ทวงจ่าฝูง! เรือเหนือชั้นเปิดบ้านอัดปราสาทพัง 4-0

เรือใบสีฟ้ากลับมาโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมอีกครั้งหลังเปิดเอติฮัต สเตเดียมถล่มคริสตัล พาเลซไปขาดลอย 4-0 ขยับไปอยู่อันดับหนึ่งของตารางเป็นการชั่วคราว

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ วันี้เปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นจากนัดล่าสุดถึงห้าตำแหน่ง โดยกุนซือมานูเอล เปเยกรินีตัดสินใจดร็อปเอายาย่า ตูเร่ไว้เป็นตัวสำรองแล้วส่งเอาฟาเบียน เดลฟ์ลงมาคุมเกมในแดนกลางร่วมกับดาบิด ซิลบาและเฟอร์นานโด แดนหน้าได้กุน อเกวโร่นำทัพล่าสกอร์โดยให้โอกาสเคเลชิ อิ เฮียนาโชยืนขนาบข้างรว่มกับเควิน เดอ บรอยน์ ส่วนทางด้านคริสตัล พาเลซ มีการเปลียนแปลงเพียงคนเดียวโดยอลัน พาร์ดิวเลือกส่งคอนนอร์ วิคแฮมลงล่าตาข่ายแทนที่ บาการี ซาโก้

เริ่มเกมมาเพียงสองนาที ทีมเยือนน่าได้ประตูขึ้นนำสุดๆ จากการเปิดเข้าไปของวิคแฮมจากทางซ้าย เข้าศรีษะของเดลานีย์เต็มๆ แต่ลูกโหม่งไปติดเซฟของโจ ฮาร์ทป้องกันไว้ได้หวุดหวิด แมนฯ ซิตี้เกือบโดนขึ้นนำเร็ว

ผ่านไป 15 นาทีเกมของพาเลซยังคงดูดีกว่าเจ้าบ้านโดยเฉพาะการโต้กลับเร็วที่สร้างปัญหาให้กองหลังของทีมเรือใบสีฟ้าไม่น้อยทีเดียว ทั้งความเร็วของซาฮาและความแข็งแกร่งของคอนนอร์ วิคแฮม

อย่างไรก็ตาม ประตูตีขึ้นนำของเจ้าบ้านก็เกิดขึ้นก่อนในนาทีที่ 22 จากจังหวะลากบอลจากทางฝั่งขวาของสนามของฟาเบียน เดลฟ์ ก่อนยิงไกลด้วยเท้าซ้ายระยะมากกว่า 30 หลา บอลพุ่งเร็ยดเบียดเสาแรกแฉลบปลายมือของเฮนเนสซีย์เข้าไปอย่างสวยงามให้ทีมขึ้นนำ 1-0

โอกาสของทีมเยือนเกิดขึ้นอีกครั้งจากการยิงฟรีคิกนอกรอบเขตโทษของกาบายในนาทีที่ 32 บอลลอยโค้งข้ามกำแพงกำลังจะเสียบเสาไกลแต่ยังคงเป็นฮาร์ทที่พุ่งสุดตัวเซฟไว้ได้อีกครั้ง

แมนฯ ซิตี้มาได้ประตูที่สองในนาทีที่ 41 จากการยิงของอเกวโร่ที่รับบอลย้อนคืนมาจากอิเฮียนาโชตรงบริเวณด้านซ้ายของกรอบเขตโทษก่อนจะปั่นด้ยขวาบอลไปแฉลบศรีษะของสก็อตต์ แดนน์ เปลี่ยนทางหนีมือของนายทวารทีมเยือนจะป้องกันได้ให้เรือใบนำห่างเป็น 2-0

จากนั้นผู้ตัดสินเป่าหมดเวลาครึ่งแรก ลูกทีมของเปเยกรินีกุมความได้เปรียบไว้ได้อย่างมากจากสองประตูที่ทำได้ ทำให้ช่วงครึ่งเวลาหลังน่าจะเล่นได้ง่ายขึ้น

ครึ่งหลังไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นจากทั้งสองทีม โดยหิมะเริ่มตกหนักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ดี อาการบาดเจ็บมาเกิดขึ้นกับอเล็กซานเดอร์ โคลารอฟในช่วงเวลานาทีที่ 50 ของเกมจนต้องเปลี่ยนเอากาแอล กลิชีมามาประจำการทางฝั่งแบ็คซ้ายแทน

ให้หลังมาอีก 7 นาที เปเยกรินีตัดสินใจส่งเอายาย่า ตูเร่ลงเล่นแทนอิเฮียนาโช โดยหัวงใช้ความนิ่งของดาวเตะไอวอรี โคสต์มาคุมเกมในแดนกลางให้แน่นขึ้นหลังจากโดนพาเลซเร่งเกมเข้าใส่อย่างหนักตั้งแต่เริ่มช่วง 45 นาทีหลัง

เกมรุกของทีมเยือนยังน่ากลัวอย่างต่อเนื่อง นาทีที่ 64 โจเอล วอร์ดมีโอกาสได้ยิงด้วยเท้าซ้ายหลังตเมขึ้นมาทำชิ่งกับซาฮา แต่วางเท้าไม่ดีเท่าไรบอลพุ่งหลุดกรอบออกไป

ถึงเกมจะไม่หวือหวาแต่คุณภาพของเกมรุกอย่างมีอยู่เต็มประสิทธิภาพเหมือนเดิม แมนฯ ซิตี้มาได้ประตูที่สามในนาทีที่ 68 จากการไหลบอลออกข้างของตูเร่ให้เดอ บรอยน์ก่อนจะไหลเข้ามาหน้าประตูให้อเกวโร่แปนิ่มๆ เข้าไปอย่างไปง่ายดาย เจ้าบ้านนำห่าง 3-0

ประตูที่ 4 ของเจ้าบ้านมาเกิดขึ้นในนาทีที่ 83 จากการโต้กลับที่ตูเร่เปิดให้อเกวโร่จิ้มบอลผ่านกองหลังตัวสุดท้ายของทีมเยือนหลุดเดี่ยวไปดวลกับเฮนเนสซีย์ แต่กองหน้าอาเจนไตน์ใจกว้างล็อคบอลกลับก่อนเปิดให้ซิลบาที่วิ่งเติมขึ้นมาจับบอลหนึ่งจังหวะก่อนยิงเข้าไปอย่างง่ายดาย สามแต้มเป็นของเจ้าบ้านเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วยสกอร์ 4-0 แล้ว

หลังจากนั้นไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกมแมนเชสเตอร์ ซิตี้เอาชนะคริสตัล พาเลซไปได้ไม่ยากเย็น 4-0 กลับขึ้นไปเป็นจ่าฝูงชั่วคราวด้วยแต้ม 43 คะแนน แต่ผลต่างประตูได้เสียดีกว่าอาร์เซนอล ส่วนทางด้านทีมเยือนอยู่ที่ 9 ของตารางด้วยการมี 31 คะแนน