ต้านไม่อยู่! อุซเบรัวท้ายเกมอัดช้างศึก 5-2

โอกาสคว้าแชมป์คิงส์คัพรอบ 8 ปีของช้างศึกริบหรี่เต็มทีหลังพ่ายอุซเบฯไปถึง 5-2 ทำให้นัดสุดท้ายที่จะดวลกับโสมขาวพวกเขาต้องชนะด้วยผลต่าง 3 ลูกขึ้นไป

ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 เวลา 19.00 น. ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา คู่ที่สอง ทีมชาติไทยในฐานะเจ้าภาพ ที่ก่อนหน้านี้ชนะฮอนดูรัสมา 3-1 พบกับ ทีมชาติอุซเบกิสถาน ซึ่งพ่ายเกาหลีใต้มา 1-0 ซิโก้ ยังยึด 11 คนแรกจากเกมที่ผ่านมาทั้งหมดโดยใช้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าต่อไปพร้อมตัวสนับสนุนทั้ง ประกิต ดีพร้อม , มงคล ทศไกร และ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ รวมถึง ปกเกล้า อนันต์

ส่วน อุซเบกิสถาน เปลี่ยนผู้เล่นถึง 4 รายแต่ความหวังยังฝากไว้ที่ อิกอร์ เซอร์เกเยฟ และ ญัมชิด อิสกันเดรอฟ สองแข้งจากทีมชาติชุดใหญ่

เริ่มเกมแค่ 8 นาทีโอกาสลุ้นประตูครั้งแรกแรกของช้างศึกก็ออกนำ 1-0 ทันทีเมื่อ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ หลุดมาทางกราบซ้ายก่อนเปิดเข้ากลางไปจุดนัดพบให้ ปกเกล้า อนันต์ ชาร์จโล่งๆ ไม่เหลือซาก

นาทีที่ 20 อุซเบฯที่เกมเป็นรองได้ลุ้นบ้างเมื่อ อิกอร์ เซอร์เกเยฟ หาจังหวะยิงหน้ากรอบเขตโทษแต่ยังไปตรงตัวเข้ามือ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

ถัดมานาทีที่ 24 ช้างศึกเกือบได้ประตูที่สองจากจังหวะที่ ปกเกล้า อนันต์ แทงตัดหลังแนวรับอุซเบฯให้ มงคล ทศไกร หลุดเข้าเขตโทษฝั่งขวาก่อนซัดเข้าซอง อับดุลมาฟลอน อับดุลญาลิลอฟ

ทว่านาทีที่ 33 กลับเป็นอุซเบฯที่ตามตีเสมอเป็น 1-1 จากจังหวะขึ้นเกมฝั่งซ้ายเข้ากลางมาถึง อิกอร์ เซอร์เกเยฟ ยิงไม่ดีทว่า มิก้า ชูนวลศรี ก็สกัดพลาดเข้าทางปืนของ ซัรดอร ซาบิรคอดญาเยฟ ซัดสวนตูมเดียวเข้าไปอย่างเด็ดขาด

เท่านั้นยังไม่พอนาทีที่ 43 สถานการณ์ช้างศึกแย่ลงไปอีกเมื่ออุซเบฯ ได้ลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษจากการเสียฟาวล์ของ มิก้า ชูนวลศรี และเป็น ญัมชิด อิสกันเดรอฟ สังหารเข้าไปช่วยให้จบครึ่งแรกทีมพลิกขึ้นนำ 2-1

กลับสู่ครึ่งหลังนาทีที่ 54 ช้างศึกถอด ประกิต ดีพร้อม ออกแล้วส่ง ภิญโญ อินพินิจ ลงเล่นแทน และ นาทีที่ 60 ก็ส่ง นูรูล ศรียานเก็ม ลงเล่นเช่นกัน กระทั่งนาทีที่ 71 ช้างศึกก็มาตามตีเสมอได้สำเร็จ 2-2 จากจังหวะที่ นูรูล ศรียานเก็ม โยนบอลจากขวาไปเสาสองให้ ปกเกล้า อนันต์ ขวิดเต็มหัวเข้าไป

ทว่านาทีที่ 76 อุซเบฯก็มาพลิกออกนำอีกครั้งเป็น 3-2 จากจังหวะที่ อับบอสเบ็ค มัคสตาลิเยฟ ไหลให้ มัคซิมิเลียน โฟมิน ตัวสำรองลากเข้าเขตโทษก่อนยิงเสียบเสาสองอย่างเด็ดขาด

และนาทีที่ 81 อับบอสเบ็ค มัคสตาลิเยฟ ก็มายิงไกลสุดสวยช่วยให้ อุซเบกิสถาน หนีห่าง 4-2 ก่อนที่ อิกอร์ เซอร์เกเยฟ จะมายิงประตูให้ทีมทิ้งห่างไปไกล 5-2

เวลาที่เหลือที่แม้อุซเบฯจะเหลือผู้เล่น 10 คนเมื่อ มัคซิมิเลียน โฟมิน มาถูกไล่ออกจากสนามอย่างไรก็ตามพวกเขาก็เอาชนะไปได้ 5-2 โดยเกมนัดต่อไปทีมชาติไทยจะพบกับทีมชาติเกาหลีใต้วันเสาร์นี้ ส่วนอุซเบกิสถานจะพบกับทีมชาติฮอนดูรัส

ทีมชาติไทย : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (GK) – พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา , มิก้า ชูนวลศรี , สุทธินันท์ พุกหอม , นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดรม – สารัช อยู่เย็น , ปกเกล้า อนันต์ – ประกิต ดีพร้อม , มงคล ทศไกร , เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ – ชนาธิป สรงกระสินธิ์

ทีมชาติอุซเบกิสถาน : อับดุลมาฟลอน อับดุลญาลิลอฟ (GK) , ซัรดอร รัคมานอฟ , อับบอสเบ็ค มัคสตาลิเยฟ , อับดุลล็อค โอลิมอฟ , ซัรดอร ซาบิรคอดญาเยฟ , มุห์ซินญอน อุบัยดุลลาเยฟ , อับดุลมาฟลอน อับดุลญาลิลอฟ , คุรชิดเบ็ค มุคโตรอฟ , ดิยอรญอน ทูราปอฟ , ญัมชิด อิสกันเดรอฟ , อิกอร์ เซอร์เกเยฟ