ถึงฎีกา!!บุรีรัมย์ดวลโทษระทึกเฉือนอ่างทอง7-6ไปต่อ16ทีมลีกคัพ

แชมป์เก่า 3 สมัยลุ้นจนถึงหยดสุดท้ายกว่าจะเฉือนเอาชนะจ่าฝูงดิวิชั่น 1 ในช่วงการดวลจุดโทษ 7-6 โดยต้องตัดสินกันถึงซัดเดนเดธ

โตโยต้าลีกคัพรอบ 32 ทีมสุดท้ายที่สนาม อบจ.อ่างทอง "นักรบรวงทอง" อ่างทอง เอฟซี ทีมจ่าฝูงดิวิชั่น 1 เปิดบ้านรับการมาเยือน "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่ารายการนี้ ท่ามกลางแฟนบอลที่เข้า มาชมเกมล้นสนาม

เกมวันนี้เจ้าบ้านโรเตชั่นผู้เล่นหลายตำแหน่ง โดยเกมรับมี ไซจิ กาเนโกะ ยืนคุมส่วนแดนกลางส่ง กมล โพธิ์ทอง คุมเกมกับ อนุชา สุกใส ส่วนกองหน้าส่ง คำแพง สายวุฒิ ล่าตาข่าย แตกต่างจากทีมเยือนวันนี้ส่งตัวจริงลงสนามทั้งหมดมี เดบิด โรเชล่า คุมเกมรับส่วนเกมรุกมี จักรพันธ์ แก้วพรม , คามาโล กอนซาเลซ และ เจย์ ซิมป์สัน นำทัพ

เริ่มมาเป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ชื่อชั้นดีกว่าเป็นฝ่ายเปิดเกมบุกกดดันเจ้าบ้านก่อน แต่ก็ยังไม่มีโอกาสยิงประตูมากนัก ส่วนเจ้าบ้านใช้การแพ็คเกมแน่นรอจังหวะโต้กลับ แต่ก็ไม่มีฝ่ายใดทำประตูแรกได้ทำให้ผ่าน 10 นาทีแรกยังไม่ มีประตู

นาทีที่ 14 จากจังหวะโต้กลับ เป็นโอกาสของเจ้าบ้านที่ได้ลุ้นประตูครั้งแรก คำแพง สายวุฒิ ได้สับไกลด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษบอลหลุดเสาไปแบบได้ลุ้น จากนั้นรูปเกมก็เป็นลักษณะเดิมทีมเยือนครองบอลบุกได้มากกว่า แต่ยังไม่ สามารถเจาะเข้าไปยิงในพื้นที่อันตรายได้
เกมดำเนินมาถึงนาที่ที่ 28 ทีมเยือนน่าได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ได้ฟรีคิกริมกรอบเขตโทษด้วยซ้าย จิรวัฒน์ มัครมย์ เปิดไปให้ เดบิด โรเชล่า ขึ้นโหม่งที่เสาแรกแต่บอลหลุดเสาไปแบบได้ลุ้น

ถัดมาอีก 5 นาทียังเป็นโอกาสของ ทีมเยือน คาเมโล กอนซาเลซ ได้สับไกลหน้ากรอบเขตโทษด้วยขวาบอลหลุดเสาไปนิดเดียว ช่วงท้ายครึ่งแรกทีมเยือนมีโอกาสอีกครั้งจากการยิงฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษของ ธีราทร บุญมาทัน บอลโค้งผ่านกำแพงแต่ไปตรงตัว บัญชา ยิ้มช้อย รับไว้ได้ หลังจากนั้นผู้ตัดสินก็เป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน อ่างทอง เอฟซี กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังทำอะไรกันไม่ได้เสมอกัน 0-0

