ยังไม่สิ้นหวัง! ส.บอลเผยสมุทรสาครเทคซุปเปอร์ได้หาก AFC ไฟเขียว

โฆษกสมาคมกีฬาฟุตบอลชี้แจงทางสุดท้ายที่กลุ่มทุนสมุทรสาครจะเข้าเทคโอเวอร์ซุปเปอร์พาวเวอร์คือต้องได้รับการอนุมัติจาก AFC ซึ่งสมาคมฯพร้อมช่วยเหลือ

พาทิศ ศุภะพงษ์ โฆษกและรองเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ชี้แจงทำความเข้าใจกรณีข่าวการห้าม กลุ่มนายทุนจากสมุทรสาคร เข้าเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทีม ซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ ในฤดูกาล 2017 นั้นเป็นไปตามระเบียบของเอเอฟซี ซึ่งหนทางเดียวที่ช่วยได้คือการส่งเรื่องให้เอเอฟซีพิจารณาหลังจากหมดเขตการออกคลับไลเซนซิ่งของประเทศไทยแล้ว

ตามกฏระเบียบของเอเอฟซี ข้อ 7.2 ซึ่ง สโมสรสมาชิกหลังจากได้รับใบอนุญาติแล้วจะต้องคงสถานะเป็นเวลาสองปี หมายความว่าห้ามมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในโครงสร้างของสโมสร ซึ่งจะทำให้ กลุ่มทุนจากสมุทรสาคร ทำได้เพียงย้ายสนามแข่งขันแต่ยังคงชื่อทีม ,สี, โลโก้ หรือ ผู้ถือหุ้น เดิมไว้ในปีหน้า แต่พวกเขาก็ยังไม่หมดหวัง

โฆษกสมาคมกัฬาฟุตบอลแถลงผ่านแฟนเพจ FA Thailand ว่า “ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆว่าสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ห้าม สโมสร ซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ เปลี่ยนแปลงโครงสร้างสโมสรเกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อทีม, สี, โลโก้ หรือ ผู้ถือหุ้น นั้น

ในนามของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จึงอยากขอเรียนชี้แจงทำความเข้าใจเพื่อไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการตีความดังนี้ว่า ตามประกาศของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 (ตามลิงค์ http://fathailand.org/archives/12381) ได้ระบุถึงกฏระเบียบของเอเอฟซี ข้อ 7.2 ซึ่ง สโมสรสมาชิกหลังจากได้รับใบอนุญาติแล้วจะต้องคงสถานะเป็นเวลาสองปี หมายความว่าห้ามมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในโครงสร้างของสโมสร

ในกรณีของ สโมสรซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ ทาง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้ออกใบอนุญาติให้แล้วตามโครงสร้างที่สโมสรส่งมา ดังนั้นจึงถือเป็นการเสร็จสิ้นขั้นตอนที่ทาง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย จะดำเนินการได้เพราะหมดระยะเวลาการพิจารณาคลับไลเซนซิงของประเทศไทยแล้ว และทางสมาคมฯกับตัวแทนของสโมสรฯได้มีการประชุม หารือ ชี้แจงถึงเหตุผล รวมทั้งการหาทางออกร่วมกันไปเป็นที่เรียบร้อย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้หมายความว่า สโมสรซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ จะหมดสิทธิ์เปลี่ยนแปลงโครงสร้างทีมเนื่องจากในผลการประชุมร่วมกันของสมาคมฯและตัวแทนสโมสร (ตามลิงค์ http://fathailand.org/archives/12381) ได้ระบุไว้แล้วว่าหากสโมสรต้องการเปลี่ยนแปลงก็สามารถส่งคำชี้แจงเหตุผลต่างๆมายังสมาคมฯ ซึ่ง สมาคมฯ ยินดีที่จะประสานต่อไปยังสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) เพื่อให้พิจารณาตามคำร้องขอของสโมสรอย่างเต็มที่ และถือเป็นหนทางสุดท้ายที่จะสามารถดำเนินการได้"