TPL Preview : สัปดาห์ที่ 11 (เสาร์ที่ 3 เมษายน 2557)

ศึกโตโยต้า ไทย พรีเมียร์ลีก วันเสาร์นี้มีเตะกันถึง 4 คู่ โดยไฮไลท์จะไปอยู่ที่คู่สุดท้ายที่ทีมน้องใหม่ฟอร์มแรงอย่างสิงห์ท่าเรือจะเปิดบ้านรับมือทีมยักษ์หลับอย่างฉลามชล


ไปที่คู่แรกที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ทีมพลังเอ็ม โอสถสภา เอ็ม 150 สระบุรี ทีมอันดับ 7 เตรียมเปิดบ้านรับมือ ทีมพลังเพลิง ปตท.ระยอง ทีมอันดับ 18 ในเวลา 18.00 น. ถ่ายทอดสดทาง True Sport 2 และ ช่อง True4u

ทีมเจ้าถิ่นของเฉลิมวุฒิ สง่าพลทำผลงานในช่วงหลังได้ดีมากหลังไม่แพ้ใครมาแล้ว 7 นัดติดต่อกัน โดยแบ่งเป็นชนะ 3 เสมอ 4 เกมนี้ถือว่าพวกเขาอยู่ในสภาพพร้อมสมบูรณ์เลยก็ว่าได้โดยคาดว่าแนวรุกน่าจะเป็นเจ้าทู ชนานันท์ ป้อมบุบผาที่พร้อมยืนเป็นกองหน้าคู่กับอารอน ดา ซิลวา ส่วนแดนกลางน่าจะเป็นแอนโธนี โคเมน็องที่กำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

ด้านทีมเยือนของปีเตอร์ วิธกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่หลังไม่ชนะใครเลยใน 7 เกมหลังสุด และสามนัดที่ผ่านมาพวกเขาก็แพ้รวดจนต้องมากองอยู่ในโซนสีแดง เกมนี้คาดว่าอดีตนายใหญ่ทีมชาติไทยน่าจะพยายามจัดชุดที่ดีที่สุดลงสนามเพื่อรักษาเก้าอี้ของตัวเองให้ แต่พวกเขาจะไม่มีธงชัย กึนขุนทดที่ติดโทษแบน แต่นักเตะรายอื่นๆยังอยู่กันครบทั้งรูโฟ ซานเชซ, อดิศักดิ์ ศรีกำปังรวมถึง อีฟส์ เดสมาเรตส์

ไปที่คู่ที่สองที่สนามกองทัพบก ทีมสุภาพบุรุษวงจักร อาร์มี ยูไนเต็ดทีมอันดับ 6 เตรียมเปิดสนามรับมือกับทีมที่ใช้สนามร่วมกันอย่างปลาทูคะนอง จีเอสอี สมุทรสงคราม ทีมอันดับ 19 ในเวลา 19.00 น.ถ่ายทอดสดทาง True Sport HD2

ทีมเจ้าถิ่นของแมตต์ เอลเลียต ถือว่าทำผลงานได้ดีในช่วงหลังเนื่องจากสามนัดหลังสุดพวกเขาไม่แพ้ใครเลยและแบ่งเป็นชัยชนะสองนัดอีกด้วย เกมนี้คาดว่า พวกเขาน่าจะจัดผู้เล่นชุดใหญ่เพื่อหวังจะเก็บสามแต้มไต่ขึ้นไปอยู่ท็อปไฟว์ให้ได้ คาดว่านักเตะอย่าง เอร์เนสโต ภูมิภา, ธนากรณ์ แดงทองรวมถึงมาซาฮิโตะ โนโตะน่าจะได้ลงสนามกันพร้อมหน้า

ด้านทีมเยือนของโค้ชไพบูลย์ เลิศวิมลรัตน์ ยังเริ่มทำผลงานได้ดีขึ้นเล็กน้อยโดยเกมล่าสุดถือว่าพวกเขาทำได้ดีแต่ก็ต้องพ่ายต่อจ่าฝูงฟอร์มแรงอย่างเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดไป โดยคาดว่านักเตะที่ทำสองประตูในเกมนั้นอย่าง ซามูเอล อาจายี น่าจะได้โอกาสลงมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง ส่วนแดนหลังน่าจะไว้ใจโคเน เซย์ดูและกีย์ ฮูแบร์ต่อไป