เริ่มครึ่งหลังเกมยังเป็นแชมป์เก่าที่ครองบอลบุกใส่เจ้าบ้านได้เป็นส่วนใหญ่ แต่โอกาสยิงประตูก็ยังสร้างได้ไม่มากนัก และนาทีที่ 53 ศตวรรษ มั่นประสิทธิ์ หลุดเข้าไปยิงในกรอบเขตโทษแต่ยังไม่ผ่านการป้องกันของ ศิวรักษ์ ที่รับไว้ ได้

และแล้วนาทีที่ 54 ก็มีประตูแรกของเกมจนได้จากจังหวะที่ สุเชาว์ นุชนุ่ม หลุดไปสุดเส้นด้านขวาก่อนตบมาในกรอบเขตโทษ คาเมโล กอนซาเลซ วิ่งมาแปด้วยขวากลางประตู บัญชา พยายามจะล้มตัวรับแต่บอลลอดแขนเข้าไปให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกมานำ 1-0

ทีมเยือนดีใจได้ไม่นานนาทีที่ 60 แฟนบอลเจ้าบ้านได้เฮลั่นสนามบ้างเมื่อได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่ มณฑล พลนอก ลากบอลเลาะริมเส้นด้านซ้ายก่อนหักเข้ากลางซัดด้วยขวาระยะ 25 หลาบอลเสียบใต้คานเข้าไปอย่างสวย งาม อ่างทอง เอฟซี ตามตีเสมอ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็น 1-1

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พยายามลุยแหลกเพื่อเอาประตูขึ้นนำอีกครั้ง และก็มีโอกาสหลายครั้งแต่ยังไม่ผ่านแนวรับ อ่างทอง เอฟซี ที่ช่วยกันต้านทานอย่างเหนียวแน่น และเจ้าบ้านก็มีโอกาสโต้กลับเล่นงานเช่นกัน แต่ก็ไม่มีฝ่ายใดทำประตูที่ สามได้ทำให้ผ่าน 80 นาทีสกอร์ยัง 1-1 ช่วง 10 นาทีสุดท้ายเจ้าบ้านหันมาเปิดเกมแลกกับทีมเยือน แต่โอกาสยิงประตูยังเป็นแชมป์เก่าที่สร้างได้มากกว่า แต่เกมบุกยังไม่เฉียบคมพอทำให้จบ 90 นาทีเสมอกัน 1-1 ต้องเล่นในช่วงต่อเวลาอีกครึ่งละ 15 นาที ช่วงต่อเวลาพิเศษทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้

ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษโดย 5 คนแรกของทั้งสองทีมยิงเข้าไปทั้งหมด ต่อถึงซัดเดนเดธ และคนที่ 6 ของอ่างทองพลาดก่อนที่ เลอันโดร ตอร์เรส จะซัดเข้าไปให้ บุรีรัมย์ ชนะช่วงดวลจุดโทษ 6-5 รวมในเวลาแชมป์เก่าเข้ารอบด้วยสกอร์ 7-6

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

อ่างทอง เอฟซี : บัญชา ยิ้มช้อย(GK), จัตตุพล สิทธิเลาะ , ไซจิ กาเนโกะ , อานิสง เจริญธรรม , สุระศักดิ์ ประจูทรัพย์ , อนุชา สุกใส , มณฑล พลนอก , ศตวรรษ มั่นประสิทธิ์(กาเปรียล โอบาโตล่า น.59) ,กมล โพธิ์ทอง , กิตติพงศ์ มูลพงษ์(อิบราฮิม คูลิบาลี่ น.40) , คำแพง สายวุฒิ

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน(GK) , อนาวิน จูจีน , เดบิด โรเชล่า , ประทุม ชูทอง(ชาริล ชัปปุยส์ น.60) , ชิติพัทธ์ แทนกลาง , ธีราทร บุญมาทัน , จิรวัฒน์ มัครมย์ , จักรพันธ์ แก้วพรม , สุเชาว์ นุชนุ่ม , คาเมโล กอนซาเลซ , เจย์ ซิมป์สัน(เลอันโดร ตอร์เรส น.79)