ตีหัวไม่เข้าบ้าน! อัซซูรียันไม่อยู่ก่อนโดนสิงโตไล่เจ๊า 1-1

ทัพอัซซูรีที่ได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งแรก ทว่ารักษาสกอร์นำไว้ไม่ได้ตลอดรอดฝั่ง เมื่อถูกสำรองทีเด็ดจากไก่เดือยทองอย่าง แอนดรอส ทาวน์เซนด์ ซัดประตูตีเสมอสุดสวยช่วงท้ายเกม

ฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติ ประจำคืนวันอังคารที่ 31 มีนาคม 2558 ณ สนามยูเวนตุส สเตเดียม ระหว่าง อิตาลี แชมป์โลก 4 สมัย ปัจจุบันรั้งอันดับ 10 ของฟีฟ่าแร้งกิ้ง เปิดบ้านรับมือ อังกฤษ อดีตแชมป์โลก 1 สมัยในปี 1966 และปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ 17 ของฟีฟ่าแร้งกิ้ง

อันโตนิโอ คอนเต้ เทรนเนอร์เจ้าถิ่น จัดทีมผสมผสานระหว่างผู้เล่นตัวหลักและสำรอง โดยผู้รักษาประตูกลับมาใช้จอมเก๋าอย่าง จานลุยจิ บุฟฟอน อีกครั้ง ขณะที่แดนหน้า เปิดโอกาสให้ เอแดร์ แข้งสัญชาติบราซิลที่สวมบทฮีโร่ ซัดประตูตีเสมอในเกมยูโร 2016 รอบคัดเลือกกับ บัลแกเรีย 2-2 ลงยืนเป็นกองหน้าตัวจริงคู่กับ กราเซียโน เปลเล

ด้านสิงโตคำรามของกุนซือ รอย ฮอดจ์สัน ตัดสินใจส่ง แฮร์รี เคน ดาวยิงฟอร์มแรงจาก ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส ลงประเดิมตัวจริงเกมแรกทันที พร้อมรับบทบาทหน้าเป้า โดยมี เวย์น รูนีย์, ธีโอ วัลคอตต์, ฟาเบียน เดลฟ์ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน คอยเติมเกมสนับสนุนอยู่ด้านหลัง

เปิดฉากมาเพียง 10 นาที อิตาลีได้โอกาสทักทายแบบจะๆก่อน จากจังหวะที่ โรแบร์โต้ โซเรียโน ลากตัดจากฝั่งซ้ายเข้ากลาง ก่อนจ่ายออกไปทางขวาให้ มาร์โก ปาโรโล แต่งบอลหนึ่งจังหวะ ก่อนซัดไซร้ก้อนด้วยขวาเต็มข้อกว่า 30 หลา ทิศทางบอลกำลังจะมุดเสียบใต้คานอยู่แล้ว ทว่า โจ ฮาร์ท ยังปฏิกิรยาไวลอยตัวปัดออกหลังไปได้แบบหวุดหวิด

จากนั้น นาทีที่ 16 อิตาลีได้ลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะที่ มัตเตโอ ดาเมียง พาบอลกระชากหลุดเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนปาดเลียดเข้าใน แต่ ฟิล จากีลก้า ยังสกัดออกหลังได้ทันก่อนที่บอลจะไปถึง เอแดร์

นาทีที่ 20 สิงโตคำรามเริ่มเปิดฉากทักทายบ้าง และเกือบเป็นประตูขึ้นนำทันที เมื่อ ฟาเบียน เดลฟ์ ตั้งป้อมเปิดโค้งจากฝั่งซ้ายเข้าไปในเขตโทษเสาไกลให้ แฮร์รี เคน ขึ้นโขกเน้นๆ แต่ถูกกองหลังอิตาลีเคลียร์ไปเข้าทาง เวย์น รูนีย์ เอี้ยวตัววอลเลย์สวนด้วยขวาตูมเดียวนอกกรอบ บอลกระดอนพื้นแฉลบหัวแนวรับเจ้าถิ่นพุ่งไปชนคานอย่างจัง

