร์ของสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กลุ่มหนึ่งทำการจุดพลุไฟ ซึ่งมีข้อห้ามตามข้อบังคับการแข่งขัน
ผลการพิจารณา
ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง ได้พิจารณาจากรายงานของผู้ควบคุมการแข่งขัน ภาพเหตุการณ์ และ เชิญตัวแทนสโมสรเข้าชี้แจง แล้วเห็นว่า กองเชียร์ของสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มีความผิดตามข้อบังคับฯ ผนวกที่ 7 ตามข้อ 4.3 ใช้อุปกรณ์ใด ที่ไม่เหมาะสมในสถานที่จัดการแข่งขัน ได้แก่ การจุดพลุ หรือจุดประทัด หรือจุดไฟเย็น หรือจุดพลุบริเวณที่ว่างด้านหลังของอัฒจันทร์ ทั้งก่อนหรือระหว่างหรือหลังจากการแข่งขันจบลงแล้ว พิจารณาปรับเงิน 60,000 บาทและเนื่องจากเกิดเหตุซ้ำซากเป็นครั้งที่ 5 จึงพิจารณาให้ทางสโมสรของท่านทำแผนมาตรการป้องการจุดพลุ ห้ามกองเชียร์กลุ่มที่จุดพลุเข้าสนามแข่งขัน และนำเสนอแผนต่อ บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ให้ชัดเจนก่อนวันพุธที่ 20 สิงหาคม 2557 หากไม่ดำเนินการ จะพิจารณาห้ามกองเชียร์ของสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เข้าสนาม ในวันพุธที่ 20 สิงหาคม 2557 ระหว่าง สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด พบกับ สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ณ สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม ตามผนวกที่ 7 ข้อ 3 ลักษณะโทษของกองเชียร์ หรือกลุ่มบุคคล หรือบุคคล ข้อ ค.

4.แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี
เหตุการณ์
ตามรายงานของผู้ควบคุมการแข่งขัน ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ในการแข่งขันฟุตบอลอาชีพรายการ “โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก” คู่ที่ 289 ประจำวันพุธที่ 13 สิงหาคม 2557 ระหว่าง สโมสรแอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี พบกับ สโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี ณ สนามธูปะเตมีย์ พบว่าในนาทีที่ 78 เหตุเกิดเนื่องจากผู้ตัดสินเป่าฟาล์วให้ สโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี ได้ลูกโทษ ทำให้ นายเกษมศักดิ์ มิ่งโสภา เจ้าหน้าที่ LOC สโมสรแอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี ไม่พอใจคำตัดสินโดยลุกขึ้นจากโต๊ะ แสดงอาการไม่พอใจต่อผู้ควบคุมการแข่งขัน และผู้ประเมินผู้ตัดสิน ผู้ควบคุมการแข่งขัน ได้เข้าไปเตือนให้ทำหน้าที่เป็นกลาง อย่าได้แสดงกริยาที่จะก่อให้เกิดความไม่พอใจของกองเชียร์ แต่ได้ถูก นายเกษมศักดิ์ มิ่งโสภา เจ้าหน้าที่ LOC สโมสรแอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี คนดังกล่าวพูดกลับมาว่า "ไม่สนใจหรอก" 2-3 ครั้ง
ผลการพิจารณา
ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง ได้พิจารณาจากรายงานของผู้ควบคุมการแข่งขัน และ ภาพเหตุการณ์ แล้วเห็นว่า นายเกษมศักดิ์ มิ่งโสภา เจ้าหน้าที่ LOC สโมสรแอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี มีความผิดตามข้อบังคับฯ ผนวกที่ 7 ตามข้อ 2.6 แสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน เช่น วิ่งเข้าไปประท้วงการตัดสินของผู้ตัดสินผู้ช่วยผู้ตัดสิน แสดงกิริยาก้าวร้าว ข่มขู่เจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน แสดงสัญลักษณ์ต่างๆหรือใช้ภาษากาย ที่สังคมทั่วไปเห็นว่าไม่เหมาะสม ทั้งก่อนหรือระหว่างการแข่งขัน หรือหลังการแข่งขัน ห้ามทำหน้าที่นัดต่อไป 2 นัดและปรับเงิน 20,000 บาท