TPL Preview : สัปดาห์ที่ 33 (พุธ ที่15 ตุลาคม 2557)

หลังเอเชียนเกมส์จบลงได้เวลาเข้าสู่ช่วงโค้งมรณะของไทยพรีเมียร์ลีก ความพร้อมทั้ง 10 คู่จะเป็นเช่นไร มาเช็คไปกับเรา!

อาร์มี่ ยูไนเต็ด – ชลบุรี เอฟซี

เริ่มกันที่เวลา 18.00 น. ที่สนามกีฬากองทัพบก อาร์มี่ ยูไนเต็ด อันดับ 8 เปิดบ้านทำศึกหนักกับรองจ่าฝูงอย่าง ชลบุรี เอฟซี ถ่ายทอดสดทาง True Sport 2 ซึ่งเลกแรกฉลามชลชนะไปก่อน 1-0
ทัพวงจักรก่อนพักเบรกเอเชียนเกมส์ฟอร์มกำลังคึกสุดๆหลังบุกไปเจ๊าจ่าฝูงอย่างปราสาทสายฟ้าถึงถิ่นมา 1-1 หนำซ้ำพวกเขายังไม่มีปัญหาในการจัดทัพอีกทั้งยังได้ โกรัน เยอร์โควิช สลัดอาการบาดเจ็บกลับมาเป็นตัวเลือกในแดนหน้าร่วมกับ ธนากรณ์ แดงทอง , ชัยณรงค์ ทาทอง และ เดนนิช บุชเชนนิ่ง พร้อมจอมทัพคนเก่ง ราฟาเอล บ๊อตติ รวมถึงสองตัวรุกริมเส้นทั้ง เออร์เนสโต้ ภูมิภา และ มงคล ทศไกร

ขณะที่ฉลามชลของมาซาฮิโร่ วาดะ ห้วงเวลานี้ผลงานต้องบอกว่าหากไม่แกร่งจริงยากที่จะต่อกรหลังล่าสุดพึ่งผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเอฟเอคัพและที่สำคัญพวกเขายังไร้กังวลในการจัดทัพเพราะ คาซูโตะ คูชิดะ ที่เจ็บไปก่อนหน้านี้ก็กลับมาอยู่ในสภาพความฟิตที่สมบูรณ์พร้อมจับคู่แดนกลางร่วมกับ อดุล หละโสะ ส่วนสามแนวรุกเป็น เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ , นูรูล ศรียานเก็ม , ชูเลียโน่ มิเนโร่ โดยมี ติอาโก้ คุนญ่า ดาวยิงตัวเก่งเป็นความหวังสูงสุด

ชัยนาท ฮอร์นบิล – เชียงราย ยูไนเต็ด

คู่ที่สองเวลา 18.00 น. ที่เขาพลอง สเตเดี้ยม ชัยนาท ฮอร์นบิล อันดับ เปิดสนามรับการมาเยือนของ เชียงราย ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 7 ถ่ายทอดสดทาง True Sport 7 ซึ่งเลกแรกกว่างโซ้งชนะไป 3-2
นกใหญ่พิฆาตล่าสุดก่อนหน้านี้ออกไปพ่ายพลังเพลิงมา 2-0 แต่เกมนี้นอกเหนือจากไม่มีปัญหาในการจัดทัพแล้วยังได้สองแข้งตัวเก่งอย่าง สุรเชษฐ์ งามทิพย์ และ ภานุวัฒน์ ไฟไหล สลัดอาการบาดเจ็บกลับมาลุ้นลงสนามร่วมกับแกนหลักอย่าง สุมัญญา ปุริสาย , อาทิตย์ สุนทรพิธ และ ภานวุฒน์ จินตะ รวมถึง บอร์เช่ มาเนฟกี้ และ จูเลส บราก้า ที่จะยืนค้ำแดนหน้าโดยมี ภูวดล สุวรรณชาติ เป็นตัวสอดแทรก

ลูกทีมของธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น อาจเสียขวัญเล็กน้อยหลังล่าสุดพ่ายกระต่ายในศึกเอฟเอคัพรอบรองชนะเลิศมาทว่าพวกเขาจะได้ พิชิตพงษ์ เฉยฉิว กัปตันคนเก่งคัมแบ็คกลับมาเป็นหัวใจแดนกลางอีกครั้งอย่างไรก็ตามความหวังการถล่มประตูคงฝากไว้ที่สามผสานแนวรุกอย่าง โชคลาภ นิลแสง , เลอันโดร อัสซัมเซา และ เรนาน มาร์เกวซ โดยมี เฟอร์นันโด เฟอร์ไรร่า บัญชาการเกมรับ

ศรีสะเกษ เอฟซี – บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

คู่ที่สามเวลา 18.00 น. เป็นศึกดาร์บี้แมตซ์แห่งอีสานใต้ ที่ศรีนครลำดวน ศรีสะเกษ เอฟซี อันดับ 13 เปิดสนามพบกับแชมป์เก่าและจ่าฝูง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถ่ายทอดสดทาง True Sport 6 ซึ่งเลกแรกเซราะกราวทุบชนะ 2-0
กูปรีอันตรายล่าสุดออกไปพ่ายช้างศึกยุทธหัตถีมา 2-0 และสภาพทีมช่วงนี้ก็มีปัญหาพอสมควรเมื่อจะไม่มี ลูคัส ดาเนี่ยล นายด่านมือหนึ่งที่ถูกยกเลิกสัญญาหนำซ้ำ เอกพันธ์ จันดากรณ์ ยังติดโทษแบนรวมถึงต้องรอเช็คสภาพความฟิตของ จักรพงษ์ สมบูรณ์ และ ธาตรี สีหา อย่างไรก็ตามพวกเขายังมี ศรายุทธ ชัยคำดี ยืนเป็นตัวชูโรงแดนหน้าพร้อมขนาบข้างด้วยแข้งอนาคตไกลทั้ง สันติราษฏร์ เวียงอินทร์ และ ณัฐวุมิ คำรินทร์ โดย ประภาส กอบแก้ว น่าจะเบียด ภูษิต พงษ์สุระ เฝ้าเสาในเกมนี้

ปราสาทสายฟ้าล่าสุดพึ่งเสียขวัญหลังพ่ายมังกรไฟในนัดชิงชนะเลิศลีกคัพมา 2-0 และแม้ว่า อเล็กซานเดอร์ กามา จะได้ คาร์เมโล่ กอนซาเลส พ้นโทษแบนกลับมารวมถึง ธีราทร บุญมาทัน , ดาบิด โรเชล่า และ สุรัตน์ สุขะ แต่พวกเขาก็จะไม่มี ประทุม ชูทอง และ สุเชาวน์ นุชนุ่ม ที่มีอาการบาดเจ็บทำให้ความหวังสูงสุดคงฝากไว้ที่ปลายสตั๊ดของ อดิศักดิ์ ไกรษร และ ฆาเบียร์ ปาติณโญ่ โดยมี จักรพันธ์ แก้วพรม และ ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา เป็นตัวทำเกม

สงขลา ยูไนเต็ด – บีอีซี เทโรศาสน

คู่ที่สี่ล่องใต้มาที่สนามกีฬาติณสูลานนท์ เวลา 18.00 น. สงขลา ยูไนเต็ด รองบ๊วยของตาราง เปิดบ้านพบกับ บีอีซี เทโรศาสน ทีมอันดับ 3 ถ่ายทอดสดทาง Thaithai (358) ซึ่งเลกแรกมังกรไฟเชือดไป 2-0
วัวชนแดนใต้สถานการณ์ 6 นัดสุดท้ายค่อนข้างกดดันสุดๆและก่อนหน้านี้ก็ออกไปพ่ายราชันมังกรมา 1-0 ทำให้ต่อจากนี้หากหวังรอดจกชั้นต้องมีแต้มทุกนัดและเกมนี้ยังดีที่พวกเขาไม่มีปัญหาในการจัดทัพและแน่นอนว่า เคน วินเซนต์ ดาวยิงตัวเก่งน่าจะได้รับโอกาสออสตาร์ทเป็นตัวจริงก่อน มาซูเฟร เอญปี พร้อมหน่วยสนับสนุนทั้ง มานพ สอนแก้ว , เอกชัย นุ้ยขาว และ เรนาน ดา ซิลวา โดยมี ไชยรัตน์ หมัดศิริ ดูแลแดนกลาง

มังกรไฟห้วงเวลานี้ถือว่ากำลังใจมาเต็มเปี่ยมหลังล่าสุดคว้าแชมป์แรกรอบ12ปีด้วยการโค่นบุรีรัมย์ 2-0 ในศึกโตโยต้าลีกคัพ แต่เช่นเคยพวกเขาจะไม่มี กิลเบิร์ต คุมสัน ที่บาดเจ็บทั้งฤดูกาลนี้ทว่าแนวรุกรายอื่นยังอยู่กันครบทั้ง ชนาธิป สรงกระสินธิ์ , โช ชิโมจิ , ออตมาน เยลลีลาฮีน รวมถึงสองกองหน้าที่ต้องแย่งกันลงสนามอย่าง ราโดเมียร์ ลาโดวิช และ จอร์จี้ เวลคัม ขณะที่ รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค และ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ที่ฟอร์มกำลังขึ้นหิ้งจะขับเคลื่อนแดนกลาง

แบงค็อก ยูไนเต็ด – สมุทรสงคราม เอฟซี

คู่ที่ห้าขยับมาที่เวลา 19.00 น. ที่สนามกีฬไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง แบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 11 เปิดบ้านพบกับ สมุทรสงคราม เอฟซี บ๊วยของตาราง ถ่ายทอดสดทาง True Sport HD2 ซึ่งเลกแรกแม่กลองพ่ายไป 0-2
แข้งเทพของมาโน่ โพลกิ้ง ห้วงเวลานี้ยังคลำฟอร์มเก่งก่อนหน้านี้ไม่เจอเมื่อล่าสุดออกไปถูกเชียงรายถล่มมา 3-0 ทำให้ 5 เกมแล้วที่สะกดคำว่าชนะไม่เป็น หนำซ้ำยังเผชิญปัญหาใหญ่หลัง วิทยา หมัดหลำ และโรแม็ง กัสมี่ ดันติดโทษแบนทำให้บทบาทดังกล่าวอาจตกเป็นของ มิลอส โบกูโนวิช ที่จะลงมาคอยสร้างสรรค์เกมรุกร่วมกับ วิชะยา เดชมิตร , เลอันโดร ตาตู และ สมปอง สอเหลบ ที่รับบทเป็นกองหน้าตัวเป้า

ปลาทูคะนองชั่วโมงนี้ไม่เพียงแต่ตกชั้นเป็นทีมแรกไปแล้วสภาพทีมพวกเขายังถือว่าย่ำแย่สุดๆเมื่อจะไม่มีกองหน้าธรรมชาติถึง 3 รายไล่ตั้งแต่ ซารีฟ สายนุ้ย ที่ติดโทษแบน มิลเลี่ยน ปาสกาล ที่ถูกปล่อยออกจากทีมรวมถึง ซามูเอล อาจายี่ ที่ถูกยกเลิกสัญญาทำให้ภาระการจบสกอร์น่าจะใช้ กีย์ ฮูแบร์ เป็นหัวหอกจำเป็นพร้อมแดนกลางอย่าง ยูซูเกะ คาโตะ และ ภีมวิทธิ์ ทองนิธีโรจน์ โดยมี คิม แต ยุน บัญชาการเกมรับ

โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี – สุพรรณบุรี เอฟซี

คู่ที่หกเวลา 19.00 น. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี ทีมอันดับ 12 เปิดรังเหย้าชั่วคราวพบกับ สุพรรณบุรี เอฟซี ทีมอันดับ 6 ถ่ายทอดสดทาง True Sport 5 ซึ่งเลกแรกช้างศึกยุทธหัตถีชนะไปก่อน 3-1
พลังเอ็มของ สเตฟาโน่ คูกูร่า ก่อนหน้านี้ออกไปเรียกฟอร์มเก่งด้วยการเอาชนะปลาทูคะนองมา 2-0 ทว่าปัญหาใหญ่ที่เผชิญคือจะไม่มี ชนานันท์ ป้อมบุบผา ดาวยิงตัวเก่งที่บาดเจ็บจากเอเชียนเกมส์จนหมดสิทธิ์ช่วยทีมทั้งฤดูกาล อย่างไรก็ตามตำแหน่งอีกยังพร้อมลงสนามครบครันไม่ว่าจะเป็นแดนกลางทั้ง ณรงค์ จันทร์เสวก และ อภิภู สุนทรพนาเวศ รวมถึงแนวรุกฝีเท้าจัดจ้านอย่าง อองโตนี่ โคเมนัน , อารอน ดา ซิลวา และ แทงจินี่ ชิเปา

ช้างศึกยุทธหัตถีล่าสุดพึ่งชอกช้ำใจด้วยการถูกฉลามชลเขี่ยตกรอบเอฟเอคัพรอบรองชนะเลิศแต่พวกเขาจะได้ พลวัฒน์ วังฆะฮาด แบ็คขวาตัวหลักพ้นโทษแบนกลับมาลุ้นลงสนามร่วมกับ บียอร์น ลินเดมันด์ จอมทัพคนเก่ง ชาริล ชัปปุยส์ , จุง เมียง โอห์ และ จักรพันธ์ พรใส โดยมี เซอร์จิโอ้ ฟาน ไดจ์ค ที่น่าจะเบียด ดียุฟ บีรัม ออกสตาร์ทเป็นกองหน้าตัวเป้า

เพื่อนตำรวจ – บางกอกกล๊าส เอฟซี

คู่ที่เจ็ด เวลา 19.00 น. ณ เมน สเตเดี้ยม เพื่อนตำรวจ ทีมอันดับ 16 เปิดสนามธรรมศาสตร์ รังสิต ดวลกับ บางกอกกล๊าส เอฟซี อันดับ 9 ถ่ายทอดสดทาง True Sport HD3 ซึ่งเลกแรกโปลิศบุกชนะไป 2-1
อรรถพล บุษปาคม จะได้คุมทัพลงเผชิญหน้าทีมเก่าเช่นเดียวกับดาวยิงคนสำคัญอย่าง ธีรเทพ วิโนทัย ทว่าสถานการณ์เวลานี้สุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้นไม่พอยังต้องหมดสิทธิ์ใช้บริการสองแนวรับอย่าง อดุลย์ หมื่นสมาน และ วุฒิศักดิ์ มณีสุข หนำซ้ำยังต้องรอเช็คสภาพความฟิต ปกเกล้า อนันต์ จอมทัพคนเก่ง อย่างไรก็ตามความหวังสูงสุดคงฝากไว้ที่แนวรุกอย่าง ภิญโญ อินพินิจ , ปกรณ์ เปรมภักดิ์ และ มิคาเอล เมอร์ซี่ โดยมี ดาโน่ เซียก้า ดูแลแดนกลาง

กระต่ายแก้วของอนุรักษ์ ศรีเกิด ล่าสุดพึ่งผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศลีกคัพทว่ากลับต้องปวดหัวในการจัดทัพเมื่อ ชาตรี ฉิมทะเล และ ปิยะชาติ ถามะพันธ์ ยังมีอาการบาดเจ็บแต่ก็จะได้ สุวรรณภัทร์ กิ่งแก้ว พ้นโทษแบนกลับมาลงสนามร่วมกับแกนหลักคนอื่นๆอย่าง ภูริทัต จาริกานนท์ , วสันต์ ฮมแสน , ศุภเสกข์ ไก่แก้ว , บดินทร์ ผาลา พร้อมแนวรุกทีเด็ดอย่าง ลาซาลัส คาอิมบี้ , ดาร์โก้ ทาเซฟสกี้ และ บลาเช่ อิจิลอสกี้

ทีโอที เอสซี – ปตท.ระยอง

คู่ที่แปด เวลา 19.00 น. ที่สนามทีโอที สเตเดี้ยม ทีโอที เอสซี อันดับ 14 เปิดบ้านทำศึกหนีตกชั้นกับ ปตท.ระยอง ทีมอันดับ 17 ถ่ายทอดสดทาง Hayha (352) ซึ่งเลกแรกเจ๊ากันไป 1-1
ลูกทีมของสมชาย ทรัพย์เพิ่ม ช่วงที่ผ่านมาอาจตกอยู่ในสภาพที่จิตใจที่ไม่ดีนักแต่เวลานี้บอร์ดบริหารของทีมยืนยันแล้วว่าหากรอดตกชั้นสโมสรจะยืนหยัดต่อไปในฤดูกาลแน่นอน ขณะเดียวกันขุมกำลังแม้จะขาด วิชาญ นันทะศรี ที่ติดโทษแบนแต่ก็ได้แนวรับคนสำคัญอย่าง ลี จุน กิ สลัดอาการบาดเจ็บกลับมาหัวใจในแผงหลังพร้อมแดนกลางที่ต่างฟิตสมบูรณ์ทั้ง วีรวงศ์ เล็กสุนทร , ทาคาฮิโร่ คาวามูระ , นพผล ผลอุดม รวมถึง ประกิต ดีพร้อม และสองหัวหอกอย่าง อเล็กซ์ รูเอล่า และ โคเน่ โมฮาเหม็ด

พลังเพลิงนับตั้งแต่ อ.พยงค์ ขุนเณร เข้ามาคุมทัพถือว่าฟอร์มดีขึ้นมากและก่อนหน้านี้ก็ทุบเอาชนะนกใหญ่พิฆาตมา 2-0 แต่จะหมดสิทธ์ใช้งาน อมาดู อ๊อตตาร่า แนวรุกตัวเก่งที่ติดโทษแบนรวมถึง เดชา สร้างดี ที่ยังมีอาการบาดเจ็บทำให้กองหน้าอย่าง พิเชษฐ์ อินทร์บาง และ กีรติ เขียวสมบัติ น่าจะทำงานหนักมากกว่าเดิมร่วมกับแดนกลางทั้ง ณรงค์ชัย วชิรบาล , อมร ธรรมนาม และ ราฟาเอล เวลลิงตัน

แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี – เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

ขยับมาที่คู่ดึกเวลา 20.00 น. ที่สนามกีฬาธูปะเตมีย์ แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี อันดับ 18 เปิดบ้านรับมือ เอสซีจี เมืองทองฯ ทีมอันดับ 4 ของตาราง ถ่ายทอดสดทาง True Sport 2 ซึ่งเลกแรกกิเลนผยองชนะไป 3-1
อินทรีทัพฟ้าก่อนหน้านี้ล่าสุดเปิดบ้านทำได้แค่เจ๊ากับสิงห์ท่าเรือมา 1-1 ส่งผลให้สถานการณ์หนีตกชั้นของทีมลำบากเต็มที หนำซ้ำ สะสม พบประเสริฐ ยังติดภารกิจคุมทัพยู-19 อย่างไรก็ตามความหวังสูงสุดคงหนีไม่พ้นแนวรุกอย่าง เหยา เฮอร์แมน , ลี จิน โฮ และ ปัง ซุง ฮวาน โดยมี ภูวนาท แสงศรี และ ทศพล ยอดจันทร์ ทำเกมสนับสนุน รวมถึง ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ บัญชาการเกมรับเจอทีมเก่า

กิเลนผยองของดราแกน ทาลายิช กดดันพอสมควรกับเกมนี้หลังไม่มีทางเลือกนอกจะจากเอาชนะเท่านั้นหากหวังลุ้นแชมป์ต่อไปและพวกเขาก็มีข่าวดีทันเวลาเมื่อ มาริโอ ยูรอฟสกี้ น่าจะผ่านความฟิตกลับมาลงสนามร่วมสร้างสรรค์เกมรุกกับ ดัสกร ทองเหลา และ สารัช อยู่เย็น ตัดเกมตรงกลางพร้อมแนวรุกอย่าง มิลาน บูบาโล่ , วุฒิชัย ทาทอง โดยมี เคลตัน ซิลวา ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า และ คิม ดอง จิน จับคู่ปราการหลังตัวกลางกับ ทศพล ลาเทศ

สิงห์ท่าเรือ – ราชบุรี มิตรผล เอฟซี

ปิดท้ายกันที่เวลา 20.00 น. ที่แพท สเตเดี้ยม สิงห์ท่าเรือ ทีมอันดับ 10 เปิดบ้านพบกับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี อันดับ 5 ถ่ายทอดสดทาง True Sport 6 ซึ่งเลกแรกเสมอกัน 0-0
สิงห์ท่าเรือของดุสิต เฉลิมแสน แม้ก่อนหน้านี้ฟอร์มจะไม่สวยหลังออกไปเจ๊าอินทรีทัพฟ้ามา 1-1 ทว่าการลงเล่นในบ้านพวกเขาถือเป็นจุดแข็ง อีกทั้งยังไม่มีปัญหาในการจัดทัพและยังได้ เลอันโดรโอลิเวียร่า ดาวยิงคนสำคัญสลัดอาการบาดเจ็บกลับมาล่าตาข่ายพร้อมปีกตัวเก่ง ฮิโรโนริ ซารูตะ รวมถึงแดนกลางอย่าง เกียรติเจริญ เรืองปาน และ วรุตน์ สัพโส ขณะที่แนวรับมี ลี ซัง โฮ คอยบัญชา

ราชันมังกรชั่วโมงนี้ฟอร์มกำลังร้อนแรงสุดๆหลังก่อนหน้านี้เฉือนวัวชนแดนใต้มา 1-0 ทำให้ 5 เกมหลังสุดพวกเขายังไม่แพ้ใครแต่จะหมดสิทธิ์ใช้งาน ดักลาส คาร์โดโซ่ ที่ติดโทษแบนทำให้น่าจะขยับ เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดซ ดาวซัลโวของลีกคนปัจจุบันยืนเป็นกองหน้าพร้อมตัวสนับสนุนอย่าง เกงกิ นางาซาโตะ , ฆวน เกวโร่ รวมถึงแดนกลางคนสำคัญอย่าง รัตนะ เพชรอาภรณ์ และ ชุติพนธ์ ทองแท้