TPL Preview : สัปดาห์ที่ 19 (อาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน 2557)

เกมสุดท้ายของเลกแรกเดินทางมาถึงแล้ว และแชมป์ครึ่งทางไทยพรีเมียร์ลีกปีนี้จะเป็นใครระหว่างกิเลนผยองหรือมังกรไฟเชิญติดตามความพร้อมของทั้งสองทีมได้ที่นี่


โอสถสภาฯ สระบุรี – อาร์มี่ ยูไนเต็ด
เริ่มที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 18.00 น. โอสถสภา สระบุรี อันดับ 13 ของตาราง เปิดบ้านพบกับ อาร์มี่ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 8 ของตาราง ยิงสดทาง True Sport 2

เจ้าถิ่นนิวัฒน์ วงษ์อารี แม้จะประเดิมขัดตาทัพได้อย่างเซอร์ไพรส์หลังสัปดาห์ที่ผ่านมาพาทีมบุกไปเสมอกิเลนผยองมา 2-2 แต่ผลงานรวม 5 นัดหลังสุดยังไม่ชนะใคร และจะขาด คัพฟ้า บุญมาตุ่น ที่ติดโทษแบน ทว่าแกนหลักรายอื่นยังอยู่กันครบทั้ง ณรงค์ จันทร์เสวก และ ชนานันท์ ป้อมบุบผา พร้อมกับ อารอน ดา ซิลวา ฮีโร่เกมที่แล้วน่าจะออกสตาร์ทเป็นตัวจริง

ด้านทีมเยือนผลงาน 4 นัดหลังสุดยังไม่ชนะใครและเกมนี้ แมตต์ เอลเลียต กุนซือใหญ่จะหมดสิทธิ์สั่งการข้างสนามเมื่อติดโทษแบน 2 นัด เช่นเดียวกับ สุพจน์ วงษ์หอย แบ็คขวาของทีม ทว่าขุมกำลังหลักรายอื่นยังอยู่กันพร้อมหน้าโดยเฉพาะแนวรุก ราฟาเอล บ็อตติ , มงคล ทศไกร และ ธนากรณ์ แดงทอง

บีอีซี เทโรศาสน – เชียงราย ยูไนเต็ด

คู่ที่สองสนามเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บีอีซี เทโรศาสน รองจ่าฝูงของตาราง เปิดรังรับการมาเยือนของ เชียงราย ยูไนเต็ด อันดับ 6 ของตาราง ยิงสดทาง True 4U

มังกรไฟไร้พ่ายของ โชเซ่ อัลเวส บอร์จีส พึ่งบุกไปเสมอกระต่ายแก้วมา 0-0 ในศึกลีกคัพรอบ 8 ทีมนัดแรกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา แต่จะขาด รังสรรค์ วิวัฒนัชัยโชค หัวใจสำคัญของทีมที่ติดโทษแบน อย่างไรก็ตามเกมนี้หากชนะจะขึ้นไปรั้งจ่าฝูงชั่วคราวกดดันกิเลนผยองก่อนและความหวังสูงสุดคงตกอยู่ที่ จอร์จี้ เวลคัม และ โช ชิโมจิ ที่สามเกมหลังสุดใส่สกอร์ได้ทุกนัด

ฝั่งเชียงราย ยูไนเต็ดของ ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น สัปดาห์ที่ผ่านมาพลาดคว้าสามคะแนนในบ้านอย่างเหลือเชื่อหลังถูกราชันมังกรไล่ตีเสมอ 3-3 ส่งผลให้สามเกมหลังสุดเสียประตูทุกนัด ทว่าเกมนี้ไม่มีปัญหาในการจัดทัพและคาดว่าพวกเขาจะใช้ผู้เล่นที่มีความเร็วต่อกรกับเจ้าถิ่นโดยมี เรนาน มาร์เกวส และ เลอันโดร อันซัมเซา เป็นตัวทีเด็ด

ราชุบรี มิตรผล เอฟซี – จีเอสอี สมุทรสงคราม

คู่ที่สามดาร์บี้แห่งลุ่มแม่น้ำกลองที่สนามกีฬากลาง จ.ราชบุรี เวลา 19.00 ราชบุรี มิตรผล เอฟซี อันดับ 9 ของตาราง เปิดบ้านดวลกับ จีเอสอี สมุทรสงคราม เอฟซี บ๊วยของตาราง ยิงสดทาง True Sport 6