แต่แล้วนาทีที่ 28 กลายเป็นกองเชียร์อัซซูรี่ที่ได้ลุกขึ้นเฮกันก่อน เมื่อ จอร์จิโอ คิเอลลินี โยนโค้งจากฝั่งซ้ายเข้ามาในกรอบเขตโทษให้ กราเซียโน เปลเล เทคตัวโขกเช็ดบางๆ ส่งบอลพุ่งเสียบเสาไกลเข้าประตูไปอย่างสุดสวย ช่วยให้อิตาลีขึ้นนำ 1-0

จากนั้นรูปเกมของทั้งสองทีมก็ดูตื้อๆไป และทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ ก่อนจบครึ่งแรก อิตาลียังรักษาสกอร์นำอยู่ที่ 1-0

กลับมาเล่นในครึ่งหลัง รอย ฮอดจ์สัน ปรับทัพ 1 ตำแหน่ง โดยถอด นาธาเนียล ไคลน์ ฟูลแบ็คจากเซาแธมป์ตันออกไปพัก แล้วจัดการส่ง ไคล์ วอล์กเกอร์ แบ็คขวาจาก ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส ลงเล่นแทน

แต่เริ่มครึ่งหลังมาเพียง 4 นาที กลายเป็นอิตาลีที่เกือบได้ประตูที่สอง จากจังหวะที่ โรแบร์โต้ โซเรียโน ลากตัดจากฝั่งซ้ายเข้ากลาง ก่อนแทงทะลุช่องเข้าไปในเขตโทษให้ เอแดร์ แตะหนีตัวประกบก่อนยิงด้วยซ้ายติดเซฟ โจ ฮาร์ท บอลกระดอนออกไปเข้าทาง กราเซียโน เปลเล ซ้ำจากนอกกรอบ เฉี่ยวเสาแรกออกหลังไป

นาทีที่ 52 อังกฤษเกือบได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะที่ แฮร์รี เคน พยายามข้ามบอลหลอก ทว่าบอลไปถูกกองหลังเจ้าถิ่นสกัดมาเข้าทาง เคน อีกครั้ง ก่อนแตะหาช่องและบรรจงกดเลียดนอกเขตโทษ ส่งบอลพุ่งเข้าข้างตาข่ายเสาแรกออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

ถัดมาเพียง 2 นาที อังกฤษได้โอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง จากจังหวะที่ เวย์น รูนีย์ แตะทะลุช่องเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้ายโล่งๆให้ คีแรน กิ๊บบ์ส เติมขึ้นมาแปเลียดด้วยซ้ายเข้าข้างตาข่าย ยังเป็นอังกฤษที่แทบพับสนามบุกอยู่ข้างเดียว

และในนาทีที่ 71 พวกเขาน่าได้ประตูตีเสมอจริงๆ จากจังหวะที่ คีแรน กิ๊บบ์ส โยนยาวจากกลางสนามขึ้นหน้าให้ เวย์น รูนีย์ ดูดบอลแต่งเข้าไปในเขตโทษ ก่อนกดด้วยขวาเต็มข้อ ทว่า จานลุยจิ บุฟฟอน ยังคงเหนียวหนึบพุ่งปัดออกไปได้แบบหวุดหวิด

กระทั่งนาทีที่ 79 แฟนบอลสิงโตคำรามก็มาได้เฮกันสมใจ เมื่อ แอนดรอส ทาวน์เซนด์ ตัวสำรองที่เพิ่งลงสนามมาก่อนหน้านี้เพียง 8 นาที รับบอลบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนยึกหลอกหนีตัวประกบและกดด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งโค้งหนีมือ จานลุยจิ บุฟฟอน เสียบเสาเข้าไปอย่างงดงาม ช่วยให้อังกฤษตามตีเสมอเป็น 1-1

จากนั้นทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม อิตาลี เปิดบ้านยันเสมอกับ อังกฤษ ไป 1-1 โดยโปรแกรมนัดถัดไป อิตาลี มีคิวบุก ไปเยือน โครเอเซีย เพื่อแย่งจ่าฝูงกลุ่ม H ในศึกยูโร 2016 รอบคัดเลือก ในวันที่ 13 มิถุนายน 2015 ส่วน อังกฤษ เตรียมบุกไปอุ่นเครื่องกับ ไอร์แลนด์ วันที่ 7 มิถุนายน 2015 โดยยังไม่ได้ระบุเวลาอย่างเป็นทางการ

Topics