TPL Preview : สัปดาห์ที่ 13 (เสาร์ที่ 17 พฤษภาคม 2557)

นอกเหนือจากไทยแลนด์กลาซิโกแล้วยังมีอีกสี่คู่ในวันเสาร์ โดยคู่ที่น่าสนใจก็คือการที่ทีมจ่าฝูงอย่างมังกรไฟต้องยกพลไปเยือนทีมของมิก้า ลอนน์สตรอมในคู่สุดท้าย


ไปที่คู่แรกที่สนามศรีนครลำดวน ทีมกูปรีอันตราย ศรีสะเกษ เอฟซี ทีมอันดับ 14 เตรียมเปิดสนามรับการมาเยือนของ ทีมช้างศึกยุทธหัตถี สุพรรณบุรี เอฟซี ทีมอันดับ 9 ในเวลา 18.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง True4U

ทีมเจ้าถิ่นของพนิพล เกิดแย้ม ยังทำผลงานได้ไม่สม่ำเสมอเท่าไหร่นักหลังพวกเขาเก็บชัยชนะสลับกับแพ้มาตลอด 4 เกมหลังสุดเกมนี้ พวกเขาน่าจะไม่มี พิเชษฐ์ อินทร์บาง ที่มีอาการบาดเจ็บรวมถึง เทรุคาซุ ทานากะ ที่ติดโทษแบน แต่คาดว่านักเตะรายอื่นๆยังอยู่กันพร้อมทั้งโจ้ห้าหลา ศรายุทธ ชัยคำดีที่เพิ่งเหมาสองประตูให้ทีมเก็บชัยชนะเมื่อสัปดาห์ก่อน จับคู่กับธาตรี สีหาในแดนหน้าส่วนตัวสนับสนุนน่าจะเป็นดาวิด บาล่า

ด้านทีมเยือนยังไม่เทรนเนอร์คนใหม่หลังดันมาโน โพลกิ้งขึ้นไปเป็นประธานเทคนิคเรียบร้อยแล้ว โดยผลงานของพวกเขาในช่วงที่ผ่านมาถือว่าดีในระดับหนึ่งหลังไม่แพ้ใครมาแล้วใน 5 เกมหลังสุดแต่เกมนี้พวกเขาจะไม่มี เดชา สอาดโฉมที่ติดโทษแบน รวมถึงดราแกน บอสโควิชที่ใกล้กลับมาลงสนามได้อีกครั้ง แต่คาดว่านักเตะรายอื่นๆน่าจะพร้อมลงสนาม โดยคาดว่าโรเบิร์ต คัลเลนที่ยิงประตูมาสองนัดติดแล้วน่าจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริง โดยมีบียอร์น ลินเดมันน์และจักรพันธ์ พรใสคอยสนับสนุนในแดนกลาง

ไปที่คู่ที่สองที่สนาม แพท สเตเดี้ยม สิงห์เจ้าท่า สิงห์ท่าเรือ ทีมอันดับ 5 เตรียมเปิดสนามรับการมาเยือน อินทรีทัพฟ้า แอร์ฟอร์ซ เซนทรัล เอฟซี ทีมอันดับที่ 20 ในเวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทาง True Sport 7

ทีมเจ้าถิ่นของโค้ชโอ่ง ดุสิต เฉลิมแสนทำผลงานได้ไม่ดีนักในช่วงที่ผ่านมาหลังไม่ชนะใครเลยในสามเกมหลังสุดจนอันดับรูดลงมาเรื่อยๆ โดยเกมนี้พวกเขาจะยังขาด ลี ซัง โฮ ที่ติดโทษแบนรวมถึง สุรเดช เสาไธสง อีกราย ในขณะที่ เลอันโดร โอลิเวียรา ยังต้องพักอีกยาว ในขณะที่ เธียร์รี ฟิตจู ต้องไปรับใช้ชาติ แต่ข่าวดีเล็กน้อยคือพวกเขาได้ตัว ฮิโรโนริ ซารูตะ กลับมาผนึกกำลังในเกมรุกกับ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, จู ซุง ฮวานและ อำไพ มุธาพร ส่วนแดนกลางเป็นหน้านี้ของเกียรติเจริญ เรืองปานที่จะขับเคลื่อนเกมกับวรุตน์ สัพโส

