สุโขทัย 1-3 บุรีรัมย์ : ดิโอโก้แฮตทริคฮีโร่ พา ปราสาท อัด ค้างคาวไฟ

ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ แฮตทริคฮีโร่ ยิง 2 จุดโทษ กับอีก 1 ฟรีคิก พา บุรีรัมย์ แซง สุโขทัย 3-1 คว้า 3 แต้มจากทุ่งทะเลหลวงได้สำเร็จ

ศึกโตโยต้า ไทยลีก ที่สนาม ทะเลหลวง จังหวัด สุโขทัย “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี ที่สองเกมล่าสุดเสมอกับทีมใหญ่อย่าง เชียงราย ยูไนเต็ด กับ บางกอกกล๊าส เอฟซี มาได้ เปิดสนามรับการมาเยือนของ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เพิ่งพ่ายมา 2 เกมติด


เริ่มเกม ทีมเยือน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ครองเกมก่อน แต่โอกาสลุ้นครั้งแรกเป็นของ เจ้าบ้าน

ในนาทีที่ 8 จากจังหวะยิงไกลของ เลอสันต์ เทียมราช แต่บอลไม่หนีตัว ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ขยับไปรับไว้ได้สบาย

นาทีที่ 11 สุโขทัย ขึ้นเกมมาทางกราบขวา เลอสันต์ เทียมราช ครอสบอลมาให้ แอดเมียร์ อโดรวิช ทิ้งตัวโขกบอลข้ามคานออกไป

นาที 18 เป็นเจ้าบ้านที่ยังหาโอกาสลุ้นประตูได้อย่างต่อเนื่อง และก็เป็น เลอสันต์ เทียมราช ที่ได้ลองปั่นฟรีคิกระยะประมาณ 28 หลา แต่บอลก็ยังไปเข้ามือ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน

นาที 21 บุรีรัมย์ ได้จังหวะขึ้นเกมมาตรงกลางสนาม แล้วเป็น ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต ที่ได้ลองซัดไกล บอลข้ามคานออกไปเยอะ

นาที 22 สุโขทัย ได้โอกาสทองที่จะได้ประตูออกนำ เมื่อดียุฟ บีรัม ลากลุยขึ้นทางขวาก่อนเปิดบอลกลับมาให้ คัพฟ้า บุญมาตุ่น ได้ยิงจากระยะ 18 หลาแต่ก็ยังไม่พ่าย นายทวารปราสาทสายฟ้า

นาที 31 ปราสาทสายฟ้า ขึ้นเกมมาทางขวา นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ตัดบอลโด่งมาหน้าปากประตู กองหลัง สุโขทัย สกัดบอลไม่ดีมาเข้าทาง ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต กระโดดสลับเท้าวอลเลย์บอล แต่ ไพโรจน์ เอี่ยมมาก กระโดดรับ ไว้ได้สบาย

นาที 33 เป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ได้จังหวะลุยอย่างต่อเนื่อง คราวนี้เป็น ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ที่ลุยขึ้นมาทางซ้ายก่อนจ่ายต่อให้ ภานุพงศ์ พลซา ยิงข้ามคาน

นาที 41 สุโขทัย ได้โอกาสทองที่จะออกนำ เมื่อ จอห์น บาจโจ้ ควบไปรับบอลยาว แล้วได้จังหวะยิงติด ศิวรักษ์ บอลมาเข้าทาง คัพฟ้า บุญมาตุ่น ยิงสวนผ่าน นายทวาร บุรีรัมย์ ไปแล้ว แต่ยังไปติด พรรษา เหมวิบูลย์ ที่ลงไปคุมเส้นได้ทัน

จบครึ่งแรก สุโขทัย เอฟซี และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เปิดเกมแลกกันตลอดทั้งเกมยังไม่มีประตูจบครึ่งแรกด้วยการเสมอกันอยู่ 0-0

กลับมาสู้กันต่อในครึ่งหลัง นาที 56 เกมของปราสาทสายฟ้ามาขึ้นที่ ดิโอโก และเลือกจ่ายฉีกไปให้ อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ หาจังหวะ ล็อคบอลแล้วปั่นโค้งจะให้เสียบเสาไกล แต่บอลโค้งไม่พอ

