วุ่นนอกสนาม!! โครแอตยังแกร่งบุกเจ๊าอัซซูรี่สุดมัน 1-1 นำฝูงต่อ

ทีมตราหมากรุกยังโชว์ฟอร์มได้อย่างคงเส้นคงวา หลังบุกแบ่งแต้มกับอดีตแชมป์โลก 4 สมัยไปแบบเกือบชนะเสียด้วยซ้ำ ท่ามกลางความวุ่นวายของกองเชียร์ทีมเยือนจนทำให้เกมต้องหยุดไปราว 10 กว่านาที

อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือเจ้าถิ่น ปรับทัพถึง 4 ตำแหน่งจากเกมนัดบุกเฉือน มอลต้า 0-1 โดย เลโอนาร์โด โบนุชชี มีปัญหาติดโทษแบนจากการโดนใบแดงทำให้ไม่สามารถลงสนามได้แน่นอนอยู่แล้ว ส่วนอีกสามรายที่ถูกดร็อปไปพักที่ม้านั่งสำรองได้แก่ มาร์โก แวร์รัตติ, อเลสซานโดร ฟลอเรนซี และ กราเซียโน่ เปเล่ ขณะที่นักเตะที่ถูกส่งลงเล่นแทน ประกอบด้วย อันเดรีย ราน็อคเคีย, ดาเนียเล เด รอสซี, มัตเตีย เด ชิโญ และ ซิมิโอเน่ ซาซ่า

ด้าน นิโก้ โควัช เฮ้ดโค้ชของทีมตราหมากรุก เกมนี้ยกขุมกำลังมาเต็มสูบ นำโดย เวดราน ชอร์ลูก้า, ลูก้า โมดริช, อิวาน เปริซิช, อิวาน ราคิติช, อิวิก้า โอลิช และใช้ มาริโอ มานด์ซูคิช ยืนเป็นหน้าเป้าไล่ล่าตาข่ายเช่นเคย

เริ่มเกมมาได้เพียง 5 นาที เป็นฝั่งทีมเยือนโครเอเซียที่ได้โอกาสทักทายก่อน จากลูกที่ อิวาน ราคิติช ลองส่องไกลด้วยขวาเต็มข้อจากระยะประมาณ 30 หลา ทว่า จานลุยจิ บุฟฟอน ผู้รักษาประตูจอมเก๋าของอิตาลียังยืนตำแหน่งดีปัดบอลทิ้งออกหลังไปได้แบบสบายมือ

จากนั้นยังเป็นทีมเยือนที่ทำได้ค่อนข้างดีกว่า แต่ว่าในนาทีที่ 11 กลายเป็นเจ้าถิ่นที่มาได้ประตูออกนำไปก่อน จากลูกที่ ซิมิโอเน่ ซาซ่า ยิงจังหวะแรกไปติดบล็อคของกองหลังโครแอตก่อนบอลกระดอนมาเข้าทาง ซาซ่า อีกครั้งและบรรจงไหลย้อนหลังให้ อันโตนิโอ คันเดรวา วิ่งมากดด้ยขวาเต็มข้อ ส่งบอลพุ่งหนีมือ ดานิเยล ซูบาซิช นายด่านทีมเยือนเสียบเสาเข้าประตูไปอย่างสุดสวย ช่วยให้อิตาลีขึ้นนำ 1-0

แต่ถัดมาเพียง 4 นาที ทีมตราหมากรุกก็มาตีเสมอได้แบบทันควัน จากจังหวะที่ อิวาน ราคิติช ไหลไปทางริมเส้นฝั่งซ้ายให้ อิวาน เปริซิช โยกตัดเข้าไปในเขตโทษก่อนกดด้วยขวาเต็มข้อ บอลลอดตัว จานลุยจิ บุฟฟอน เข้าประตูไปอย่างหน้าตาเฉย โครเอเซียตามตีเสมอเป็น 1-1

นาทีที่ 28 โครเอเซียต้องมาเสียกำลังหลักอย่าง ลูก้า โมดริช ที่ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ นิโก้ โควัช ตัดสินใจส่ง มาเตโอ โควาชิซ มิดฟิลด์ดาวรุ่งจากสโมสร อินเตอร์ มิลาน ลงทำหน้าที่แทน

จากนั้นเป็นฝั่งโครเอเซียที่ครองบอลบุกได้มากกว่า จนกระทั่งช่วงทดเวลาบาดเจ็บ พวกเขาก็เกือบได้ประตูพลิกขึ้นนำ จากจังหวะลูกฟรีคิกระยะประมาณ 35 หลา และเป็น อิวาน ราคิติช รับหน้าที่โยนโด่งเข้าไปในเขตโทษให้ เวดราน ชอร์ลูก้า โขกเน้นๆเต็มศรีษะบอลจะเสียบเสาแรกอยู่แล้ว แต่ จานลุยจิ บุฟฟอน ผู้รักษาประตูจอมเก๋าของอิตาลียังปฏิกิริยาไวพุ่งปัดออกหลังไปได้แบบหวุดหวิด จบ 45 นาทีแรกทั้งคู่ยังเสมอกันอยู่ที่ 1-1

เริ่มครึ่งหลังมาไม่ถึงนาที เจ้าบ้านได้โอกาสลุ้นประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ ซิมิโอเน่ ซาซ่า กองหน้าตัวเก่งของซัสซูโอโล โซโล่เดี่ยวจากกลางสนามก่อนกดด้วยซ้ายเต็มข้อจากระยะประมาณ 25 หลา ทว่า ดานิเยล ซูบาซิช นายด่านทีมเยือนยังไม่พลาดคว้าเข้าซองไว้ได้แบบไม่มีกระฉอก

หลังจากนั้นช่วงครึ่งทางของครึ่งหลัง เกิดเหตุแฟนบอลทีมเยือนปาพลุดอกไม้ไฟลงมาในสนามรวมถึงบนอัฒจรรย์ด้วย สร้างความวุ่นวายให้กับเจ้าหน้าที่สนามรวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ต้องมาระงับเหตุอย่างเร่งด่วน ส่งผลให้กรรมการตัดสินใจเป่าหยุดเกมไปราวๆ 10 นาทีกว่า ก่อนกลับมาแข่งขันได้อย่างปกติ

ช่วงท้ายเกมในนาทีที่ 86 ทีมเยือนเกือบได้ประตูชัย จากจังหวะที่ อิวาน ราคิติช ป้ายทะลุช่องไปทางฝั่งซ้ายให้ อิวาน เปริซิช ลากหลุดเดี่ยวเข้าไปในเขตโทษ ก่อนบรรจงยิงหักข้อด้วยซ้ายบอลพุ่งผ่านเสาไกลออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

จบเกมโครเอเซียบุกยันเสมอกับอิตาลี 1-1 แบ่งกันไปทีมละหนึ่งคะแนน โดยตอนนี้ทั้งคู่มี 10 คะแนนเท่ากัน แต่ประตูได้เสียของโครเอเซียดีกว่า

Topics