ลูกทีม ริคาร์โด้ โรดริเกซ กลับมาโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงอีกครั้งหลังล่าสุดพึ่งเปิดบ้านอัดพลังเพลิง 3-1 ในศึกลีกคัพรอบ 8 ทีมนัดแรก อีกทั้งผลงานในลีก 5 นัดหลังสุดยังไม่แพ้ใคร และแม้จะขาด ชุมพล บัวงาม ที่ติดโทษแบน แต่จะได้ รัตนะ เพชรอาภรณ์ กลับมาผนึกกำลังร่วมกับแนวรุกฝีเท้าจัดจ้านของทีมทั้ง ใหญ่ นิลวงศ์ , ดั๊กลาส การ์โดโซ่ และ เฮแบร์ตี้ เฟร์นานเดช

ขณะที่ทีมเยือนของโค้ชไพบูลย์ เลิศวิมลรัตน์ แม้ล่าสุดจะเปิดบ้านพังท้ายเกมให้กับสงขลา ยูไนเต็ด 0-1 ทว่าผลงานเกมเยือนกลับตรงกันข้ามเมื่อ 3 นัดหลังสุดคว้าชัยชนะไปถึงสอง อีกทั้งแกนหลักยังสมบูรณ์ทุกรายไม่ว่าจะเป็น ยูซูเกะ คาโตะ , ซารีฟ สายนุ้ย และความหวังสูงสุดอย่าง อาจายี่ เบงกา

แบงค็อก ยูไนเต็ด – เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
คู่ที่สี่มากันสนามไทย ญี่ปุ่น-ดินแดง เวลา 19.00 น. แบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 15 ของตาราง เปิดบ้านทำศึกกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จ่าฝูงของตาราง ยิงสดทาง True Sport HD2

เจ้าถิ่น ธวัชชัย ดำรองอ่องตระกูล จะปิดฉากคุมทีมเป็นเกมสุดท้ายก่อนจะกลับไปรับงานที่เมน สเตเดี้ยม อีกครั้งในเลกสอง และต้องกุมขมับในการจัดทัพทันทีเมื่อ โรแม็ง กาสมี ดันติดโทษแบน อย่างไรก็ตามพวกเขาก็น่าจะส่งผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนามทั้ง วิทยา หมัดหลำ , พลวัฒน์ ปิ่นกอง และเอกชัย สำเร

กิเลนผยองของโค้ชพล ชมชื่น แม้ว่าจะพึ่งบุกไปเสมอกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 0-0 ในยกแรกของศึกลีกคัพ รอบ 8 ทีมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา แต่ผลงาน 3 เกมหลังสุดในลีกก็เก็บชัยชนะไปได้เกมเดียว และมาริโอ ยูรอฟกี้ที่ได้พักในเกมเจ๊าปราสาทจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงร่วมกับ ดัสกร ทองเหลา และ ธีรศิลป์ แดงดา เพื่อพาต้นสังกัดปิดฉากเลกแรกด้วยคำว่าแชมป์

ทีโอที เอสซี – ชลบุรี เอฟซี

ปิดท้ายเลกแรกกันที่สนาม ทีโอที สเตเดี้ยม เวลา 20.00 น. ทีโอที เอสซี ทีมอันดับ 11 ของตาราง เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ชลบุรี เอฟซี อันดับ 5 ของตาราง

ฮัลโหลของสมชาย ทรัพย์เพิ่ม ทำผลงานในเดือนที่ผ่านมาได้ไม่ดีเท่าไหร่หลังไม่ชนะใครเลย หนำซ้ำสัปดาห์ที่ผ่านมายังบุกไปพ่ายปราสาทสายฟ้าเละเทะ 3-0 แต่เกมนี้จะไร้กังวลเมื่อไม่มีปัญหาในการจัดทัพและตัวหลักพร้อมลงสนามกันครบทั้ง ลี จุน กิ , นพพล ผลอุดม และ ประกิต ดีพร้อม โดยคาดว่า โคเน่ โมฮาเหม็ด จะได้ยืนค้ำในแดนหน้า

มาซาฮิโร่ วาดะ กำลังเผชิญกลับแรงกดดันอย่างหนักหลังที่ผ่านมาพาทีมทำผลงานไม่สู้ดีจนหล่นมาอยู่อันดับ 5 ของตาราง และจะขาดสองแนวรับสำคัญที่ติดโทษแบนทั้ง สุทธินันท์ พุกหอม และ ชลทิตย์ จันทคาม แต่ข่าวดีจะได้ พิภพ อ่อนโม้ ดาวยิงตัวเก่งกลับมาลงสนามร่วมกับ คาซูโตะ คูชิดะ และฮีโร่เกมที่แล้ว นูรูล ศรียานเก็ม โดยเซอร์ไพรส์อาจมีชื่อของ ติอาโก้ คุนญ่า บนม้านั่งสำรอง