นาที 59 จอห์น บาจโจ้ เก็บบอลได้ทางซ้าย แล้วลากบอลหนีผู้เล่น บุรีรัมย์ ยูไนเนเต็ด ก่อนซัดมุมแคบ ไม่ผ่าน ศิวรักษ์

นาที 60 ภานุพงศ์ พลซา ได้บอลทางขวาแล้วไหลคืนมาให้ บดินทร์ ผาลา แต่งบอลยิงเน้นๆ บอลพุ่งผ่านหน้าปากประตูไปแบบได้ลุ้น

GOAL! นาที 70 เสียงเฮดังกระหึ่มสนามทะเลหลวง เมื่อสุโขทัย ได้ประตูออกนำจากจังหวะ ที่วางบอลยาวมาจากแดนหลัง แล้ว ดียุฟ บีรัม โขกชงให้ คัพฟ้า บุญมาตุ่น เกี่ยวบอลลงแต่โดน โซลวี ออตเตเซน เข้ามาบังเหลี่ยม แต่ คัพฟ้า ยังไปแย่งกลับมาได้ ก่อนยิงเสียบเสาไกลเข้าไปให้ ค้างคาวไฟ ทะยานออกนำ 1-0

GOAL! นาที 73 กองเชียร์เจ้าบ้านดีใจได้ไม่นาน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่กดดันอย่างหนักหลังเสียประตู ก็มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ ยุทธพงษ์ ศรีละคร ไปเหนี่ยว ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ล้มลงในกรอบเขตโทษทำให้ ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที และ เป็น ดิโอโก รับหน้าที่สังหารอย่างใจเย็น เป็นประตูให้ ปราสาทสายฟ้าตามตีเสมอ 1-1

หลังจากตกเป็นรองไม่นาน นาที 78 แนวรับทีมเยือนยังตั้งสติกันไม่ได้ และมาเสียจุดโทษเพิ่มอีกเมื่อ พนธกร โทสันเทียะ ไปดึงเสื้อของ แจ็คสัน โคเอลโญ่ จนล้มลงในกรอบเขตโทษ ทำให้ ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษลูกที่สองให้แก่ทีมเยือน ทำเอานักเตะเจ้าบ้านไม่พอใจ และหยุดเล่นเพื่อประท้วงจนเกมต้องหยุดไปราว 5 นาที และก็เป็น ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ที่รับหน้าที่ยิงไม่พลาดให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แซงนำ 2-1

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ สุโขทัย ต้องเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ ศักดรินทร์ มิ่งสมร อัดหนักใส่ ชาช่า จนผู้ตัดสินไม่มีทางเลือก ต้องแจกใบแดงให้กับศักดรินทร์ ทันที

และจากจังหวะฟาวล์ดังกล่าว ดิโอโก้ ก็มาซัดฟรีคิกเข้าไปอย่างสวยงาม เป็นประตูให้ บุรีรัมย์ ออกนำ 3-1 พร้อมกับทำแฮตทริคได้สำเร็จ และจบไปด้วยสกอร์นี้


รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

สุโขทัย เอฟซี : ไพโรจน์ เอี่ยมมาก (GK), พนธกร โทสันเทียะ , ยุทธพงษ์ ศรีละคร, ศักดรินทร์ มิ่งสมร, ปิยะราษฎร์ ลาจังหรีด - พิชิตย์ ใจบุญ ,เลอสันต์ เทียมราช, จอห์น บาจโจ้, คัพฟ้า บุญมาตุ่น - ดียุฟ บีรัม, แอดเมียร์ อโดรวิช (ก้องนทีชัย บุญมา น.67)

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (GK) , พรรษา เหมวิบูลย์ , โซลวี ออตเตเซน, กรกช วิริยอุดมศิริ , นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, - รัตนากร ใหม่คามิ , บดินทร์ ผาลา (นฤพน พุฒซ้อน น.69), ภานุพงศ์ พลซา , อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ (ศุภชัย ใจเด็ด น.90) - ดิโอโก หลุยส์ ซานโต , แจ็คสัน โคเอลโญ่