ยิ่งกว่าห้าดาว! ชุดขาวรัวแซงบาร์ซา 3-1 กำชัยเอล กลาซิโก้ยกแรก

หลังจากโดนยิงขึ้นนำตั้งแต่ต้นเกม ทีมแชมป์ยุโรป 10 สมัย ก็มาทำประตูแซงได้ 3 ลูกรวด ทำให้เป็นฝ่ายเก็บชัยชนะในศึกเอล กลาซิโก้ครั้งแรกในฤดูกาลนี้ได้ก่อน

คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือเจ้าบ้าน พกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม หลังจากเพิ่งบุกไปชนะลิเวอร์พูลในเกมยูซีแอลมาได้ถึง 3-0 โดยวางสามประสานในแนวรุกเป็น อิสโก้, คาริม เบนเซมา และ คริสเตียโน โรนัลโด

ด้านทีมเยือนของ หลุยส์ เอ็นริเก้ ซึ่งเป็นการคุมทัพลงเตะเอล กลาซิโก้ครั้งแรกในฐานะโค้ช ซึ่งก็ส่ง หลุยส์ ซัวเรซ ที่พ้นโทษแบนยาวลงประเดิมสนามเป็นตัวจริงทันที โดยจะทำเกมรุกร่วมกับสองซุปตาร์ของทีมอย่าง เนย์มาร์ และ ลิโอเนล เมสซี

เริ่มเกมมาได้เพียง 4 นาทีเท่านั้น เหล่ามาดรินิสต้าก็ต้องเงียบกริบ เมื่อบาร์ซาเป็นบุกมายิงนำ จากจังหวะที่ ซัวเรซ วางบอลยาวจากกราบขวาข้ามฟากมาทางซ้ายให้ เนย์มาร์ เลี้ยงหลบแนวรับราชันชุดขาวตัดเข้าในก่อนจะซัดด้วยขวา บอลเรียดเสียบเสาผ่านมือ อิเคร์ กาซิยาส เข้าไปอย่างสวยงาม ทำให้อาซูลกรานาบุกมานำ 1-0

หลังจากนั้น มาดริดบุกหนักเพื่อหวังตีเสมอให้ได้ และเกือบทำสำเร็จ ในนาทีที่ 11 จากจังหวะที่ โรนัลโด เปิดยาวจากกราบซ้ายเข้าเขตโทษให้ เบนเซมา ขึ้นโกขเต็มหัว แต่บอลไปชนคานอย่างจัง แม้ว่าหอกทีมชาติฝรั่งเศสจะวิ่งตามไปซ้ำด้วยขวาอีกครั้ง แต่บอลก็ยังแฉลบคานออกหลังไปอีก

ถัดมา นาทีที่ 22 บาร์ซาเกือบบวกลูกที่สองได้อีก จากจังหวะสวนกลับเร็ว และเป็น ซัวเรซ ที่ได้เปิดเรียดจากฝั่งขวาให้ เมสซี วิ่งมาแปจ่อๆ แต่บอลยังไปติด ปลายมือของ กาซิยาส เฉี่ยวเสาไปอย่างหวุดหวิด

แต่แล้วในนาทีที่ 35 เจ้าบ้านมาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ มาร์เซโล เปิดบอลไปโดนแขน เคราร์ด ปิเก้ ที่ล้มตัวสไลด์ในเขตโทษ และทำให้กองหลังทีมชาติสเปนโดนใบเหลืองไปด้วย ก่อนที่ โรนัลโด จะรับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้ง 1-1 และถือเป้นเสียประตูแรกในลาลีกาฤดูกาลนี้ของบาร์ซาด้วย

ท้ายครึ่งแรก นาทีที่ 43 มาดริดเกือบได้ประตูพลิกขึ้นนำ จากจังหวะที่ ฆาเมส โรดริเกวซ จ่ายบอลออกกราบซ้ายให้ มาร์เซโล ครอสยาวเข้าเขตโทษ และเป็นเพลย์เมคเกอร์ชาวโคลอมเบียมที่โฉบมาโหม่งบอลเฉี่ยวเสาออกไป ทำให้จบครึ่งแรกยังเสมอกันอยู่ที่ 1-1

เข้าสู่ครึ่งหลังมาได้เพียง 5 นาทีเท่านั้น มาดริดก็มาพังประตูขึ้นนำได้บ้าง จากจังหวะเตะมุมฝั่งขวาที่ โทนี โครส เปิดไปเข้าศีรษะของ เปเป้ ขึ้นโขกเต็มๆแบบไร้ตัวประกบเข้าไปอย่างเฉียบขาด ทำให้ราชันชุดขาวพลิกขึ้นนำ 2-1

ถัดมา นาทีที่ 55 บาร์ซาเกือบได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะที่ เฌเรมี มาติเยอ ได้เก็บตกบอลจากแถวสอง ก่อนจะใส่ด้วยซ้ายข้างถนัดเต็มเท้า บอลกำลังจะ เสียบสามเหลี่ยมอยู่ แล้ว แต่ กาซิยาส ยังพุ่งปัดทิ้งออกหลังไปได้อย่างยอดเยี่ยม

แต่แล้วในนาทีที่ 61 มาดริดก็มาบวกลูกที่สามได้เพิ่มอีก จากความผิดพลาดของ อันเดรส อิเนียสต้า ที่ไปเสียดายไม่ยอมเตะทิ้งออกข้างตรงกลางสนาม ทำให้โดน อิสโก้ ฉกบอลไป สวนกลับเร็ว ก่อนจะไหลต่อให้ โรนัลโด จิ้มต่อให้ ฆาเมส ไหลตัดกองหลังให้ เบนเซมา สับไกด้วยขวาส่งบอลเรียดเสียบเสาเข้าไปอย่างเด็ดขาด ทำให้เจ้าบ้านหนีห่างเป็น 3-1

หลังจากนั้นบาร์ซาไม่มีทางเลือก ต้องพยายามเดินเกมรุกเข้าใส่มาดริดเพื่อหวังได้ประตูตีตึ้น แต่การต่อบอลทำเกมรุกในแต่ละจังหวะนั้นทำกันได้ค่อนข้างช้า ทำให้โดนแนวรับของมาดริดปิดช่องเอาไว้ได้หมด ทำให้จบเกมไม่มีประตูเพิ่ม เป็น เรอัล มาดริดที่เปิดซานติอาโก้ เบร์นาเบวเอาชนะบาร์เซโลนาไปได้ 3-1 เก็บชัยในศึกเอล กลาซิโก้ยกแรกได้ก่อนในฤดูกาลนี้