ด้านทีมเยือนยังคงไม่ผู้จัดการทีมในเกมนี้ และผลงานที่ผ่านมาก็ถือว่าย่ำแย่หลังผ่านมา 12 นัดยังไม่ชนะใครเลย เกมนี้ถือว่าพวกเขาอยู่ในสภาพฟูลทีมเนื่องจากไม่มีนักเตะติดโทษแบนหรือมีอาการบาดเจ็บ คาดว่าแดนหน้าน่าจะเป็น ลี ทัค ที่ได้จับคู่กับ คาอุสซี เยา เช่นเคย

ไปที่คู่ที่สามที่สนามไทย ญี่ปุ่น ดินแดง แข้งเทพ แบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 16 เตรียมเปิดสนามรับการมาเยือนของกว่างโซ้งมหาภัย เชียงราย ยูไนเต็ดทีมอันดับ 8 ในเวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทาง True Sport 6

เจ้าถิ่นของโค้ชวัง ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ทำผลงานในเกมเหย้าได้อย่างยอดเยี่ยมหลังชนะมาได้ในสองเกมหลังสุด แม้ผลในการเป็นทีมเยือนจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ในเกมนี้พวกเขาจะไม่มี คาลิฟา ซิสเซ ที่ติดโทษแบน รวมถึง พิศาล ดอกไม้แก้ว นายทวารมือหนึ่งที่ยังมีอาการบาดเจ็บ ในขณะที่ ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์มีสิทธิ์กลับมาจับคู่กับ คิม ยู จิน ในแนวรับ ส่วนในแดนกลางน่าจะเป็น วิทยา หมัดหลำ ที่จับคู่กับ วิชะยา เดชมิตร ขณะที่แดนหน้า โรแม็ง กาสมี น่าจะได้ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าโดยมี เอกชัย สำเร และ เลอันโดร ตาตู คอยทำเกมรุกขนาบข้าง

ไปที่ทีมเยือนของโค้ชโจ ธีรศักดิ์ โพธิ์อ้น กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มดีหลังชนะมาสองเกมติด จนทยานขึ้นไปอยู่อันดับ 8 เกมนี้ ถือว่าพวกเขาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ โดยแดนหน้าคาดว่าสามประสานอย่างเลอันโดร อัสซัมเซา, เรนาน มาร์เกวซและโชคลาก นิลแสง โดยมี พิชิตพงษ์ เฉยฉิว และ พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ คอยทำเกมสนับสนุนเช่นเคย

คู่สุดท้ายไปที่สนามมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์รังสิต สุภาพบุรุษตราโล่ เพื่อนตำรวจ ทีมอันดับ 15 เตรียมเปิดสนามรับการมาเยือนของจ่าฝูงมังกรไฟ บีอีซี เทโรศาสน ในเวลา 20.00 น. ถ่ายทอดสดทาง True Sport 2

ทีมเจ้าถิ่นของ มิก้า ลอนน์สตรอม ทำผลงานได้ไม่สม่ำเสมอเท่าไหร่หลังแพ้สลับกับชนะมาโดยตลอด แต่ตอนนี้ทีมก็โผล่ขึ้นมาพ้นโซนสีแดงแล้วเกมนี้คาดว่า ผู้เล่นฟอร์มฮ็อตอย่าง ธนา ชะนะบุตร ที่ยิงไปถึง 4 ประตูจากสามเกมหลังสุดและน่าจะได้จับคู่กับ มิเชล เมอร์ซี โดยมี โนริฮิโร นิชิ และ ปกเกล้า อนันต์ คอยทำเกมสนับสนุน

ด้านทีมเยือนของ โชเซ บอร์จิส ถือว่าทำผลงานได้ดีมากหลังยังไม่แพ้ใครเลยตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา เกมนี้พวกเขาถือว่ามีปัญหาพอสมควรหลังมีนักเตะบาดเจ็บมากมายทั้ง ชนาธิป สรงกระสินธ์, อานนท์ สันหมาดและยังต้องเช็คความฟิตของ จอร์จี้ เวลคัม และ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ก็ติดโทษแบนลงสนามเกมนี้ไม่ได้ คาดว่าในเกมนี้พวกเขาน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงพอสมควรโดยกองหน้าตัวเปาน่าจะเป็นจตุรงค์ พิมพ์คูณ ปีกสองข้างเป็นโช ชิโมจิ, กิลเบิร์ต คูมสัน นฤพล อารมณ์สวะขับเคลื่อนแดนกลางร่วมกับ รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค