ตูเนซเกือบเฮ! เวเนฯสู้สุดใจพ่ายแซมบ้าหวิว 1-2 ส่งโคลอมเบียเข้าที่ 3

กองหลังไทยลีกของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดเกือบได้ไปโชว์เพลงแข้งในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเสียแล้ว แต่เวเนซูเอลาไล่เจ๊าบราซิลไม่ทัน ส่งผลให้ โคลอมเบีย คว้าโควต้าอันดับสามดีที่สุดลิ่วเข้ารอบไปโดยปริยาย

การแข่งขันฟุตบอลรายการ โคปา อเมริกา 2015 กลุ่มซี นัดสุดท้าย ณ สนามโมเมทัล ดาบิด อาเรโญ ระหว่าง บราซิล อดีตแชมป์ 8 สมัย พบ เวเนซูเอลา 

คาร์ลอส ดุงก้า เทรนเนอร์คู่บุญของขุนพลแซมบ้า หมดสิทธิ์ใช้งาน เนย์มาร์ จอมทัพกัปตันทีมที่โดนแบนยาว 4 เกมจากเหตุวุ่นวายในเกมนัดก่อน ที่พ่าย โคลอมเบีย ไป 1-0 ทำให้เกมนี้ ฟิลิปป์ คูตินโญ ได้โอกาสลงมาเล่นแทน เช่นเดียวกับ โรบินโญ อดีตแนวรุก เรอัล มาดริด ที่ได้ออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริงครั้งแรกเช่นกันในรายการนี้

ขณะที่ฝั่ง เวเนซูเอลา ของกุนซือ โนเอล ซานบิเซนเต้ หมดสิทธิ์ใชงานแข้งสำคัญ 1 รายเช่นกัน ได้แก่ เฟร์นานโด อโมเรบิเอต้า หลังติดโทษแบนจากการโดนใบแดงในเกมนัดก่อน ที่พ่าย เปรู หวุดหวิด 1-0 ทำให้ ออสวัลโด้ บิซคาร์รอนโด้ ได้โอกาสลงมาปักหลักเป็นปราการหลังตัวกลางคู่กับ อันเดรส ตูเนซ แนวรับจากสโมสรบุรรัมย์ ยูไนเต็ด แทน

เปิดฉากการแข่งขันมาได้เพียง 9 นาที พลพรรคเซเลเซามาทำประตูออกนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ โรบินโญ เปิดลูกเตะมุมทางฝั่งขวาเข้าไปตรงจุดนัดพบในกรอบเขตโทษให้ ติอาโก้ ซิลวา ที่เกมนีเสวมปลอกแขนกัปตันทีมแทน เนย์มาร์ กระโดดแปด้วยขวาเน้นๆ ส่งบอลแสกหน้า อลาอิน บาโรฆา เข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้บราซิลขึ้นนำ 1-0 

จากนั้นยังเป็นอดีตแชมป์โลก 5 สมัยที่เปิดเกมบุกเข้าใส่เวเนฯแทบจะฝ่ายเดียว แต่ยังเจาะแนวรับคู่แข่งเข้าไปทำประตูเพิ่มไม่ได้ ทำให้จบ 45 นาทีแรกบรายังคงนำอยู่ที่สกอร์ 1-0

กลับมาเล่นในครึ่งหลัง เวเนฯ ชิงแก้เกมก่อนทันที ด้วยการถอดเอา โรนัลด์ บาร์กาส กับ หลุยส์ ไซฆาส ออกไปพักที่ข้างสนามแล้วจัดการส่งสองแนวรุกอย่าง เซซาร์ กอนซาเลส กับ โจเซฟ มาร์ติเนซ ลงมาเล่นแทน

แต่แล้วเพียงนาทีที่ 51 กลับกลายเป็นฝั่งบราซิลที่มาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ วิลเลี่ยน โชว์พริ้วกระชากหนีตัวประกบหลุดเดี่ยวขึ้นมาทางริมเส้นฝั่งซา้ย ก่อนปาดไซร้ก้อยเข้าไปในเขตโทษให้ โรเบอร์โต้ เฟอร์มิโน ชาร์จโล่งๆในกรอบ 6 หลาเข้าไปไม่เหลือ 

จากนั้นแซมบ้าผ่อนเกม ทำให้เวเนฯมีโอกาสบุกขึ้นมาลุ้นประตูได้บ่อยครั้ง กระทั่งท้ายเกมนาทีที่ 84 พวกเขามาตามตีไข่แตกจนได้ จากจังหวะฟรีคิกระยะประมาณ 25 หลาเยื้องมาทางฝั่งขวา และเป็นเจ้าพ่อลูกนิ่งอย่าง ฮวน อรานโก้ รับหน้าที่สังหาร บอลไปติดเซฟ เจฟเฟอร์สัน พุ่งปัดไปชนเสาและมาเข้าทาง นิโคลัส เฟดอร์ ล้มตัวโหม่งซ้ำจ่อๆเข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้เวเนฯไล่มาเป็น 1-2 แต่ไม่ทัน 

จบเกม บราซิล เฉือนชนะ เวเนซูเอลา ไปแบบหวุดหวิด 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศในฐานะแชมป์กลุ่มซี โดยจะเข้าไปพบกับ ปารากวัย รองแชมป์จากกลุ่มบี ขณะที่ เวเนฯ ตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย หลังมี 3 คะแนน ตามหลังโควต้าอันดับสามที่ดีที่สุดที่ตกเป็นของ โคลอมเบีย เพียงคะแนนเดียวเท่านั้น