ว่าที่ดาวซัลโว! อเกวโรแฮตทริกพาเรืออัดคิวพีอาร์ตกชั้นอีกทีม 6-0

เอลกุนโชว์ฟอร์มสุดสะเด่าสมกับเป็นว่าที่ดาวซัลโวประจำฤดูกาลนี้ หลังเหมายิงสามประตูช่วยให้ซิตี้เปิดบ้านถล่มคิวพีอาร์ยับ 6-0 พร้อมส่งคู่แข่งร่วงลงไปเล่นในแชมเปี้ยนชิพเป็นที่เรียบร้อย

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 36 ณ สนามเอติฮัต สเตเดี้ยม ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูง เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส ทีมบ๊วยของตาราง

มานูเอล เปเยกรินี สมอเรือใหญ่ของเรือใบสีฟ้า ยังยึดผู้เล่นชุดเดิมจากเกมนัดก่อน ที่บุกเฉือน ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส 1-0 นำโดย โจ ฮาร์ท (ผู้รักษาประตู), เอเลียเควียม ม็องกาลา, พาโบล ซาบาเลต้า, เจมส์ มิลเนอร์, แฟรงก์ แลมพาร์ด, ดาบิด ซิลบา และ เซร์คิโอ อเกวโร โดยยังมีตัวทีเด็ดอย่าง ยาย่า ตูเร่ และ แว็งซองต์ กอมปานี กองหลังกัปตันที่เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บรอสแตนบายอยู่ที่ม้านั่งสำรอง

ด้านทีมเยือนของกุนซือ คริส แรมซีย์ ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากเก็บชัยชนะให้ได้สถานเดียว หากยังหวังอยู่รอดปลอดภัยบนลีกสูงสุดต่อไป โดยเกมนี้ฝากความหวังไว้กับสามประสานแนวรุกคนสำคัญอย่าง ลีรอย เฟอร์, บ็อบบี้ ซาโมรา และ ชาลี ออสติน

เปิดฉากเริ่มเกมมาไม่ถึง 4 นาที เป็นเจ้าบ้านอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มาได้ประตูออกนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ เซร์คิโอ อเกวโร โซโล่เดี่ยวจากกลางสนามเข้าไปในเขตโทษ ก่อนปั้มแย่งกับกองหลังคิวพาร์อา ทว่าบอลเป็นใจกระดอนมาเข้าทางหัวหอกทีมชาติอาร์เจนตินา ตามกระดกด้วยซ้ายข้ามตัว โรเบิร์ต กรีน เข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้ซิตี้ขึ้นนำ 1-0 พร้อมกับเป็นประตูที่ 23 ในลีกของเจ้าตัวซีซั่นนี้

ถัดมาในนาทีที่ 19 คิวพีอาร์พลาดโอกาสได้ประตูตีเสมอไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อ ยุน ซอก-ยอง ตัวรุกริมเส้นทีมชาติเกาหลีใต้ตั้งป้อมเปิดโค้งจากฝั่งซ้ายเข้าไปในเขตโทษให้ ชาลี ออสติน พุ่งโหม่งเสียบเสาแรกเข้าไปอย่างสุดสวย ทว่าผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้าไปเสียก่อน

นาทีที่ 23 เจ้าถิ่นเกือบบวกสกอร์เพิ่มได้อีก จากจังหวะการต่อบอลอันเหนือชั้น เริ่มจาก เฟอร์นันโด ทำชิ่งกับ ดาบิด ซิลบา ก่อนมาทำชิ่งกับ แฟรงก์ แลมพาร์ด อีกครั้ง จนหลุดเข้าไปล่อเป้าในเขตโทษฝั่งซ้าย ทว่าห้องเครื่องชาวบราซิเลี่ยนกลับตวัดด้วยซ้ายเข้าข้างตาข่ายไปอย่างน่าเสียดาย

กระทั่งนาทีที่ 32 ซิตี้มาบวกสกอร์เพิ่มได้สำเร็จ จากลูกฟรีคิกระยะประมาณ 25 หลาเยื้องไปทางฝั่งซ้าย และเป็นเจ้าพ่อลูกนิ่งประจำทีมอย่าง อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ รับหน้าที่ปั่นด้วยซ้ายข้างถนัด ส่งบอลพุ่งเสียบเสาแรกเข้าไปอย่างหมดจด ชนิดที่ โรเบิร์ต กรีน ยืนขาตายและทำได้เพียงแค่เซฟด้วยสายตา แชมป์เก่าหนีห่างเป็น 2-0

ถัดมาสามนาทีเจ้าถิ่นเกือบใส่สกอร์ได้อีก จากจังหวะที่ ดาบิด ซิลบา จ่ายทะลุช่องให้ เซร์คิโอ อเกวโร กระชากหนี ริชาร์ด ดันน์ เข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนตวัดหักข้อ แต่ถูก โรเบิร์ต กรีน ล้มตัวปัดสุดเหยียดส่งบอลออกหลังไป