คู่ที่สามไปที่สนามทีโอที สเตเดี้ยม ทัพฮัลโหล ทีโอที เอสซี ทีมอันดับ 4 เตรียมเปิดสนามรับการมาเยือนของราชันมังกร ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ทีมอันดับ 8 ในเวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทาง True Sport 6

ทีมเจ้าถิ่นของสมชาย ทรัพย์เพิ่มกลายเป็นทีมม้ามืดที่น่าจับตามองหลังคว้าชัยสามเกมรวดจนทำให้พวกเขาผงาดขึ้นมาอยู่ด้านบนของตาราง แต่เกมนี้พวกเขาจะมีปัญหาเล็กน้อยหลังจะขาดฮาร์ดแมนพันธุ์ดุอย่างนพพล ผลอุดมที่ติดโทษแบน แต่คาดว่านักเตะรายอื่นน่าจะพร้อมทำหน้าที่แทนทั้งทาคาฮิโร คาวามูระ, ประกิต ดีพร้อมและจิรณัฐ นนทเกษ

ด้านทีมเยือนริคาร์โด้ โรดริเกซ ฟอร์มหล่นไปจริงหลังไม่ชนะใครติดต่อกันมาสี่นัดจนต้องร่วงมาอยู่โซนกลางตารางแล้ว เกมนี้ถือว่าพวกเขาอยู่ในสภาพสมบูรณ์จริงๆ หลังตัวหลักชาวต่างชาติน่าจะอยู่กันพร้อมทั้งในรายชองดั๊กลาส การ์โดโซ, เฮแบร์ตี้ เฟร์นานเดซแต่ยังต้องรอเช็คความฟิตของเก็งกิ นางาซาโตะ

ไปที่คู่สุดท้ายที่สนามแพท สเตเดี้ยม สิงห์เจ้าท่า สิงห์ท่าเรือทีมอันดับ 3 เตรียมเปิดสนามรับการมาเยือนของทัพฉลามชล ชลบุรี เอฟซี ทีมอันดับ 5 ในเวลา 20.00 น. ถ่ายทอดสดทาง True Sport 2

ทีมเจ้าถิ่นของโค้ชโอ่ง ดุสิต เฉลิมแสนเพิ่งโดนเพื่อนตำรวจถล่มมาถึง 3-0 และล่าสุดก็เพิ่งตกรอบโตโยต้า ลีก คัพ และสภาพทีมตอนนี้ถือว่าพิการจริงเนื่องจากจะไม่มีทั้งฮิโรโนริ ซารูตะและเกียรติเจริญ เรืองปานที่ติดโทษแบน รวมถึงเลอันโดร โอลิเวียราดาวซัลโวตัวเก่งที่มีอาการบาดเจ็บ และนอกจากนี้ชนินทร์ แซ่เอียะและเกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ยังหมดสิทธิ์ลงเล่นเนื่องจากติดกฎยืมตัว และยังต้องเช็คความฟิตของทั้ง ลี ซัง โฮและรังสฤทธิ์ สุทธิสาอีก คาดว่าเกมนี้โค้ชโอ่งจำเป็นต้องส่งฝากความหวังไว้ที่คีย์แมนที่เหลืออยู่ทั้ง วรุตน์ สัพโส,จู ซุง ฮวาน, เธียร์รี ฟิตจูและวัชระ มหาวงศ์

ด้านทีมฉลามชลของมาซาฮิโร วาดะ เพิ่งสะกดคำว่าแพ้เป็นเมื่อสัปดาห์ก่อนหลังบุกไปพ่ายบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดมาเกมนี้ถือว่าพวกเขามีปัญหาในแนวรุกเล็กน้อยหลังติอาโก้ คุนญาได้รับบาดเจ็บ แต่คนอื่นถือว่าอยู่กันพร้อมน่าและคาดว่าเกมนี้ ไฮเม บรากัญชาที่ทำได้ดีเมื่อเกมกลางสัปดาห์น่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงคู่กับพิภพ อ่อนโม้ ส่วนแดนกลางทั้งคาซูโตะ คูชิดะและอดุล หละโสะน่าจะพร้อมลงสนาม