สุดดราม่า! ช้างศึกรัว 2 เม็ดท้ายเกมเชือดมาเลย์ 4-3 ครองแชมป์ซูซูกิ

ชาริล ชัปปุยส์ และ ชนาธิป สรงกระสินธ์ กลายเป็นฮีโร่ของทีมชาติไทยอีกครั้งเมื่อซัดคนละประตูช่วงท้ายเกมช่วยให้ทีมชาติไทยพลิกชะตาเอาชนะมาเลเซียด้วยสกอร์รวม 4-3 ครองจ้าวอาเซียนในรอบ 12 ปี

เวลา 19.00 น. ที่บูกิต จาลิล สเตเดี้ยม ศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 รอบชิงชนะเลิศ นัดที่สอง ระหว่าง อดีตแชมป์ 1 สมัยทีมชาติมาเลเซีย เปิดบ้านพบกับ อดีตแชมป์ 3 สมัยอย่าง ทีมชาติไทย ที่นัดแรกเป็นฝ่ายเอาชนะมาก่อน 2-0
ทีมชาติมาเลเซียเปลี่ยนทีมจากนัดแรก 1 ตำแหน่งให้ อะฟิฟ อมีรุดดีน ยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่ ชุโกร อะดาน แทน ฟัดฮ์ลิ ชาส

เช่นเดียวกับทัพช้างศึกที่เปลี่ยนเพียง ประกิต ดีพร้อม ลงเล่นแทน มงคล ทศไกร พร้อมแนวรุกแกนหลักทั้ง ชนาธิป สรงกระสินธิ์, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และ ชาริล ชัปปุยส์ โดยมี อดิศักดิ์ ไกรษร ยืนค้ำแดนหน้า

คิกออฟเพียง 4 นาทีสถานการณ์ช้างศึกไม่ดีทันทีเมื่อผู้ตัดสินเป่าจุดโทษให้เจ้าถิ่นแบบค้านสายตาหลังมองว่า สุทธินันท์ พุกหอม ทำฟาวล์ นูรชะห์รุล อิดลัน ตะลาฮา และเป็น ซาฟิค รอฮีม ซัดประตูที่ 5 ของตัวเองให้มาเลเซียออกนำเร็ว 1-0

นาทีที่ 12 ช้างศึกได้ลุ้นบ้างจากจังหวะที่ พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา เติมขึ้นมาก่อนล็อคเข้าขวาแล้วซัดนอกเขตโทษ บอลพุ่งชนเสาอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 14 มาเลเซียจะถอด อซามุดดีน อกิล ออกแล้วส่ง ซาฟีอี ซาลี ลงเล่นแทน

เข้าสู่ช่วงครึ่งชั่วโมงผู้เล่นมาเลเซียเล่นหนัก ได้รับใบเหลือง 3 คนรวดทั้ง อะฟิฟ อมีรุดดีน อัมรี ยะห์ยา และ อินดรา ปุตรา

แต่นาทีที่ 39 ซาฟิค รอฮีม ฉวยโอกาสจากการเคลียร์บอลพลาดของ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดรม ปาดเข้ากลางให้ นูรชะห์รุล อิดลัน ตะลาฮา ซัดติดเซฟ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

นาทีที่ 45+2 สิ่งที่แฟนบอลมาเลเซียรอคอยก็มาถึงเมื่อ นูรชะห์รุล อิดลัน ตะลาฮา เปิดบอลจากขวาเข้ากลางให้ อินดรา ปุตรา โขกเข้าไปให้ทีมจบครึ่งแรกมีสกอร์ออกนำทีมชาติไทย 2-0

กลับสู่ครึ่งหลังได้ 2 นาทีช้างศึกหวิดได้ประตูไล่ขึ้นมาเมื่อ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ หลุดเข้าเขตโทษแล้วล็อคเข้าซ้ายก่อนซัดไปแฉลบ อะฟิฟ อมีรุดดิน เฉี่ยวเสาออกหลังและจังหวะต่อเนื่อง สุทธินันท์ พุกหอม ทะยานโขกลูกเตะมุมยังติดเซฟ ฟาริซอล มัรลิยาส

แต่แล้วนาทีที่ 58 แฟนบอลในบูกิต จาลิล เรือนแสนก็ได้เฮกันลั่นเมื่อ ซาฟิค รอฮีม ปั่นฟรีคิกระยะทำการผ่านมือ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เข้าไปอย่างเด็ดขาดให้ มาเลเซียหนีห่างเป็น 3-0

นาทีที่ 61 เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง แก้เกมคนแรกโดยส่ง ศราวุฒิ มาสุข ลงเล่นแทน ประกิต ดีพร้อม และนาทีที่ 67 อดิศักดิ์ ไกรษร ได้ซัดด้วยซ้ายบนเส้น 18 หลาแฉลบ อะฟิฟ อมีรุดดีน ออกหลัง

จากนั้นช้างศึกพยายามบุกทวงประตูคืนอย่างหนักกระทั่งนาทีที่ 82 ก็ได้ประตูสำคัญไล่มาเป็น 1-3 จากจังหวะที่ ชาริล ชัปปุยส์ ซ้ำลูกยิงฟรีคิกของ สารัช อยู่เย็น เข้าไปอย่างเฉียบขาด ทำให้สกอร์รวมกลับมาเท่ากัน 3-3

และนาทีที่ 86 แฟนบอลชาวไทยก็ได้เฮกันทั้งประเทศจากจังหวะโต้กลับที่ ศราวุฒ มาสุข จ่ายเข้ากลางให้ อดิศักดิ์ ไกรษร ก่อนไหลคืนให้ ชนาธิป สรงกระสินธิ์ กดด้วยซ้ายเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปให้ช้างศึกได้อเวย์โกลไล่มาเป็น 2-3 ก่อนจบเกมทำให้ทีมชาติไทยเอาชนะมาเลเซียด้วยสกอร์รวม 4-3 ครองจ้าวอาเซียนสมัยที่ 4 หลังรอมานาน 12 ปี

รายชื่อ 11 ผู้เล่นทั้งสองทีม
ทีมชาติมาเลเซีย : ฟาริซอล มัรลิยาส (GK) - ชุโกร อะดาน ,อะฟิฟ อมีรุดดีน ,คุนาลัน ,ซูเบร อัซมี - ซาฟิค รอฮิม ,บัดรี รอฎี ,อซามุดดีน อกิล ,อัมรี ยะห์ยา ,อินดรา ปุตรา - นูรชะห์รุล อิดลัน ตะลาฮา

ทีมชาติไทย : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (GK) , พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา , สุทธินันท์ พุกหอม , ธนบูรณ์ เกษารัตน์ , นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดรม – สารัช อยู่เย็น , ชาริล ชัปปุยส์ – เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ , ชนาธิป สรงกระสินธิ์ , ประกิต ดีพร้อม – อดิศักดิ์ ไกรษร