2 นาทีต่อมา คิวพีอาร์น่าได้ประตูตีไข่แตกจริงๆ จากจังหวะที่ โจอี้ บาร์ตัน เปิดฟรีคิกจากฝั่งซ้ายให้เพื่อนร่วมทีมโหม่งชงเข้าไปในเขตโทษ และเป็น ลีรอย เฟอร์ สอดขึ้นมากระดกบอลข้ามหัว โจ ฮาร์ท ไปแล้วทว่าบอลเจ้ากรรมดันไปตกใส่คานอย่างจัง ก่อนกระดอนมาเข้าทาง บ็อบบี้ ซาโมรา โหม่งซ้ำดาบสองก็ยังเบาไปถูก ฮาร์ท วิ่งกลับมารับเข้าซองไว้ได้สบาย

จากนั้นทั้งคู่ทำอะไรเพิ่มไม่ได้ และเป็นเจ้าบ้านที่เหนือกว่าทุกกระบวนท่า โดยมีเปอร์เซ็นการครองบอลมากกว่าถึง 65-35% ก่อนจบ 45 นาทีแรก พวกเขายังนำอยู่ที่สกอร์ 2-0

กลับมาเล่นในครึ่งหลังได้ไม่นาน เพียงนาทีที่ 50 เจ้าถิ่นมาขยับสกอร์ทิ้งห่างเป็น 3-0 จากจังหวะโต้กลับเร็ว และเป็น ดาบิด ซิลบา ที่โชว์จ่ายคิลเลอร์พาสสุดงามจากแดนตัวเองขึ้นไปให้ เซร์คิโอ อเกวโร กระชากหลุดเดี่ยวโล่งๆจากกลางสนามเข้าไปดวลตัว-ตัวกับ โรเบิร์ต กรีน ก่อนเลือกแปสวนตัวนายด่านชาวผู้ดีเข้าไปอย่างเยือกเย็น

จากนั้นยังเป็นเจ้าบ้านที่โหมบุกกระหน่ำจนทีมเยือนแทบงอหัวไม่ขึ้น และในนาทีที่ 63 พวกเขาก็เกือบมาได้ประตูที่สี่ จากลูกฟรีคิกทางระยะประมาณ 23 หลาเยื้องไปทางฝงขวา และเป็น อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ เจ้าเก่ารับหน้าที่กดด้วยซ้ายเต็มข้อ แต่คราวนี้ถูก โรเบิร์ต กรีน พุ่งปัดออกไปได้อย่างหวุดหวิด

กระทั่งนาทีที่ 65 ซิตี้มาทำประตูที่สี่เพิ่มอีกจนได้ จากจังหวะที่ เจมส์ มิลเนอร์ ตั้งป้อมเปิดจากฝั่งขวาเข้าไปในเขตโทษ และเป็น แมตต์ ฟิลลิปส์ ผู้เล่นคิวพีอาร์ทะเล่อทะล่าวิ่งไปชน ดาบิด ซิลบา ล้มลงดื้อๆ ทำให้ผู้ตัดสินไม่มีทางเลือกชี้เป็นลูกจุดโทษทันที และเป็น เซร์คิโอ อเกวโร รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ซิตี้ทิ้งห่างเป็น 4-0 พร้อมกับเป็นแฮตทริกของ 'กุน' ในเกมนี้ด้วย

เท่านั้นไม่พอ นาทีที่ 70 เจ้าถิ่นมาได้ประตูที่ห้า จากจังหวะลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายที่ อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ บรรจงเปิดโค้งเข้าไปในเขตโทษให้ วิลเฟรด โบนี โหม่งชงไปเสาไกลให้ เซร์คิโอ อเกวโร เบิ้ลต่อเร็วเข้ากลางแบบไม่ต้องจับ และเป็น เจมส์ มิลเนอร์ เข้าฮอร์สระยะเผาขนเข้าไปไม่เหลือ แชมป์เก่าหนีห่างเป็น 5-0

ท้ายเกมนาทีที่ 87 เจ้าถิ่นมาได้ประตูตอกฝาโลง จากจังหวะที่ วิลเฟรด โบนี ตอกส้นเข้าไปในเขตโทษให้ ดาบิด ซิลบา โชว์ความสามารถเฉพาะตัวแตะหนี โรเบิร์ต กรีน ไปทางฝั่งขวา ก่อนตวัดยิงด้วยขวาเข้าไปอย่างเหนือชั้น

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านถล่ม คิวพีอาร์ ขาดลอย 6-0 ชนะเกมเหย้าในพรีเมียร์ลีก 6 นัดติดต่อกันแถมเป็นการชนะแบบไม่เสียประตูถึง 5 นัด เก็บเพิ่มเป็น 73 คะแนน นำ อาร์เซนอล อันดับ 3 อยู่ 3 คะแนน แต่แข่งมากกว่า 1 นัด