วินนี่ทำได้! จาไมก้ารวมใจโค่นอเมริกา 2-1 ฉลุยรอบชิงโกลคัพ

จาไมก้าของอดีตกุนซือทีมชาติไทยอย่าง วินฟรีด เชเฟอร์ สร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศครั้งแรก หลังหักปากกาเซียนเขี่ยเจ้าภาพตกรอบไปแบบสุดช็อค

การแข่งขันฟุตบอลรายการ คอนคาเคฟ โกลด์ คัพ 2015 รอบรองชนะเลิศ ที่สนามจอร์เจียโดม ณ เมืองแอตแลนตา ในรัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่าง สหรัฐฯ เจ้าภาพ พบ จาไมก้า ทีมอันดับ 76 ของฟีฟ่าแรงกิ้ง

เจอร์เกน คลินส์มันน์ เทรนเนอร์คนเก่งของสหรัฐฯ เปลี่ยนแปลงผู้เล่นเพียง 2 ตำแหน่งเท่านั้น จากเกมรอบก่อนรองฯ ที่ถล่มเอาชนะ คิวบา ขาดลอย 6-0 โดยถอดเอา ทิโมธี ชานด์เลอร์ กับ โอมาร์ กอนซาเลซ ออกไปพักที่ข้างสนาม แล้วจัดการส่ง แบรดด์ อีแวนส์ กับ จอหน์ บุ๊ค ลงมาเล่นแทน โดยที่แนวรุกยังฝากความหวังไว้กับ อารอน โยฮันสัน กับ คลินท์ เดมป์ซีย์ เช่นเคย

ขณะที่ฝั่ง จาไมก้า ของอดีตกุนซือทีมชาติไทยอย่าง วินฟรีด เชเฟอร์ มีข่าวดีเมื่อได้ เจ-วอห์น วัตสัน กับ ดาร์เรน ม็อตต็อคส์ สองผู้เล่นตัวหลักพ้นโทษแบนกลับมาลงสนามอีกครั้ง ทำให้ ไซมอน ดอว์กินส์ กับ โจเอล แกรนท์ ต้องหลุดไปอยู่ที่ม้านั่งสำรองโดยปริยาย ส่วนตำแหน่งอื่นยังยึดชุดเดิมจากเกมเฉือน เฮติ 1-0 นำโดย ไรอัน ธอมป์สัน (ผู้รักษาประตู), เวส มอร์แกน, โรดอล์ฟ ออสติน และ ไจลส์ บาร์นส

ต้นเกมทั้งสองทีมต่างเปิดเกมแลกกันอย่างสนุก กระทั่งนาทีที่ 31 กลายเป็น จาไมก้า ที่ทำช็อคแฟนบอลเจ้าภาพ ด้วยการได้ประตูออกนำไปก่อน จากจังหวะที่ เคมาร์ ลอว์เรนซ์ เปิดลูกฟรีคิกทางริมเส้นฝั่งซ้ายเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ ดาร์เรน ม็อตต็อคส์ โหม่งสะบัดเล่นทาง ส่งบอลพุ่งเช็ดเสาไกลฝั่งขวา ก่อนกระดอนมาชนฝั่งซ้ายและค่อยๆไหลเข้าประตูไป ช่วยให้จาไมก้าขึ้นนำ 1-0

ถัดมาเพียง 5 นาที จาไมก้ามาได้ฟรีคิกระยะประมาณ 22 หลาเยื้องไปทางฝั่งขวา และเป็น ไจลส์ บาร์นส หัวหอกตัวเก่งประจำทีม รับหน้าที่แปด้วยขวาเต็มข้อ ส่งบอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเสาแรกเข้าไปอย่างสุดสวย ช่วยให้จาไมก้าหนีห่างเป็น 2-0 และก็จบครึ่งเวลาแรกไปด้วยสกอร์นี้

กลับมาเล่นในครึ่งหลังได้เพียง 3 นาที จอร์เจียโดมเต็มไปด้วยเสียงเฮของกองเชียร์เจ้าภาพ เมื่อพวกเขามาได้ประตูตีไข่แตก จากลูกที่ อารอน โยฮันสัน พลิกตัวยิงด้วยขวาจากระยะประมาณ 25 หลา บอลพุ่งไปตรงตัว ไรอัน ธอมป์สัน ปัดออกมาเข้าทาง ไมเคิล แบรดลีย์ ตามซ้ำจ่อๆเข้าไปไม่เหลือ สหรัฐฯไล่มาเป็น 1-2 

จากนั้นนาทีที่ 51 เจ้าภาพเกือบมาตามตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะที่ ฟาเบียน จอห์นสัน ซัดฟรีคิกจากระยะ 25 หลา ไปติดเซฟของ ไรอัน ธอมป์สัน ปัดออกมาเข้าทาง อารอน โยฮันสัน ตามโหม่งซ้ำดาบสองหลุดเสาไกลออกไปอย่างน่าเสียดาย

แม้ช่วงเวลาที่เหลือยังเป็นสหรัฐฯที่โหมบุกหนักหวังทวงประตูตีเสมอให้ได้ แต่ก็ไม่สามารถเจาะผ่านแนวรับอันแข็งแกร็งของจาไมก้าเข้าไปพาบอลสู่ก้นตาข่ายได้เลย

จบเกม จาไมก้า พลิกล็อคเฉือนชนะ สหรัฐอเมริกา ไปอย่างสุดมัน 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยจะไปรอพบผู้ชนะระหว่าง เม็กซิโก หรือ ปานามา ในวันจันทร์ที่ 26 กรกฏาคมนี้ เวลา 06.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ส่วน อเมริกา อกหักไปรอชิงที่สามในวันอาทิตย์นี้ เวลา 03.00 น.