สู้เพื่อบอย!พลังเอ็มรวมใจทุบปลาทู2-1

โอสถสภา โชว์สปิริตลูกหนังสยบอคติ หลังรวมใจงัดฟอร์มเก่งเชือดสมุทรสงคราม 2-1 เก็บ 3 คะแนนให้ ฉัตรชัย บุตรพรหม

ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 นัดที่ 13 เมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา “พลังเอ็ม” โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี เปิดสนามราชมังคลากีฬาสถาน รังเหย้าชั่วคราว พบกับ “ปลาทูคะนอง” จีเอสอี สมุทรสงคราม เอฟซี โดย “พลังเอ็ม” เตะ 12 นัด มี 17 คะแนน อยู่อันดับ 10 ส่วน “ปลาทูคะนอง” มี 5 คะแนน รั้งบ๊วยของตาราง

เกมนี้ “โค้ชหนุ่ย” เฉลิมวุฒิ สง่าพล กุนซือโอสถสภาฯ ไม่มี เจษฎา พั่วนะคุณมี กัปตันทีม ที่บาดเจ็บ แต่มีข่าวดีได้ อภิภู สุนทรพนาเวศ เพลย์เมกเกอร์คนเก่ง หายเจ็บลงสนามเป็นตัวจริง ส่วน 3 กองหน้ามี แอนโทนี โคเมนัน, อารอน ดา ซิลวา และ ชนานันท์ ป้อมบุบผา ล่าตาข่าย

ขณะที่ฝั่ง อ.ไพบูลย์ เลิศวิมลรัตน์ กุนซือสมุทรสงคราม ที่เคยคุมทีมโอสถสภาฯ ชั่วคราว กลับมาเยือนทีมเก่าครั้งแรก ส่ง พัฒนา ซอกจอหอ เป็นกองหน้าตัวเป้า พร้อมกับอัดแผงมิดฟิลด์ไว้ถึง 5 คน เลยทีเดียว ก่อนเกมจะเริ่มขึ้น บรรดาแฟนคลับพลังเอ็ม ได้นำชื่อดอกไม้มามอบให้กับ “เจ้าบอย” ฉัตรชัย บุตรพรม ผู้รักษาประตูมือ 1 อย่างล้นหลามอีกด้วย

เปิดฉากครึ่งแรก “พลังเอ็ม” ครองบอลบุกเข้าใส่ทันที ส่วน “ปลาทู” มาตั้งเกมรับตามสูตร ทำให้ช่วง 10 นาทีแรก เจ้าถิ่นยังเจาะแนวรับทีมเยือนเข้าไปยิงประตูไม่ได้ นาทีที่ 11 แอนโทนี โคเมนัน ได้จังหวะส่องนอกกรอบไปเข้ามา พุทธศาสน์ บุญปก นายทวารสมุทรสงคราม รับเข้ามือ จากนั้นนาทีที่ 13 เซอร์เก ไดเชนโก ลากบอลลุยเดี่ยวโดยมีสแงกองหลังโอสถสภา เข้ามาประกบ ทำให้จังหวะยิงเบาบอลเลยไปติดเซฟของ ฉัตรชัย บุตรพรม

เจ้าถิ่นยังคงทำเกมรุกลุยต่อ นาทีที่ 15 กองหลังเจ้าถิ่นเจอการกดดันหนัก จนเคลียร์บอลในเขตโทษไม่ดีมาเข้าทาง คาตาโนะ ฮิโรมิชิ ก่อนที่จะถูก พุทธศาสน์ เข้ามารวบขา กรรมการ จึงเป่าเป็นจุดโทษทันที ซึ่ง เชลตัน มาร์ทิส อดีตกองหลังเวสต์บรอมวิช อัลเบียน รับหน้าที่สังหารไม่พลาดนำ 1-0

ก่อนที่นาทีที่ 20 มาร์ทิส จะถูกหามออกจากสนามเพราะมีอาการบาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว “พลังเอ็ม” จึงส่ง เจฟเฟอร์สัน กุสเมา มาเซีย ลงแทน

โอสถสภาฯ ยังคงเดินหน้าบุกต่อหวังยิงประตูที่ 2 ให้ได้ แต่ สมุทรสงคราม ที่บุกได้น้อยกว่าเกือบได้ประตูตีเสมอเหมือนกันจากลูกฟรีคิกของ ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ ในนาทีที่ 30

จากนั้นทั้งสองทีมเปิดหน้าแลกกันอย่างสนุก แม้ว่า “พลังเอ็ม” จะมีโอกาสมากกว่าแต่จังหวะจบสกอร์ยังขาดๆ เกินๆ ขณะที่ สมุทรสงคราม ก็โต้กลับได้ดี ทำเอากองหลังเจ้าถิ่นปั่นป่วนไม่น้อยแต่ก็จบไม่ลงเช่นกัน

มาถึงนาทีที่ 44 “ปลาทู” น่าจะตีเสมอได้แต่ลูกยิงหน้าประตูของ โคเน เซย์ดู ข้ามคานแบบไม่ได้ลุ้น แต่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 3 นาที โอสถสภาฯ ได้โต้กลับกลับหลุดมาถึง 4 คน ก่อนที่ อภิภู จะไหลให้ คัพฟ้า บุญมาตุ่น ยิงไปติดตัวนายทวารทีมเยือน แต่บอลมาเข้าทาง อารอน ซัดเต็มข้อเข้าไป จบครึ่งแรก โอสถสภาฯ จึงนำห่าง 2-0

เข้าสู่ครึ่งหลัง สมุทรสงคราม กลับมาเปิดเกมรุกมากขึ้น แต่ก็ยังทำอะไร โอสถสภาฯ ผ่อนเกมเน้นมาตั้งรับแล้วสวนกลับไม่ได้ นาทีที่ 52 ชนานันท์ ได้ลองส่องไกลแต่บอลข้ามคาน

เข้าสู่นาทีที่ 54 ทีมเยือน ปรับเปลี่ยนผู้เล่นคนแรกโดยส่ง อาจายี ลงแทน ไดเชนโก เพื่อเติมเกมแนวรุก แต่ก็ยังทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน

จนนาทีที่ 60 ทีมดังจากแม่กลอง ก็ต้องส่ง ซูซุเกะ คาโตะ ลงแทน ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ ส่งผลให้เกมรุกของทีมเยือนวูบวาบทันตา ก่อนที่นาทีที่ 62 เจ้าถิ่นเปลี่ยนตัวคนที่ 2 ส่ง อดิศักดิ กานู ลงแทน อารอน ดา ซิลวา
เกมดูเหมือนจะไม่มีอะไรแล้ว

แต่นาทีที่ 81 เจอเฟอร์สัน ไปเสียบผู้เล่นสมุทรสงคราม ล้มในเขตโทษ กรรมการจึงเป่าให้เป็นจุดโทษบ้างและ ซูซุเกะ คาโตะ ยิงไม่พลาดเป็นประตูตีไข่แตกไล่ตีตื้นมาเป็น 1-2 แต่จากนั้นทั้งสองทีมยิงประตูเพิ่มไม่ได้

จบเกม โอสถสภาฯ จึงเอาชนะ สมุทรสงคราม หวุดหวิด 2-1 เก็บ 3 แต้มเต็ม มีเพิ่มเป็น 20 คะแนนรั้งอันดับ 7 ของตาราง